รัสเซียและจีนใช้สิทธิ์วีโต้มติสหประชาชาติ ประเด็นเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

รัสเซียและจีนใช้สิทธิ์วีโต้มติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แม้มีการปรับแก้แล้วเรื่องที่รัฐในอ่าวเปอร์เซียต้องการให้ใช้กองกำลังเพื่อปกป้องเส้นทางเดินเรือสำคัญ

ฟู่ ฉง ผู้แทนถาวรของจีนประจำสหประชาชาติ กล่าวในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 7 เมษายน (Photo by Michael M. Santiago / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP)

วาสซิลี เนเบนเซีย ผู้แทนถาวรของสหพันธรัฐรัสเซียประจำสหประชาชาติ กล่าวในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 7 เมษายน (Photo by Michael M. Santiago / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 8 เมษายน 2569 กล่าวว่า วาระการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจบลงด้วยการใช้สิทธิ์วีโต้ของรัสเซียและจีนต่อมติที่เกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แม้ปรับแก้ข้อความเพื่อลบส่วนที่รัฐในอ่าวเปอร์เซียต้องการให้ใช้กองกำลังเพื่อปกป้องเส้นทางเดินเรืออันสำคัญแล้วก็ตาม

ทั้งนี้ ร่างมติดังกล่าวที่จัดทำโดยบาห์เรนและได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา ได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบ 11 เสียง, คัดค้าน 2 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง

อับดุลลาติฟ บิน ราชิด อัล ซายานี รัฐมนตรีต่างประเทศบาห์เรนระบุว่า ประเทศกลุ่มอ่าวฯต่างเสียใจกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

อิหร่านได้ปิดล้อมเส้นทางเดินเรือนี้อย่างเบ็ดเสร็จนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จนส่งผลกระทบไปทั่วเศรษฐกิจโลก

การลงมติเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่คำขาดอันร้ายแรงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะสิ้นสุดลง โดยมีการเรียกร้องให้รัฐบาลเตหะรานเปิดช่องแคบ มิเช่นนั้นอารยธรรมทั้งหมดจะล่มสลายในอิหร่าน

"ผลลัพธ์ในวันนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิ์ของสหรัฐฯ ในการดำเนินการเพื่อป้องกันตนเองและเพื่อป้องกันพันธมิตรและหุ้นส่วนของเรา" ไมค์ วอลซ์ ผู้แทนถาวรของสหรัฐอเมริกาประจำสหประชาชาติกล่าวหลังการลงมติของคณะมนตรีความมั่นคง

อัล ซายานีซึ่งพูดในนามของประเทศผู้ส่งออกน้ำมันในกลุ่มอ่าวฯ กล่าวว่า การที่มติไม่ผ่านส่งสัญญาณที่ผิดพลาดไปยังโลก

"นี่เป็นสัญญาณว่าภัยคุกคามต่อน่านน้ำสากลสามารถผ่านไปได้โดยไม่ต้องมีการดำเนินการใดๆ อย่างเด็ดขาดจากองค์กรระหว่างประเทศที่รับผิดชอบในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ" เขากล่าว

ขณะที่ทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติกล่าวว่า ข้อความในมติดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อลงโทษเหยื่อที่ปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติที่สำคัญในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ

"หากร่างนี้ได้รับการรับรอง มันอาจเปิดประตูสู่การตีความที่กว้างขวางและละเมิดอย่างอันตราย ซึ่งอาจนำมาใช้เพื่อเป็นข้ออ้างในการใช้กำลังและการกระทำที่ผิดกฎหมายเพิ่มเติม อันจะเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอย่างชัดเจน" อามีร์ ซาอีด อิราวานี ทูตอิหร่านกล่าว

บาห์เรนเริ่มการเจรจาเมื่อสองสัปดาห์ก่อนเกี่ยวกับร่างที่จะให้อำนาจสหประชาชาติแก่รัฐใดๆ ที่ต้องการใช้กองกำลังเพื่อเปิดช่องแคบ

แต่การคัดค้านจากสมาชิกถาวรที่มีสิทธิ์วีโต้หลายประเทศ รวมถึงฝรั่งเศส, รัสเซีย และจีน บังคับให้ข้อความต้องถูกลดทอนลงและการลงคะแนนถูกเลื่อนออกไปหลายครั้ง

ดูเหมือนว่าการคัดค้านของฝรั่งเศสจะคลี่คลายลงแล้ว หลังจากมีการเพิ่มถ้อยคำที่ระบุว่าการกระทำใดๆ จะต้องเป็นการ "ป้องกัน"

อย่างไรก็ตาม หลังจากการแก้ไขเพิ่มเติมฉบับล่าสุด ข้อความไม่ได้กล่าวถึงการอนุญาตให้ใช้กำลังอีกต่อไป แม้จะเป็นการป้องกันก็ตาม

ร่างฉบับล่าสุดสนับสนุนอย่างยิ่งให้รัฐต่างๆ ประสานความพยายามในการป้องกันตามสถานการณ์ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและความมั่นคงของการเดินเรือ รวมถึงการคุ้มกันเรือสินค้าและเรือพาณิชย์ แทนที่จะอนุญาตให้ใช้กองกำลังอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีเรือสินค้าและเรือพาณิชย์ทั้งหมดโดยทันที และยุติความพยายามใดๆ ที่จะขัดขวางการผ่านแดนหรือเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการเรียกร้องให้ยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ, น้ำมัน และก๊าซของพลเรือนด้วย

ในการให้เหตุผลการใช้สิทธิ์วีโต้ของวาสซิลี เนเบนเซีย ผู้แทนถาวรของสหพันธรัฐรัสเซียประจำสหประชาชาติ ระบุว่า "เกือบทุกย่อหน้าในร่างที่พวกเขานำเสนอนั้นเต็มไปด้วยองค์ประกอบที่ไม่สมดุล, ไม่ถูกต้อง และเป็นการเผชิญหน้า"

เขากล่าวว่าเขาเข้าใจถึงความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ และรัสเซียกับจีนจะเสนอร่างมติทางเลือกอื่น

โดยข้อความดังกล่าวเรียกร้องให้เคารพเสรีภาพในการเดินเรือและไม่ได้กล่าวถึงช่องแคบฮอร์มุซอย่างชัดเจน

ในขณะที่ร่างมติที่บาห์เรนเสนอนั้นมุ่งเน้นไปที่อิหร่าน รัสเซียและจีนกลับเรียกร้องเพียงให้ทุกฝ่ายยุติการโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทรัมป์' ระงับการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน 2 สัปดาห์ อ้างเป็นข้อตกลงหยุดยิง 2 ฝ่าย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า เขาตกลงที่จะระงับการทิ้งระเบิดอิหร่านเป็นเวลาสองสัปดาห์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิง หากเตหะรานเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่สำคัญอย่างเต็มรูปแบบ

'ดร.ธนชาติ' ไม่อยากเชื่อมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ได้คนเสียสติเป็นผู้นำสหรัฐ

รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี โพสต์ข้อความว่าไม่อยากเชื่อว่าโลกเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เราได้คนเสียสติมาเป็น

อิหร่านโต้ 'ทรัมป์' เพ้อเจ้อ! ยันนักรบอิสลามจะทำลาย 'อเมริกัน-ไซออนิสต์' ต่อไป

วันนี้ (อังคาร) เป็นกำหนดเส้นตายที่อิหร่านต้องยอมรับข้อตกลง มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับสิ่งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่าจะเป็น "การทำลายล้างอย่างสิ้นเชิง" ของโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนที่สำคัญของประเทศ