
23 พ.ย. 2564 สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) เปิดข้อมูลผ่านเพจ ระบุว่าวันนี้และวันพรุ่งนี้ (23-24 พ.ย.) ต้องเฝ้าระวังภาวะน้ำทะเลยกตัวสูง (Surge) ในภาคใต้ เนื่องจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่ปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น อิทธิพลของการหนุนของน้ำทะเลที่หนุนสูงสุดในวันที่ 23 พ.ย. ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณภาคใต้ตอนล่าง จึงส่งผลให้น้ำทะเลยกตัวสูง โดยภาคใต้ตอนบนสูงกว่าปกติ 70 ซม. – 1 ม. ส่วนภาคใต้ตอนล่างยกตัวสูง 50-60 ซม. ซึ่งอาจทำให้มีน้ำทะลักเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำได้เมตร โดยเฉพาะอำเภอขนอม จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอสิชลและท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมถึงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งระหว่าง23-25 พ.ย. ด้วย
สำหรับภาวะน้ำทะเลยกตัวสูง (Surge) เคยเกิดขึ้นช่วงวันที่ 5-14 พ.ย. จากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงขึ้น ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งทำให้มีน้ำทะลักเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำของกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ การเกิดขึ้นครั้งนี้จะส่งผลต่อภาคใต้โดยตรง ซึ่งมีผลต่อกรุงเทพฯ และสมุทรปราการน้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา นอกจากนี้ฝนที่ตกในพื้นที่ลดลงมากและกรมชลประทานปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาลงด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สทนช.สรุปภาพรวมน้ำทั่วประเทศเตือนระวังน้ำทะเลหนุนสูง 29 ก.ย.- 4 ต.ค.
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 29 ก.ย. 69 เวลา 7.00 น.
น้ำทะเลหนุนสูง! รัฐบาลใจดีเปิดบริการประปาดื่มได้ฟรี 18 แห่ง
รัฐบาลห่วงใยประชาชนเปิดจุดให้บริการน้ำประปานครหลวงดื่มได้ ฟรี 18 แห่ง
ปภ.เฝ้าระวัง 16 จว. ‘เหนือ-อีสาน-กลาง’ พื้นที่เสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM รายงานคาดการณ์และแจ้งเตือนภัย ประจำวันที่ 1 ต.ค.2566 เวลา 18.00 น. พื้นที่เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง
มวลน้ำไม่เท่ามหาอุทกภัย แต่ถึงเวลาทำแผนจัดการเฉพาะพื้นที่
ถึงแม้ว่าพายุ”โนรู” จะผ่านพ้นไป แต่ผลกระทบจากพายุ และปริมาณฝนที่ตกหนักมากในพื้นที่ 12 จังหวัด 43 อำเภอของสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังมากกว่า 50 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก

