เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) ร่วมกับกลุ่มนายจ้างที่ใช้แรงงานสีขาว (GEFW) เตรียมจัดเวทีชำแหละมติครม. การบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ ผลกระทบของแนวทางการต่อใบอนุญาตทำงานแบบ MOU ในวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ณ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ วิเคราะห์ผลกระทบจากการต่ออายุใบอนุญาตทำงานแบบ MOU ซึ่งกำหนดให้แรงงานข้ามชาติที่ใบอนุญาตหมดอายุในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 และต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับประเทศต้นทาง ได้แก่ พม่า ลาว,กัมพูชา และเวียดนาม
3 ธ.ค.2567 - นายอดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ เปิดเผยว่า เวทีในวันที่ 4 ธันวาคมนี้จะมีการวิพากษ์ตามมติ ครม. โดยเฉพาะในกรณีของการต่ออายุการอนุญาตในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งจะใช้ MOU พิเศษในการดำเนินการ และจะมีการดึงประเทศต้นทางเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย 4 ประเทศ ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม โดยพม่าและกัมพูชา ยอมอนุญาตให้แรงงานเข้ามาทำงานในไทยได้ แต่ปัญหาของพม่าคือมีแรงงานจำนวนมากกว่า 2 ล้านคนที่ต้องดำเนินการในรอบนี้ แต่มีศูนย์ดำเนินการ 30 แห่งทำให้การดำเนินการนี้อาจจะไม่ทัน
นายอดิศรกล่าวต่อว่า เนื่องจากขั้นตอนต่างๆ เช่น การขออนุมัติจากประเทศต้นทาง การยื่นเอกสาร และการขอวีซ่าต้องเสร็จภายในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 เท่ากับว่าศูนย์พม่าต้องพิจารณาให้ได้ประมาณ 3,000 คนต่อวัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ถ้ากลับไปใช้ระบบปกติ ก็ทำต่อในไทยไปเลย จะตัดขั้นตอนที่ต้องไปประสานข้ามชาติออกก็จะทำให้ขั้นตอนเร็วขึ้น ไม่ต้องรอระบบส่งตรวจโรคแล้ว มายื่นขออนุญาตทำงานและวิซ่าต่อได้เลย ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ
การมีแนวทางและนโยบายแบบนี้ จะเร่งทำให้คนหลุดจากระบบหรือไม่ เพราะคนจำนวนเยอะมากกว่า 2 ล้านคน แล้วก็ด้วยเวลาที่จำกัด เหลือเวลาอีกประมาณ 2 เดือน ถ้าตัดวันหยุดราชการออก ก็น่าจะเหลือประมาณ 40 กว่าวัน คงไม่ทัน ถ้าไม่ทันก็จะทำให้คนหลุดจากระบบ กลายเป็นคนผิดกฎหมายหรือคนจะรีบทำโดยการจ่ายเงินให้นายหน้าเร่งในระบบ ทำให้เกิดคอร์รัปชั่นมากขึ้น ก็เลยเป็นที่มาของเวทีนี้ เราอยากเสนอให้รัฐปรับแนวปฏิบัติในเรื่องการดำเนินการตามมติ ครม. โดยต่ออายุการทำงานออกไป” นายอดิศรกล่าว
ด้าน นายสหัตวัต คุ้มคง สส.พรรคประชาชน และโฆษกคณะกรรมธิการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การต่อใบอนุญาตในรูปแบบ MOU นั้น จริงๆแล้วแนวคิดดูดีมากว่าต้องมีนายจ้างขอคำขอจากประเทศต้นทางส่งมา มีขั้นตอนต่างๆ แต่ในทางปฏิบัติแล้วมันทำไม่ได้ ปัญหาหลักของประเทศเมียนมาร์คือถ้าเป็นเจ้าของสวนเกษตรที่อยากจะหาแรงงานข้ามชาติสัก 2 คน ไม่รู้จะต้องติดต่อใคร สุดท้ายกระบวนการ MOU ก็จะผ่านบริษัทนายหน้าเสียส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่และท้ายสุดกระบวนการ MOU ยังมีข้อเรียกร้องให้แรงงานข้ามชาติต้องกลับไปที่ประเทศต้นทาง
“กระบวนการของไทยที่มันยากและช้า แน่นอนว่ามันทำให้เกิดเงินใต้โต๊ะเป็นจำนวนมาก จ่ายให้เร็วขึ้น จ่ายให้บริษัทจัดหางานที่ต้องมาดำเนินการแทนนายจ้างทั่วไป อันนี้เกิดขึ้นแน่นอน ไม่รู้ว่ารัฐบาลไทยได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้ เพราะจริงๆ พอขั้นตอนมันยาก สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือแรงงานจำนวนมากหลุดออกจากระบบ ท้ายที่สุดการขึ้นทะเบียนด้วยมติ ครม.เป็นปัญหาเพราะมันไม่ชัดเจน ต้องรอมติ ครม. ไปเรื่อยๆ เราต้องกลับมาคุยกันเรื่องกระบวนการขึ้นทะเบียนของไทยใหม่ทั้งหมด”นายสหัตวัตกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บ้านนี้มีทั้งคนเข้า…และคนแก่
ซองวันนี้มาคนละทางครับ ฉบับหนึ่งเข้ามาทาง Inbox อีกฉบับมาทางอีเมล เรื่องที่ส่งมาก็ไปกันคนละทางเสียด้วย
'บิ๊กราญ- เชอร์ล็อกนพ- ปค.' เปิดปฏิบัติการ 'ปิดฉากแรงเงา 2' ทลายแรงงานต่างด้าว
'บิ๊กราญ - พล.ต.ท.นพศิลป์ - การปกครอง DOPA N.I.C.E' เปิดปฏิบัติการ 'ปิดฉากแรงเงา 2' ทลายขบวนการฟอกแรงงานต่างด้าว สวมทะเบียน 0 รวบ 26 ราย เอี่ยวเจ้าหน้าที่รัฐ 2 ราย
ห้ามนายจ้างทั่วประเทศ ใช้แรงงานต่างด้าวเถื่อน แย่งอาชีพคนไทย
รัฐบาลเตือนนายจ้างทั่วประเทศ ห้ามจ้าง-ใช้บริการ 'แรงงานต่างด้าว' ทำงานผิดกฎหมาย ชี้โทษหนักทั้งคนจ้าง-แรงงาน
ปชป.จี้รัฐคุมเข้ม ‘ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ’ วงจรแย่งงานคนไทย
ปชป. จี้รัฐสแกนเข้ม “ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ” วงจรแย่งงานคนไทย-กดค่าจ้าง เตือนระวังทุนหนาฮุบธุรกิจท้องถิ่น ทำสูญเสียอัตลักษณ์วัฒนธรรม 16 สิงหาคม 2569 นางสาววีร์ ศรีวราธนบูลย์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงประเด็นปัญหาผลกระทบจากกลุ่มทุนต่างชาติและแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย โดยระบุว่า ปัจจุบันสังคมกำลังเกิดข้อสงสัยและตั้งคำถามอย่างหนักในประเด็นการเข้ามาของทุนต่างชาติและแรงงานข้ามชาติที่เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนในภาคบริการและการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหารและโรงแรม ซึ่งพบว่าในบางพื้นที่เริ่มเกิดสภาวะที่ผู้ให้บริการหรือพนักงานไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ เนื่องจากทั้งพนักงานและผู้จัดการล้วนเป็นชาวต่างชาติ นำมาสู่คำถามสำคัญว่าคนต่างชาติกำลังเข้ามาแย่งอาชีพคนไทยหรือไม่ นางสาววีร์ กล่าวต่อว่า หากมองในมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้น ต้องตั้งคำถามว่า เหตุใดงานบางประเภทคนไทยจึงไม่เลือกทำ ซึ่งมักมีคำกล่าวหาว่าคนไทยรักสบายหรือไม่ยอมรับงานค่าจ้างต่ำ แต่ในความเป็นจริง การที่คนไทยต้องการรายได้และสภาพการจ้างงานที่มีคุณภาพ ไม่ถือเป็นความผิด หากแต่ปัญหามักเกิดจากโครงสร้างค่าจ้าง สภาพการทำงาน และชั่วโมงการทำงานที่ไม่จูงใจเพียงพอ ขณะเดียวกัน มีกลุ่มนายจ้างบางส่วนทั้งไทยและต่างประเทศ เลือกที่จะใช้แรงงานข้ามชาติที่มีอำนาจต่อรองต่ำกว่า เพื่อจุดประสงค์ในการกดต้นทุน ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายและศีลธรรม และยิ่งสร้างความเสียหายร้ายแรงเมื่อดำเนินการโดยนักลงทุนต่างชาติ เพราะทำให้ประเทศไทยและคนไทยไม่ได้ประโยชน์ใด ๆ จากการลงทุนเหล่านั้นเลย . รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งมีกลไกตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างเข้มงวดใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.การตรวจสอบที่มาของเงินทุน ต้องมั่นใจว่าทุนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจเป็นทุนใสสะอาด ไม่ใช่เงินทุนที่ผิดกฎหมาย หรือการใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อบังหน้า 2. การคุ้มครองธุรกิจท้องถิ่น รัฐต้องมีกลไกช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและคนในพื้นที่สามารถแข่งขันได้ และได้รับอานิสงส์จากเงินทุน เทคโนโลยี รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ มากกว่าจะปล่อยให้ทุนขนาดใหญ่เข้ามาฮุบกิจการและครอบงำตลาด 3.การปกป้องอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องใส่ใจเรื่องการถูกกลืนกินทางวัฒนธรรม เร่งกำหนดมาตรการสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยไม่ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียอัตลักษณ์และสวัสดิภาพของคนในพื้นที่
ตำรวจบุกจับผับเถื่อน 2 แห่งซอยราชดำริ เปิดไร้ใบอนุญาต
ตำรวจ สน.ลุมพินี สนธิกำลัง ป.ป.ส.- ตม. กรมการจัดหางาน หน่วยข่าวกรองทหาร บุกตรวจสถานบันเทิง 2 แห่งในซอยราชดำริ 1 หลังได้รับร้องเรียนลักลอบเปิดให้บริการโดยไม่มีใบอนุญาต พบลูกค้าชาวต่างชาติกว่า 100 คน ก่อนดำเนินคดีพนักงาน 15 ราย และพบนักท่องเที่ยวปัสสาวะสีม่วง 1 คน
แรงงานได้เฮ! ครม. เห็นชอบปฏิญญา Abu Dhabi Dialogue ยกระดับการคุ้มครองตามมาตรฐานสากล
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างปฏิญญาร่วมของการประชุมระดับรัฐมนตรี Abu Dhabi Dialogue ครั้งที่ 8 (Abu Dhabi Dialogue Eighth Ministerial Declaration) เพื่อใช้เป็นกรอบความร่วมมือของประเทศสมาชิกในการยกระดับการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย

