จดหมายเหตุฉบับอัปยศ แด่ผู้ประหารสันติภาพโลก

คืนที่ราตรีแห่งตะวันออกกลางสว่างวาบด้วยเพลิงประลัยกัลป์ มิใช่แสงแห่งอรุณรุ่งที่นำความหวังมาสู่มวลมนุษย์ หากแต่เป็นเงาพิฆาตที่พุ่งทะยานผ่านชั้นบรรยากาศเพื่อพรากมโนธรรมไปจากโลก

เสียงกัมปนาทที่ฉีกกระชากท้องฟ้ามิได้สังกัดขั้วการเมืองหรือเลือกข้างอุดมการณ์ แต่มันทำหน้าที่สังหารอย่างเถรตรงตามพันธกิจ และทิ้งซากศพไว้เป็นอนุสรณ์แห่งความอำมหิตที่โลกยากจะลืมเลือน

ห่างออกไปหลายพันไมล์ ณ ห้องโถงโอ่อ่ากลางกรุงวอชิงตัน ท่ามกลางบรรยากาศปลายเหมันต์ ที่อุณหภูมิถูกปรุงแต่งให้อุ่นสบาย ปลายนิ้วของประธานาธิบดีสหรัฐฯ "โดนัลด์ ทรัมป์" จรดปากกาขยับลงนามสั่งสังหารด้วยหทัยที่เยือกเย็น

ในขณะที่เขาเอนกายบนเบาะกำมะหยี่ราคาแพง ลมหนาวเบื้องนอกกลับพัดพาไออุ่นสุดท้ายออกจากร่างของเหยื่อเคราะห์ร้าย ทิ้งให้ผู้รอดชีวิตจากแรงระเบิดต้องทนทุกข์ทรมานใต้ซากปรักหักพัง ก่อนจะค่อยๆ แข็งตายอย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางหิมะและอิฐหินที่เย็นเยียบไร้คนเหลียวแล

เราต่างมัวเมาในความเชื่อว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ศิวิไลซ์ที่สุด ทว่าภาพอาคารที่พังพินาศกลับฟ้องว่า อารยธรรมมนุษย์ กำลังถูกถดถอยกลับไปสู่ยุคป่าเถื่อนที่กฎหมู่เรืองอำนาจเหนือขอบเขตแห่งกฎหมาย

สงครามในสายตาของจอมบงการถูกห่อหุ้มด้วยถ้อยคำก้องกังวานอย่าง ‘ความมั่นคง’ แต่นั่นเป็นเพียงพัสตราภรณ์ชั้นเลิศที่ใช้ปกปิดความอัปยศในการย่ำยีอธิปไตยของผู้อื่น

บนกระดานอำนาจนี้อาจไม่มีใครขาวบริสุทธิ์ ผู้นำในทุกดินแดนต่างมีชนักติดหลังและมือที่เปื้อนคราบมลทินจากการกดขี่ ทว่าความขัดแย้งของเหล่าผู้กุมอำนาจก็หามีสิทธิ์ชอบธรรมใดที่จะใช้ขีปนาวุธมาชำระความบนหลังคาบ้านของประชาชนไม่

มิใช่เพียงแผ่นดินเป้าหมายที่นองเลือด แต่อีโก้ของชายคนเดียวได้ดึงเอาทหารหนุ่มและประชาชนอีกฟากฝั่งมาเป็นตัวประกันในเกมแห่งความตายนี้ด้วยเช่นกัน

จดหมายเหตุฉบับนี้มิได้จารึกเพื่อสดุดีหรือคุ้มครองทรราชคนใด เพราะความเลวร้ายที่กระทำต่อประชาชนในนามของรัฐหรือศรัทธาก็น่ารังเกียจไม่แพ้อาวุธสงคราม

เราบันทึกเพื่อทวงถามความยุติธรรมให้แก่ "ความเป็นมนุษย์" ที่ถูกลืมเลือนไปในระลอกคลื่นแห่งโทสะ การที่ทรัมป์เลือกใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟันมิได้ทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษผู้ปลดปล่อย แต่มันทำให้เขาเป็นเพียงเงาสะท้อนของสิ่งที่เขาอ้างว่าเกลียดชัง

เขาคือจอมบงการที่ยัดเยียดมรณกรรมให้ผู้บริสุทธิ์เพียงเพื่อสำแดงแสนยานุภาพที่ไร้รากฐานทางศีลธรรม จนนำไปสู่การตอบโต้อย่างบ้าคลั่งที่ทำลายล้างความสงบสุขของทั้งภูมิภาคและลามไปถึงชีวิตของผู้ที่ต้องรับคำสั่งในฐานทัพต่างแดน

ความอำมหิตนี้บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เมื่อคมอาวุธถล่มลงกลาง "โรงยิม" ทางตอนใต้ ปลิดชีพนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติรุ่นเยาว์ถึง 20 ชีวิตให้กลายเป็นเพียงเถ้าธุลีในชั่วพริบตา

ร่างของเหล่านักกีฬาเยาวชนผู้มีอนาคตไกลกลับต้องทอดกายแน่นิ่งเป็นซากศพใต้เศษหินที่เย็นเยียบ ความฝันที่มุ่งสู่เวทีระดับโลกถูกเผาไหม้ไปพร้อมกับเสียงนกหวีดที่ไม่มีวันดังขึ้นอีกตลอดกาล

นี่คือเครื่องหมายคำถามที่ใหญ่ยิ่งต่อโลกเสรีว่าความเจริญที่แท้จริงหายไปไหน ในยามที่ชีวิตวัยเยาว์ต้องสังเวยให้แก่เพลิงสงครามที่ตนมิได้ก่อ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ทำได้เพียงหลั่งน้ำหมึกผ่านแถลงการณ์เสียใจ ทว่าน้ำหมึกนั้นไม่อาจชุบชีวิตใครคืนมาได้

การตัดสินใจที่เขลาเบาปัญญาได้นำมาซึ่งกงล้อแห่งเวรกรรมที่หมุนวนไม่รู้จบ ฐานทัพในดินแดนต่างๆ สั่นสะเทือนภายใต้ห่ากระสุนที่ถูกส่งมาเพื่อล้างแค้น ทหารที่หวังเพียงจะทำหน้าที่ป้องกันบ้านเกิดกลับต้องกลายเป็นเป้านิ่งในความขัดแย้งที่ผู้นำของตนเป็นคนจุดไฟ

ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองดูจะเป็นเพียงหน้ากระดาษที่ไร้ค่าในสายตาผู้นำรายนี้ บทเรียนราคาเลือดที่มนุษยชาติเคยจ่ายไปเพื่อแลกกับคำว่า "สันติภาพ" ถูกโยนทิ้งอย่างไม่ใยดี เพียงเพื่อสนองตัณหาทางการเมืองที่หิวกระหาย

อำนาจที่ล้นมือแต่ไร้ซึ่งมโนธรรม คือเนื้อร้ายที่กัดกินอารยธรรมมนุษย์ให้ผุกร่อน ไม่ว่ามันจะมาจากฝั่งประชาธิปไตยจอมปลอมหรือเผด็จการอำนาจมืดก็ตาม

โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังสวมบทบาทซาตานผู้ดับแสงตะเกียงแห่งความศิวิไลซ์ ลากโลกย้อนกลับไปสู่ยุคที่ความแข็งแกร่งคือความถูกต้องเดียวที่เหลืออยู่ ยุคที่อารยธรรมที่เคยรุ่งเรืองกลับถูกกรีดด้วยคมหอกแห่งสงครามจนเลือดนองแผ่นดินทุกหนแห่ง

สหประชาชาติ (UN) และกติกาสากลกลายเป็นเพียงองค์กรปาหี่ที่แสดงได้แค่ความกังวลผ่านหน้าจอทีวี ในขณะที่เลือดสีแดงฉานยังคงหยดจากมือของจอมบงการไม่หยุดหย่อน

โลกได้รับรู้ความสลดใจว่าความยุติธรรมคือสินค้าผูกขาดของผู้ถืออาวุธหนักที่สุด และความตายของผู้บริสุทธิ์ไม่ว่าฝั่งใด เป็นเพียงรอยสักแห่งความอัปยศบนใบหน้าของทรัมป์ที่ไม่มีวันลบเลือนด้วยคำแถลงการณ์ใดๆ

เขาไม่ได้เพียงแค่รบกับกองทัพ แต่มันคือการประกาศสงครามกับ "มโนธรรม" ของเพื่อนมนุษย์ทั้งโลก ชัยชนะทางทหารที่ได้มาจากการไล่ล่าสังหารผู้ไร้ทางสู้ แลกด้วยความพ่ายแพ้อย่างอนาถในฐานะมนุษย์

ทุกหยดเลือดที่ซึมลงสู่ผืนดินคือหลักฐานที่เซ็นคำสั่งประหารชีวิตทางจริยธรรมของเขาไปเรียบร้อยแล้ว มรดกแห่งความตายที่เขาทิ้งไว้คือบาปบริสุทธิ์ที่หนักหนาเกินกว่าจะอโหสิ

ชื่อของเขาจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวทางศีลธรรมที่โลกต้องจดจำด้วยความขยะแขยง ในยามที่อำนาจวาสนาเสื่อมถอย สิ่งที่รอคอยจอมบงการอยู่คือความโดดเดี่ยวที่แสนสาหัส เพราะไม่มีดวงวิญญาณใดอยากเดินเคียงข้างฆาตกรที่ทำลายความรุ่งเรืองของมนุษยชาติลงด้วยน้ำมือตนเอง

หยดน้ำตาของมารดาผู้สูญเสีย และหยดเลือดของเหล่านักกีฬาวอลเลย์บอลสาว จะกลายเป็นเพลิงวิญญาณที่แผดเผาความสงบสุขในใจของเขาทุกค่ำคืน คำสาปแช่งจะติดตาม โดนัลด์ ทรัมป์ ไปประดุจเงาจนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะขาดห้วง

จดหมายเหตุฉบับอัปยศนี้จารึกไว้เพื่อประจานความโง่เขลาของผู้ที่กุมอำนาจแต่ไร้ซึ่งหัวใจ ผู้ที่ประหารอารยธรรมมนุษย์ลงเพียงเพื่อสังเวยความคลั่งอำนาจที่ไร้ขอบเขต

ความเหน็บหนาวที่เขายัดเยียดให้ผู้อื่น จงย้อนกลับไปกัดกินถึงกระดูกดำของจอมบงการ ให้เขารับรู้ถึงความเวิ้งว้างของความตายที่ไร้ทางสู้ สาสมกับทุกชีวิตที่ต้องมอดไหม้ไปในกองเพลิงแห่งอีโก้ของชายเพียงคนเดียว

อารยธรรมที่ถูกกรีดเลือดนี้จะไม่มีวันลบเลือนไปจากความทรงจำ และตัวอักษรในจดหมายเหตุฉบับอัปยศนี้จะทำหน้าที่เป็นกรงขังทางประวัติศาสตร์ที่ล่ามโซ่เกียรติยศของเขาไว้กับซากปรักหักพังของความศิวิไลซ์

ในโลกที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึงจอมทรราช วรรณกรรมแห่งการสาปแช่งฉบับนี้ จะทำหน้าที่พิพากษาด้วยน้ำหมึกที่ไม่มีวันจางหาย ตีตราความอัปยศไว้บนบัลลังก์ที่ฉาบด้วยคราบเลือดของมนุษยชาติที่เขาเป็นผู้ลงดาบทำลาย

จงจดจำชื่อนี้ไว้ในฐานะบทเรียนที่มืดดำที่สุดของมวลมนุษย์... โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ประหารสันติภาพและกรีดเลือดอารยธรรมชั่วนิรันดร์.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อรรถพล’สั่งตรึงดีเซล29.94 บาท เป็นเวลา 15 วัน

‘รมว.อรรถพล’ ประกาศใช้กลไกกองทุนตรึงราคาน้ำมัน พยุงราคาดีเซลคงที่ 29.94 บาท เป็นเวลา 15 วัน พร้อมเร่งหามาตรการช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่องเพื่อพยุงค่าครองชีพประชาชน รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง

นายกฯ ยันมีน้ำมันสำรองเพียงพอ พรุ่งนี้เรียก 'พลังงาน-พาณิชย์' ถกตรึงราคา

นายกฯ ลั่น "ไทยแลนด์เฟิร์ส" ดูแลคนไทยจากสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง เตรียมทุกออฟชั่นนำคนไทยในอิหร่าน 300 ชีวิตกลับไทย รวมถึงในประเทศอื่นๆที่ได้รับผลกระทบด้วย เผย ล่าสุดขวัญกำลังใจยังดี ยัน น้ำมันสำรองเพียงพอไม่ถึงขั้นวิกฤต พรุ่งนี้เรียก “พลังงาน - พาณิชย์” หารือตรึงราคา หากสถานการณ์ยืดเยื้อ

กองทัพอิสราเอลออกคำเตือนอพยพครั้งใหม่ในเลบานอน

กองทัพอิสราเอลได้ออกคำสั่งอพยพเพิ่มเติมเมื่อวันอังคารสำหรับพื้นที่หลายสิบแห่งในเลบานอน รวมถึงคำเตือนให้ผู้อยู่อาศัยในสองย่านทางตอนใต้ของเบรุตอยู่ห่างจากอาคารหลายแห่งก่อนที่จะมีการปฏิบัติการทางทหารในเร็วๆ นี้