
ตอนที่คนเรียกเราว่า บ้านใหญ่ ครั้งแรก ก็รู้สึกแปลก ๆ เหมือนกัน เพราะไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน คือเขาอาจจะมองว่าเราเป็นบ้านใหญ่เพราะเรามีทรัพย์สิน มีบริษัท มีอะไรต่างๆเยอะ แต่จริง ๆ ของพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือทรัพย์สินต่าง ๆ เรามีก่อนที่จะมาเริ่มเล่นการเมือง..ถ้าคุณจะบอกว่าเราบ้านใหญ่ เราบ้านใหญ่มาตั้งแต่ก่อนมาเล่นการเมืองอีก แต่คุณเพิ่งมาใช้คำนี้ตอนเราเล่นการเมือง
หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง8 ก.พ. ไทยโพสต์ ได้สัมภาษณ์สส.-นักการเมือง รุ่นใหม่-สส.สมัยแรก ไปหลายคน และสัปดาห์นี้มาถึงคิว"นิวเจน-สส.สมัยแรก นักการเมืองรุ่นใหม่พรรคภูมิใจไทย พรรคแกนนำรัฐบาล"ที่ชื่อ "พีรพัฒน์ รัชกิจประการหรือปีเตอร์ สส. เขต 1 จังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย"ที่ชนะการเลือกตั้งมาด้วยคะแนนประมาณ 38,000 คะแนน
สำหรับ"พีรพัฒน์"คือ"รัชกิจประการ รุ่น2"ในทางการเมือง เป็นบุตรชายของ นายพิบูลย์ รัชกิจประการ อดีตสส.สตูล สองสมัย พรรคภูมิใจไทย ที่เป็นน้องชายของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ตามข่าวจะกลับมาเป็นรมว.คมนาคมอีกครั้งในรัฐบาลอนุทิน 2
สำหรับ"ปีเตอร์ พีรพัฒน์"ในวัย 32 ปี นอกจากเป็นสส.สตูล แล้ว ก็ยังเป็น ผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอล PT สตูล เอฟซี ซึ่งในวงการกีฬาฟุตบอลเรียกพีรพัฒน์ว่า บอสปีเตอร์ นอกจากนี้ยังเป็นนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสตูล โดย พีรพัฒน์ เล่าประวัติชีวิตส่วนตัวโดยสังเขปก่อนหน้าจะเข้าสู่ถนนการเมืองว่า เติบโตที่จังหวัดสตูล โดยอยู่ในระบบการศึกษาไทยจนถึงอายุประมาณสิบปี จากนั้นได้รับโอกาสไปเรียนต่อที่ประเทศสิงคโปร์เป็นระยะเวลาประมาณ 15 ปี โดยเรียนและใช้ชีวิตที่สิงคโปร์ตั้งแต่ประถมศึกษา จนจบปริญญาโทที่สิงคโปร์ เรียนจบปริญญาตรีและปริญญาโท จากคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบแบบยั่งยืน หลังเรียนจบกลับมา ก็ไปบวชและเข้ารับการเกณฑ์ทหาร
..จากนั้นก็เตรียมหางานทำ แต่พอดีว่าช่วงนั้นเป็นช่วงโควิดระบาดเลยไปทำงานที่บริษัทของพ่อก่อน ซึ่งเมื่อทำได้สักระยะก็มีความรู้สึกอยากจะเริ่มธุรกิจของตัวเอง โดยช่วงนั้นก็มีดรามาที่จังหวัดสตูล หรือเหมือนกับคนสตูลก็จะชอบบ่นว่าในตัวเมืองของสตูล มันเงียบเกินไป ทางคุณพ่อเลยให้โจทย์กับผมว่า ให้คิดทำธุรกิจที่จะทำให้ตัวเมืองสตูล กลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่งได้
ผมก็เลยได้ทำ"ตลาดแลจันทร์"(ตลาดกลางคืน)ขึ้นมาที่เป็นของผมเอง เป็นตลาดที่มีพ่อค้า-แม่ค้าขายของที่ตลาดแลจันทร์ ประมาณสองร้อยกว่าคนที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับ พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ และเป็นสถานที่ซึ่งประชาชนชาวสตูล และนักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลากับครอบครัวไปเที่ยว ไปหาของกิน ไปฟังเพลงได้ในตัวเมือง คิดว่าตลาดแลจันทร์ ช่วยให้จังหวัดสตูลโดยเฉพาะในตัวเมืองมีสีสันและมีความคึกคักมากขึ้น
และในช่วงเวลาเดียวกัน ผมได้ไปเป็นผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอลพีที สตูล เอฟซี โดยมี พีที (สถานีบริการน้ำมันPT) เป็นสปอนเซอร์หลักของสโมสร ซึ่งคุณพ่อ ก็ให้ผมเข้าไปช่วยดูแล ซึ่งล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา ทางสโมสรเพิ่งแข่งนัดสุดท้ายไปและได้เข้ารอบแชมเปี้ยนส์ลีก จากนี้ก็รอลุ้นว่าจะได้ขึ้นไทยลีก 2 หรือไม่
สำหรับความสนใจทางการเมือง เนื่องจากครอบครัว คือคุณพ่อผมอยู่ในวงการการเมืองมานาน ก่อนหน้านี้ตอนผมอยู่ประเทศไทย พ่อผมก็เป็นสมาชิกสภาเทศบาลหรือสท. แล้วก็มาเป็นรองนายกเทศมนตรี และตามด้วยนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสตูลทำให้ได้สัมผัสกับชีวิตของนักการเมืองมาตลอด
..ตอนเรียนอยู่สิงคโปร์ จะสนใจติดตามการเมืองต่างประเทศมากกว่า แต่เมื่อผมกลับมาประเทศไทย ก็มาอยู่กับคุณพ่อ มาทำงานกับพ่อในจังหวัดเดียวกัน(สตูล) ผมก็เข้าไปช่วยงานพ่อบางเรื่องที่เรามีความถนัด เช่นเรื่องโซเชียลมีเดีย ก็ทำให้เริ่มมองเห็นว่า สิ่งที่ตัวเองทำมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะการเป็นผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอลหรือทำตลาดฯ ก็ช่วยประชาชนชาวสตูลได้ในระดับหนึ่ง แต่คิดว่าพอเห็นในสิ่งที่พ่อทำ งานที่พ่อทำ ก็มีความเชื่อว่าถ้าผมได้มาเป็น สส. ผมอาจจะทำอะไรให้กับจังหวัดสตูลได้มากกว่านี้
การเลือกตั้งปี 2569 ที่ผ่านมา จึงเป็นครั้งแรกที่ผมได้ลงการเมือง ซึ่งก็อยากจะดูว่าด้วยความสามารถที่ผมมี และจากการศึกษาที่ผมได้ไปเรียนที่สิงคโปร์มาจะนำความสามารถและความรู้ตรงนี้มาใช้พัฒนาจังหวัดสตูลของเราได้อย่างไรบ้าง จนลงสมัครส.ส.เขตหนึ่ง จังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย และชนะการเลือกตั้ง
และจากการที่ไปเรียนและใช้ชีวิตอยู่สิงคโปร์มาร่วมสิบห้าปี ก่อนจะเข้าสู่การเมืองไทยเต็มตัว เราเลยถามว่าก่อนหน้านี้มองการเมืองไทยในภาพรวมอย่างไรบ้าง ก่อนเข้ามาลงเลือกตั้งเป็นนักการเมืองเต็มตัว"ปีเตอร์ พีรพัฒน์ นักการเมืองนิวเจน พรรคสีน้ำเงิน"สะท้อนความคิดเห็นออกมาว่า การเมืองไทย ผมคิดว่ามันค่อนข้างที่จะแตกต่างจากการเมืองของหลาย ๆ ประเทศที่ผมติดตาม
..อย่างตอนอยู่สิงคโปร์ การเมืองของสิงคโปร์จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งไปเลย เพราะสิงคโปร์เป็นการเมืองที่ พรรคการเมืองเดียวคือ People's Action Party – PAP ที่เป็นรัฐบาลพรรคเดียวมากว่า 60 กว่าปีไม่เคยเปลี่ยน ความรู้สึกมันจะไม่เหมือนกับของประเทศไทยที่มีการเปลี่ยนขั้วไปเรื่อยๆ ผมมองว่าที่ทางสิงคโปร์เขาสามารถทำแบบนี้ได้เพราะว่าผลงานของรัฐบาลสิงคโปร์ก็ทำผลงานได้ดีมาก
แต่สิ่งที่ผมคิดว่ามันสำคัญกว่านั้นคือ ตอนผมอยู่สิงคโปร์ ตอนที่เรียนจะมีวิชาหนึ่ง ที่ผมคิดว่ามันควรจะมีมาก ๆ ในประเทศที่มีระบอบประชาธิปไตย คือวิชาที่สอนให้นักเรียนทุกคนเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายต่าง ๆ ว่าผลดีและผลเสีย เป็นอย่างไร ซึ่งหากเรากลับมามองบริบทในประเทศไทย จะสังเกตได้ว่า หลายพรรคการเมืองของประเทศไทย เน้นนโยบายที่มีความเป็นประชานิยม เพราะว่าการเป็นประชานิยมจะเป็นนโยบายที่ประชาชนส่วนใหญ่ค่อนข้างที่จะชอบ แต่ถ้าคุณเข้าใจไปลึกกว่านั้นจะเข้าใจว่านโยบายประชานิยม หากเราใช้มากเกินไป ทำมากเกินไปมันก็มีผลเสียเช่นกัน
ผมคิดว่าตรงนี้ คือสิ่งที่ประเทศสิงคโปร์ทำได้ดี การแจกของฟรี การให้สวัสดิการอะไรมากไป คนของสิงคโปร์เขาจะเข้าใจว่ามันมาจากเงินภาษีเรา เขาจะมีความคิดว่าอยากให้รัฐบาลนำงบไปลงทุน(พัฒนาประเทศ) มากกว่า แทนที่จะเอาเงินมาแจกกลับไปหาประชาชน ตรงนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นสิ่งแตกต่างหลักระหว่าง การเมืองสิงคโปร์กับการเมืองไทย
สำหรับจังหวัดสตูล เชื่อว่าหลายคนเคยเดินทางไปท่องเที่ยวแต่ก็คงมีคนอีกจำนวนไม่น้อยไม่เคยเดินทางไปสตูล เราจึงถามว่าก่อนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง และอยู่สตูลตลอด ปัญหาใหญ่ๆของสตูลมีอะไรบ้าง"พีรพัฒน์"สะท้อนปัญหาของจังหวัดให้เราฟังว่า ด้วยความที่จังหวัดสตูลอยู่สุดทางอันดามัน แต่ว่าพื้นที่ของจังหวัดเราเหมือนเป็นทางตัน โดยหากดูจากจังหวัดอื่นเช่น สงขลา พวกนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวในประเทศเองหรือนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เวลาเขาจะไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง เขาต้องผ่านจังหวัดสงขลา อย่างจะไป นราธิวาส-ยะลา-ปัตตานี หรือไปพัทลุง ตรัง กระบี่ พังงา ภูเก็ตก็ต้องผ่านสงขลา หรือคนมาเลเซีย ที่เข้ามาไทยจะไปฝั่งอันดามันหรือฝั่งอ่าวไทย ต้องผ่านสงขลา
แต่เรามองในทางกลับกัน คุณไม่จำเป็นต้องผ่านสตูลเพื่อไปที่ไหนเลย นี้คือปัญหาหลัก ผมมองว่าในการที่เราจะแก้ปัญหานี้ได้ เราต้องทำให้จังหวัดสตูลของเราเป็น Destination (จุดหมายปลายทาง) คือต้องให้เหตุผลกับคนข้างนอกที่จะเข้ามาในจังหวัดสตูลได้ นั่นคือหนึ่งในวิธีที่ผมคิดว่าอยากจะผลักดัน และวิธีที่สอง คือเราต้องมีการเปิดช่องทางผ่านโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสะพาน ท่าเรือ หรือสนามบินก็ดี เพื่อให้จังหวัดสตูลมีคนสัญจรเดินทางเข้ามาเยอะขึ้น เพราะจริง ๆ แล้วจังหวัดสตูล มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมาก ๆ แต่ทั้งประเทศทั้งโลกไม่รู้จัก เวลาเราพูดถึง เกาะหลีเป๊ะ ทุกคนจะรู้เลยว่าเกาะหลีเป๊ะ คืออะไร แต่เขาไม่รู้ว่าเกาะหลีเป๊ะอยู่ในจังหวัดสตูล เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาหลักของจังหวัด
ปัญหาหลักที่ 2 ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า Brain drain แต่ผมคิดว่าปัญหาดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องที่เจาะจงสำหรับจังหวัดสตูลอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นกับอีกหลายจังหวัดที่เป็นจังหวัดเล็ก ก็คือเมื่อนักเรียน นักศึกษา เรียนจบ เขาจะออกไปหางานทำในจังหวัดใหญ่ เช่นไปสงขลา กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ประชากรของจังหวัดก็จะโดนดูดออกไป ก็จะทำให้คนในพื้นที่ คนที่มีงานทำและมีกำลังใจจริง ๆ จะหายไป ที่มีผลคือทำให้การทำธุรกิจต่าง ๆ ในจังหวัดค่อนข้างที่จะเป็นไปได้ยาก เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งปัญหาหลักที่ต้องมีการแก้ไข
เมื่อเราถามถึงการที่เข้าสู่การเมือง ลงเลือกตั้งสส.เขต ทางครอบครัวคือ บิดา นายพิบูลย์ รัชกิจประการ อดีตส.ส.สตูลสองสมัย อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสตูลให้คำแนะนำอะไรบ้างโดยเฉพาะในการหาเสียง"ปีเตอร์ พีรพัฒน์"เล่าเรื่องนี้ให้เราฟังว่า คุณพ่อให้คำแนะนำเยอะมาก คือในความเป็นตัวเรา ที่เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ข้อดีอย่างหนึ่งของนักการเมืองรุ่นใหม่คือเรามีความรู้ความสามารถที่ทันสมัย เข้ากับยุคใหม่ได้มากกว่าคนรุ่นก่อน แต่ในฐานะคนรุ่นใหม่เราก็ต้องยอมรับว่าในเรื่องของประสบการณ์ เราก็สู้คนรุ่นเก่าไม่ได้เช่นกัน
หลายๆครั้ง ที่ผมเองก็เอาความคิดตัวเองเป็นหลักแล้วก็ไม่ได้ฟังผู้หลักผู้ใหญ่ ที่เขาก็เตือนว่า ควรไปทำแบบนี้ ทำแบบนี้ แต่ผมไม่ฟัง ผมคิดว่าผมเก่ง ผมทำได้ ซึ่งพอไปทำจริง ๆ ผลออกมาในแบบที่ผู้ใหญ่เขาได้เตือนเราไว้ เพราะเขามีประสบการณ์ เขาเคยผ่านมาก่อน
ผมเชื่อว่าการที่เราจะเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ดีได้ นอกจากความสามารถที่เราต้องมีแล้ว เรายังต้อง ทำงานร่วมกับคนรุ่นก่อน คนที่มีประสบการณ์ให้ได้
ผมยกตัวอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตอนช่วงหาเสียง ก็คือ ผมคุยกับพ่อว่า ผมอยากจะให้แคมเปญหาเสียงของผมเน้นไปในการทำสื่อมากกว่า เพราะผมมองว่าในการทำสื่อแต่ละครั้งมันใช้เวลาไม่เยอะ แล้วคนก็เห็นเยอะ คนเห็นแบบเป็นหลัก 10,000 แล้วผมมองว่าการที่ผมลงไปเดินในพื้นที่ ผมเดินวันนึงอย่างมาก ผมเจอมากสุดก็ 500 คน
ผมเลยพูดกับพ่อว่า ถ้าผมเน้นสื่อดีกว่าไหม เพราะคนเห็นเยอะกว่า แต่พ่อก็บอกจากประสบการณ์ที่ที่ท่านเคยหาเสียงมา พ่อบอกผมว่า ยังไงก็ต้องเดินเพราะว่าสุดท้ายแล้ว การที่คนเห็นเรา ผ่านสื่อของเราเยอะ ๆ มันไม่ได้หมายความว่า คนจะเลือกเรา แต่การที่เราได้เข้าไปพบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เข้าใจปัญหาประชาชน ให้ความสำคัญกับเขาจริง ๆ สิ่งนี้ คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งก็มาจากประสบการณ์ของพ่อที่ผ่านมาในหลาย ๆ การเลือกตั้ง ทั้งการเลือกตั้งระดับเทศบาล จนถึงการเลือกตั้งสส.
"พีรพัฒน์ สส.สตูล สมัยแรก พรรคภูมิใจไทย"กล่าวถึงการที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเขต1 สตูล โดยได้คะแนนมาประมาณ 38,000 คะแนนว่า ชัยชนะดังกล่าวเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย โดยปัจจัยหนึ่งก็คือการที่ผมอยู่ในพื้นที่และได้ทำโครงการหลาย ๆ โครงการ และทำงานเพื่อสังคมมาโดยตลอด อย่างที่กล่าวข้างต้นคือการทำตลาดแลจันทร์ ที่ทำให้กับเมืองเมืองสตูล รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนในเหตุการณ์ต่างๆเช่น ช่วงน้ำท่วมเมื่อเดือนพฤศจิกายนกับธันวาคมปี 2568 ที่ผมได้ไปเปิดครัว ไปแจกคูปอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ผมได้ทำมาตลอดในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เพราะในเรื่องความสามารถระหว่างผู้สมัครด้วยกัน ก็ไม่รู้ว่าใครจะเก่งกว่าใคร แต่เรื่องของการที่อยู่ในพื้นที่และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด นั่นก็คือสิ่งหนึ่งที่ผมได้เปรียบจากผู้สมัครคนอื่น รวมถึงในเรื่องผมก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดใหม่ ๆ ซึ่งเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่ผ่านมาของสตูลน่าสนใจมาก เพราะมีผู้สมัครที่เป็นคนรุ่นใหม่หลายคน ที่บ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ประชาชนในพื้นที่ต้องการว่าอยากจะให้คนรุ่นใหม่ที่มีความคิดใหม่ ๆ เข้ามาบริหารบ้านเมือง
นอกจากนั้น จากการที่ผมไปเดินหาเสียงก็ต้องยอมรับว่าคะแนนส่วนใหญ่ที่ผมได้มา ก็มาจาก บารมีที่พ่อของผมได้สร้างมาก่อนหน้านี้เพราะเวลาผมเดินไปหาเสียง ทุกคนจะถามเหมือนกันหมดเลยว่า"พ่อมาด้วยหรือไม่" แล้วเขาจะถามผมต่อว่า "แล้วผมจะทำได้ดีเหมือนพ่อไหม ถ้าทำได้ดีเหมือนพ่อผมเลือก" ก็จะพูดประมาณนี้ ก็ต้องขอบคุณคุณพ่อด้วยที่สร้างฐานเอาไว้ให้ดีครับ
ถามถึงว่า กระแสของพรรคภูมิใจไทยในเรื่องการทำนโยบายต่างๆเช่น คนละครึ่งพลัส หรือการที่มีทีมเทคโนแครตที่ชูในการหาเสียงเช่น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ มีน้ำหนักทำให้ชนะการเลือกตั้งหรือไม่"พีรพัฒน์”กล่าวตอบว่า ประชาชนในพื้นที่สตูลให้น้ำหนักเรื่องนี้มาก อย่างไรก็ตาม จากการที่ลงพื้นที่หาเสียงเรื่องที่คนสตูลให้น้ำหนักมากที่สุดในช่วงเลือกตั้ง คือเรื่องการจัดการปัญหาชายแดน ไทย-กัมพูชา ที่ผมก็แปลกใจเหมือนกัน เพราะสตูลอยู่ห่างจากกัมพูชาค่อนข้างเยอะ ที่ก็เกิดจากกระแสชาตินิยม หลายคนบอกว่า ถ้านายกฯ อนุทินสัญญาว่าจะปิดด่านต่อไปก็จะเลือกให้ อย่างนั้นเลยอย่างคะแนนบัญชีรายชื่อของภูมิใจไทยในการเลือกตั้งที่ผ่านมา พบว่าหากเทียบกับการเลือกตั้งก่อนหน้านี้ คะแนนปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มขึ้นจากเดิม 2-3 เท่า
..การเลือกตั้งที่ผ่านมาปี 2566 พรรคภูมิใจไทยได้สส.เขตภาคใต้ประมาณสิบสองคน แต่การเลือกตั้งที่ผ่านมาล่าสุด พรรคได้ส.ส.เขตภาคใต้เพิ่มขึ้นมา 31 ที่นั่ง จากที่ผมได้คุยกับ สส. เขตภาคใต้คนอื่น โดยเฉพาะคนที่เคยเป็น สส. มาแล้ว สองสมัย หรือสามสมัย เขาบอกว่าเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา เป็นการเลือกตั้งที่ง่ายที่สุด เพราะเดินไปหาเสียงที่ไหน จะมีคนเชียร์เยอะ
อย่างที่ผมบอกว่าคนจะสนใจในเรื่องของชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นอย่างมาก ตอนผมเดินหาเสียง ผมรู้สึกแปลกใจเหมือนกัน ตอนหาเสียง หลายคนบอกกับผมว่าไม่เคยเลือกภูมิใจไทย แต่รอบนี้จะเลือกให้ ทั้งที่เราอยู่ภาคใต้ไม่ได้เกี่ยวกับกับเขา ส่วนโครงการคนละครึ่ง ที่รัฐบาลทำก็ช่วยได้เยอะ แม่ค้าในตลาดผมดีใจกันมากตอนโครงการคนละครึ่งออกมา รวมถึงกระแสตอบรับของรัฐมนตรีทั้ง ท่านศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ คุณสีหศักดิ์ รมว.ต่างประเทศ คุณเอกนิติ รมว.คลัง ที่ทำผลงานออกมาได้ดีมากในช่วงระยะเวลา 2-3 เดือนที่ได้บริหารประเทศก่อนเลือกตั้ง
-ก่อนหน้านี้ทำเรื่องกีฬามาตลอด ทั้งเป็นผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอลพีที สตูล และเป็น นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสตูล มีแนวความคิดนโยบาย กีฬาสร้างเมือง กีฬาพัฒนาจังหวัด อย่างไร?
การที่ผมเป็นทั้งเจ้าของตลาดในเมืองสตูลและเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล ทำให้ผมเห็นบางสิ่งบางอย่างที่หลายคนไม่เห็น ในเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างกีฬากับเศรษฐกิจ

เพราะที่ตลาดแลจันทร์ ของผม จะมีการนับคนเข้ามาเดินในตลาดทุกวัน ผมก็จะรู้ได้ว่าช่วงไหนคนเข้ามาเยอะ ช่วงไหนคนเข้ามาน้อย โดยทุกครั้งที่เรามีการแข่งขันฟุตบอลในบ้าน(ทีมเหย้า) พบว่าจะมีคนมาเดินตลาดมากขึ้นประมาณ 50% ทำให้เห็นได้ชัดว่านอกจากการที่เรื่องของกีฬา ที่จะช่วยให้กลุ่มเยาวชน และประชาชนในจังหวัดมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและก็สร้างงานให้กับพวกนักกีฬาอาชีพแล้ว เรื่องนี้ยังมีผลต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วย ตรงนี้เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด
สิ่งที่ทผมอยากจะทำกับสโมสร หลัก ๆ เลยก็คือ ตอนนี้ทีมอยู่ในไทยลีก 3 ที่ก็จะเป็นการแข่งขันกับทีมในภาคใต้ ทำไมผมอยากจะขึ้นไปไทยลีก 2 ก็เพราะไทยลีก 2 จะเป็นการแข่งขันระดับประเทศ เราจะแข่งกับทุกทีมที่มาจากต่างภาค เช่นทีมจากเชียงใหม่ ก็ต้องมาแข่งที่สตูล การที่เราไปแข่งกับทีมที่อยู่ไกลมากขึ้น ทำให้เวลาแข่งที่สตูล นักบอล-ทีมงานฟุตบอล รวมถึงแฟนบอลทีมคู่แข่งมาแข่งที่สตูล เขาจะต้องใช้จ่ายแล้วก็อยู่ในจังหวัดสตูลเยอะขึ้น อยู่นานขึ้น
นอกจากนั้น การแข่งขันในบ้าน ฤดูกาลนี้เรามีแข่งในบ้านประมาณ 12 นัด แต่ถ้าทีมขึ้นไทยลีก 2 จะมีการแข่งขันในบ้านที่สตูลประมาณ 20 กว่านัด ทำให้เมื่อทีมคู่แข่ง เข้ามาแข่งที่สตูล มันจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่สตูลได้ ถ้าคนยิ่งมาเยอะ จะยิ่งมีผลดีต่อต่อจังหวัด สิ่งนี้คือแนวทางหนึ่งที่จะใช้กีฬาเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อสร้างให้จังหวัดสตูลของเรามีรายได้เข้ามาจากข้างนอกมากขึ้น
"พีรพัฒน์ ส.ส.สตูล”ยังกล่าวถึงแนวคิด ความตั้งใจที่จะเข้าไปผลักดันนโยบายต่างๆ เพื่อพัฒนาจังหวัดสตูล เช่น "สตูลทันโลก ด้วยAI"ว่าจากการที่ผ่านระบบการศึกษามาจากสิงคโปร์ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากสำหรับระบบการศึกษาของสิงคโปร์ ก็คือกระทรวงศึกษา ของสิงคโปร์ เขาจะคาดการณ์ไปในอนาคตว่า สิ่งที่ประเทศจะต้องการภายในอีก 5 ปีถึง 10 ปีข้างหน้าคืออะไร
ตอนที่ผมอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 3 ทางโรงเรียนก็บังคับให้เด็กทุกคนมาเรียนเรื่อง โค้ดดิ้ง (Coding) ตอนนั้น ผมก็ยังเป็นเด็กก็ไม่เข้าใจว่าทำไมโรงเรียนต้องมาบังคับให้ทุกคนเรียนโค้ดดิ้งด้วย ผมมีความฝันอยากจะเรียนสถาปัตย์ฯ แล้วมาบังคับให้ผมเรียนโคดดิ้ง ที่ก็พบว่า พอมีการให้เรียนโค้ดดิ้ง ทำให้ เด็กสิงคโปร์มีความสนใจในเรื่องของโค้ดดิ้งมากขึ้น
พอผมไปเรียนมหาลัยก็จะมีเด็กกลุ่มนี้เป็นจำนวนมาก พอเรียนจบกันมา กลับกลายเป็นว่าตอนนั้นเป็นช่วงที่วิศวะคอมพิวเตอร์ขาดแคลนมากที่สุดในโลก แล้วคนที่จบComputer Engineeringจะมีรายได้ที่สูงมาก หางานง่ายมาก นี้คือสิ่งที่ผมอยากจะชื่นชมสิงคโปร์ที่ทำได้ดีมาก กับการคาดการณ์ความต้องการของตลาดโลกในอนาคต
สำหรับแนวคิด-ความหมายเรื่อง สตูลทันโลก ด้วยAI ก็คือนอกจากนโยบายที่เราจะแก้ปัญหาในพื้นที่ในปัจจุบันแล้ว เราต้องมองไปในอนาคตเช่นกัน โดยเฉพาะในเรื่องของAI ยุคของ AI ที่กำลังจะมาถึง เราไม่อยากเป็นผู้ตาม เราอยากจะเป็นผู้นำ เราไม่อยากให้พอยุค AI มาถึงเราก็ต้องไปดูว่าคนอื่นเขาทำกันยังไง แต่เราอยากเตรียมความพร้อมให้กับประชากรของเรา ให้กับลูกหลานของเราให้พร้อมกับยุค AI
เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งนโยบายหลักของผม การที่ผมจะทำ ก็จะเป็นการทำผ่านพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาฯ เพื่อจะไปให้โรงเรียนสามารถสอนพื้นฐาน AI ให้กับเด็กนักเรียนได้เลย จุดประสงค์หลักของการสอน AI ไม่ใช่ว่าจะเราจะสอนให้เด็ก ใช้ AI ไปในด้านใดด้านหนึ่ง แต่จะสอนให้เขาเข้าใจเรื่องพื้นฐานก่อน ทำให้มีความสนใจในเรื่องของ AI มากขึ้น
เพราะสุดท้ายแล้วเรื่องของ AI มันกว้างมาก คุณสามารถใช้ AI ทำทุกอย่างได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเมื่อเขาสนใจ จากนั้นเขาก็จะไปศึกษาของเขาเอง นั่นก็คือสิ่งที่ผมอยากจะทำแล้วก็อยากจะขยาย ตอนนี้มีการไปคุยกับทางเทศบาลเมืองสตูล อยากจะทำ แซนด์บ็อกซ์ให้ลองทดสอบกับโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดของเทศบาลก่อน หากทำแล้วพบว่า เด็กสนใจมากขึ้น ใช้ AI เก่งขึ้น ทำโครงการโดยมี AI เป็นเครื่องมือได้ดีมากขึ้น ก็จะขยายไปทำเรื่องนี้กับทุกโรงเรียนในเขต 1 ของสตูล
แนวคิดพัฒนาสตูลท่าเรือตันหยงโป-สนามบินจังหวัด
-เห็นเคยหาเสียงไว้ในเรื่องการพัฒนาท่าเรือตันหยงโป ที่สตูล มีแนวทางอย่างไร?
ต้องอธิบายเหตุผลก่อนว่าทำไมต้องเป็นท่าเรือตันยงโป คือถ้าเป็นคนในพื้นที่สตูลจะเข้าใจดีถึงปัญหาของเมืองสตูล ที่ก็คือเมืองสตูล จะอยู่ติดเกือบล่างสุดเลย แต่เกาะหลีเป๊ะ จะอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดสตูลโดยไม่ได้อยู่ล่างขนาดนั้น พอคนต่างจังหวัดเดินทางเข้ามา แทนที่เขาจะผ่านเมือง เขาจะเข้ามาไม่ถึงเมืองเพราะก็จะเลี้ยวขวาตรงไปท่าเรือปากปารา เพื่อที่จะนั่งเรือไปเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งทำให้ตัวเมืองไม่มีคนเข้ามาเลย
เหตุผลที่อยากจะทำท่าเรือตันหยงโป เพราะว่าตันหยงโปจะได้เปรียบตรงที่ว่า ตันหยงโป แม้ระยะทางไปเกาะหลีเป๊ะจะไกลกว่า เดินทางจากท่าเรือปากปารา ประมาณ 15 นาที แต่ว่าถ้าเดินทางจากท่าเรือตันหยังโป ไปเกาะตะรุเตาซึ่งก็เป็นอุทยานแห่งชาติฯ ไปลังกาวี ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการท่องเที่ยวของมาเลเซีย ท่าเรือตันหยงโปก็จะใกล้กว่า
ที่สำคัญกว่านั้นก็คือการที่จะเดินทางไปท่าเรือตันหยงโป จะทำให้คนต้องผ่านเข้ามาในเมืองด้วย เพราะว่าท่าเรือตันหยงโปจะอยู่ทางทิศใต้ลงมาอีก นั่นก็คือเหตุผลหลักว่าทำไมต้องเป็นท่าเรือตันหยงโป โดยหลัก ๆ ที่ผมได้เข้าไปศึกษาโครงการนี้ ได้ไปพูดคุยกับนายกฯอบต. และกรมเจ้าท่า ก็คิดว่าโครงการท่าเรือตันหยงโปมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้สูงมาก ซึ่งโครงการทำได้อยู่แล้ว แต่ว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จก็คืออีกเรื่องหนึ่ง เพราะไม่อยากสร้างท่าเรือออกมาแล้วไม่มีคนใช้ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องพึ่งหลายหน่วยงาน และหลายปัจจัย เช่น การให้ความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมเจ้าท่า รวมถึงชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ และทางกระทรวงคมนาคม คือทุกอย่างต้องมาพร้อมกันหมดเลย
ที่ผ่านมาผมได้ไปคุยกับหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ทางภาคเอกชนเห็นด้วยว่าควรจะลงทุนตรงนี้พร้อมที่จะสนับสนุน เพราะเขามองว่าตันหยงโป เป็นจุดยุทธศาสตร์จุดหนึ่งของจังหวัดสตูล
ส่วนเรื่องสนามบินสตูล หากจำไม่ผิดอยู่ในช่วงของการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากศึกษาผ่านเมื่อใด เราจะมาดูว่ามันคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ซึ่งหากจำไม่ผิด มีการประชุมเมื่อสักหนึ่งปีหรือสองปีที่ผ่านมา โดยหน่วยงานที่เข้ามาดูแลในเรื่องของการศึกษาฯ ดังกล่าว เขาบอกว่ามันคุ้มค่า แล้วก็ต้องมาศึกษา EIA ต่อ ตอนนี้รอผล EIA ที่หาก EIA ผ่านก็มาดูอีกทีว่าจะมีงบประมาณที่จะมาทำสนามบินตรงนี้ได้หรือไม่
ส่วนที่เคยมีการหาเสียงในเรื่องการผลักดันโครงการสะพานสตูล-เปอร์ลิส (โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมไทย-มาเลเซีย เพื่อเชื่อมต่อท่าเรือตำมะลัง จ.สตูล กับรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย) ก็คล้ายกันคือ ผลการศึกษาในเรื่องความคุ้มค่าผ่านแล้ว ตอนนี้รอผลการศึกษา EIA เช่นกัน โดยหาก EIA ผ่าน ก็ต้องไปคุยกับทางฝั่งมาเลเซียก่อนว่า เขาต้องการสะพานดังกล่าวหรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้วถ้าศึกษาทุกอย่างทุกอย่างผ่าน มีงบประมาณลงมา แต่มาเลเซียไม่เอาเราก็ทำไม่ได้เช่นกัน โดยหากมีการก่อสร้างสะพานฯ จะมีผลต่อเรื่องเศรษฐกิจอย่างมหาศาล หากมาเลเซียเอาด้วย ต้องมาคุยเรื่องรายละเอียดอีกที แต่หากสะพานนี้เกิดขึ้น อย่างเมื่อก่อน ทางฝั่งมาเลเซีย เขาจะเดินทางไปเที่ยวจังหวัดที่อยู่ฝั่งอันดามันของไทย ทั้ง กระบี่ พังงา ภูเก็ต เขาก็ต้องอ้อมไปเข้าทางสงขลา แต่หากมีการสร้างสะพานทำให้สามารถเดินทางจากเปอร์ลิส เข้ามาสตูลได้เลย จะลดระยะเวลาการเดินทางได้ร่วมหนึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
"พีรพัฒน์ ส.ส.นิวเจนรุ่นใหม่ พรรคภูมิใจไทย"กล่าวถึงความตั้งใจในการเข้าไปทำงานการเมืองในสภาฯ หลังจากนี้ว่า ผมเป็นสส.เขต เพราะฉะนั้น ความรับผิดชอบหลักของผม ก็จะเป็นการดูแลจังหวัดสตูลให้ดีที่สุด หลักในการทำงานของผม หากไม่จำเป็นต้องไปอภิปราย คือในการแก้ปัญหาของผม อยากจะให้เกียรติกับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ก่อน ถ้าเราสามารถคุยกันได้แล้วแก้ปัญหาในพื้นที่เองโดยไม่ต้องนำเรื่องขึ้นไปถึงสภาจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

แต่ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นแล้วไม่สามารถแก้ได้ เพราะว่าทางหน่วยงานไม่ให้ความร่วมมือ ก็มีความจำเป็นที่ผมจะต้องนำเรื่องต่าง ๆ ไปหารือและอภิปรายในสภาฯ ตรงนี้จะเป็นในแนวทางในการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ของผม คือไม่ใช่ว่าพอผมเป็นพรรคภูมิใจไทย แล้วพอหน่วยงานนี้เชียร์สีอื่น ผมไม่ทำงานด้วย แบบนี้ไม่ใช่ครับ เพราะการทำงานของผม อยากจะทำงานร่วมกับทุกคนที่มีความตั้งใจอยากจะพัฒนาจังหวัดสตูลของเราจริง ๆ ผมไม่แคร์ว่าคุณ มาจากพรรคไหน เชียร์อะไรถ้าคุณตั้งใจอยากจะพัฒนา ก็มาร่วมมือกับผมได้เลย สิ่งนี้คือแนวทางในการทำงานของผม
รัชกิจประการ-รุ่นสองกับมุมมอง ตระกูลการเมือง-บ้านใหญ่
เมื่อถามถึงการที่เป็นคนรุ่นใหม่ เป็นนิวเจนของพรรคภูมิใจไทย แต่คนหลายส่วนยังมองว่า ภูมิใจไทย เป็นพรรคบ้านใหญ่ "พีรพัฒน์ ส.ส.สมัยแรก ภูมิใจไทย"ให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า จริง ๆบางครั้ง เรามองคำว่าบ้านใหญ่แล้วเราอาจจะมองว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี บางคนอาจจะมองว่าเป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิด แต่ของผม ถ้าเราไปดูสถิติในการเลือกตั้งจะเห็นได้ชัดเลยในทุก ๆ พื้นที่ในทุก ๆ จังหวัด ก็คือคนในเมืองส่วนใหญ่จะเลือกพรรคประชาชน กับคนที่อยู่นอกพื้นที่ โดยเฉพาะคนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพรรคประชาชนเช่นกัน
แต่ฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทย ที่เราได้มาเยอะมาก ก็จะเป็นชาวบ้านส่วนใหญ่ เพราะว่าชาวบ้านและคนในพื้นที่จะเห็นการทำงานของ สส. ของพรรคภูมิใจไทยมาตลอดว่าไม่ใช่แค่ว่าเราเป็น สส. หน้าที่ของเราอยู่ในสภาอย่างเดียว แต่ของเรา เรามองว่าหน้าที่ของ สส. ก็คือเราต้องช่วยเหลือประชาชนให้ได้ในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานอะไร เช่น การให้การสนับสนุนเรื่องกีฬา -การศึกษา ซึ่งเรามองว่ามันเป็นความรับผิดชอบ ของเรา เพราะสุดท้ายเราคือผู้แทนของประชาชนทุกคนในจังหวัด นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าทางพรรคภูมิใจไทยที่เขาชอบเรียกกันว่าบ้านใหญ่ ทำได้แตกต่างจากพรรคอื่น ๆ ที่อาจจะไม่มีบ้านใหญ่เหมือนเรา
-ตอนนี้ที่เข้ามาการเมือง ก็ถูกมองว่าเป็น รัชกิจประการ รุ่นสอง ที่เข้ามารับไม้ต่อทางการเมือง แล้วมองเรื่องของทายาททางการเมืองอย่างไร?
ตอนที่คนเรียกเราว่า บ้านใหญ่ ครั้งแรก ผมก็รู้สึกแปลก ๆ เหมือนกัน เพราะว่าไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน คือเขาอาจจะมองว่าเราเป็นบ้านใหญ่เพราะเรามีทรัพย์สิน มีบริษัท มีอะไรต่างๆเยอะ แต่จริง ๆ ของพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือพวกทรัพย์สินอะไรต่าง ๆ เรามีก่อนที่จะมาเริ่มเล่นการเมือง
แต่พอเราโดนเรียกว่า บ้านใหญ่ครั้งแรก ก็ตอนเราเริ่มมาลงการเมือง เราไม่เคยเป็นบ้านใหญ่เลยแต่พอเรามาลงการเมืองอยู่ดี ๆ ก็กลายมาเป็นบ้านใหญ่ ผมก็อาจจะมองว่าเป็นคำที่บางคนใช้เพื่อให้เหมือนกับว่าเรามาใช้การเมืองเพื่อหาผลประโยชน์กับตัวเอง เพื่อทำให้บ้านของเราใหญ่ขึ้น แต่จริง ๆ ไม่ใช่ครับ ถ้าคุณจะบอกว่าเราบ้านใหญ่ เราบ้านใหญ่มาตั้งแต่ก่อนมาเล่นการเมืองอีก แต่คุณเพิ่งมาใช้คำนี้ตอนเราเล่นการเมือง
กับคำถามปิดท้ายการสัมภาษณ์ว่า การที่เป็น รุ่นที่สองของ รัชกิจประการ ที่เข้ามาการเมือง ทำให้สังคมก็โฟกัส ตรงนี้รู้สึกกดดันหรือไม่”ปีเตอร์ พีรพัฒน์”กล่าวตอบว่า ก็กดดันพอสมควร คือสำหรับผม ที่ผ่านมา อาจจะทำงานสังคมจริง ๆ แต่ก็ไม่ได้อยู่ในสังคมเยอะขนาดนั้น และเป็นคนที่ไม่ค่อยเล่นโซเชียลด้วย พอการที่เรามาเป็นนักการเมือง ไม่ว่าคุณจะทำผลงานดีขนาดไหนเยอะขนาดไหนนะครับ สุดท้ายแล้วก็มีเป็น 2 ฝั่ง ก็คือฝั่งที่เชียร์คุณ กับฝั่งที่ไม่ชอบคุณ
ก่อนหน้านี้ตอนผมเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ก็ไม่มีปัญหาในเรื่องของการที่คนจะมาว่า มาวิจารณ์ผม แต่พอผมมาเป็นนักการเมือง บางที คนซึ่งไม่รู้จักผมเลยด้วยซ้ำ แต่พอผมมาอยู่พรรคภูมิใจไทย แล้วเขาไม่ชอบภูมิใจไทย ก็มาโจมตีผม ในฐานะที่เป็น สส. รุ่นใหม่และเป็นสส.สมัยแรกด้วย ต้องบอกตรง ๆ ว่าตอนนี้ยังไม่ชิน แต่คิดว่าในอนาคตคงผ่านไปได้
โดยวรพล กิตติรัตวรางกูร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
🔴 LIVE ‘ดร.รุสตั้ม’ ชี้จุดจบ THE LAST WAR อิหร่านขยี้อิสราเอล!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
🔴 LIVE ‘ดร.รุสตั้ม’ ชี้จุดจบ THE LAST WAR อิหร่านขยี้อิสราเอล!! อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2569
🔴 LIVE ไทยระทม! พิษของแพง วัดฝีมือกู้เศรษฐกิจรัฐบาล | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569
🔴 LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | ยื้อเยื้อ..อยู่ยาก แรงกระแทกซัดรัฐบาล หนู2
ครบมุมข่าว กับนิธินาฏ ราชนิยม : วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569
การสิ้นสุดระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญฝรั่งเศสครั้งที่หนึ่ง (ตอนที่ 1)
แม้ตามความเข้าใจในปัจจุบัน จะถือว่าสหราชอาณาจักรคือต้นแบบของระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy) แต่คำว่า ‘La monarchie constitutionnelle’
🔴 LIVE เชื่อมั่นรัฐบาลดิ่งเหว ลักหลับคนไทยขึ้นราคาน้ำมัน | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569
🔴 LIVE พิษพลังงาน ไม่ขาด..แต่แพง!! | ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม
ครบมุมข่าว กับนิธินาฏ ราชนิยม : วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569

