พิสูจน์ประสบการณ์การขับขี่ ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด พาสื่อมวลชน สัมผัสและพิสูจน์ประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษกับ ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ สัมผัสจิตวิญญาณแห่งความท้าทายของที่สุดแห่งยนตรกรรมความสปอร์ต ณ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ มีดีไซน์ความสปอร์ตที่โดนเด่นสะดุดตา ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ทั้งในด้านความเร็วและการทรงตัว ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมตอกย้ำความสปอร์ตด้วยภายในสีแดง/ดำที่มีเฉพาะในรุ่นนี้เท่านั้น แรงเร้าใจกับเครื่องยนต์ Direct Injection DOHC VTEC TURBO ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ได้รับการพัฒนามาสำหรับ ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ โดยเฉพาะ มอบกำลังสูงสุด 320 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ที่ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด สัมผัสความรู้สึกของอัตราเร่งได้ทันที และให้อัตราเร่งต่อเนื่องไปจนถึงช่วงความเร็วรอบสูง มั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอื่น ๆ ครบครัน อาทิ ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด หลัง 4 จุด ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS) ถุงลมด้านข้างคู่หน้า (Side Airbags) ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags) และถุงลมหัวเข่าคู่หน้า (Dual Knee Airbags) เป็นต้น มอบความสะดวกสบายเหนือระดับด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบาย อาทิ มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch ขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Smartphone และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) พร้อม Honda Smart Key Card ระบบเชื่อมต่อ Honda LogR และระบบนำทางเนวิเกเตอร์ เป็นต้นฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์สื่อมวลชนจะได้สัมผัสการขับขี่ที่สนุกเร้าใจของพลังและจิตวิญญาณความสปอร์ตแห่งการขับเคลื่อน กับเครื่องยนต์ Direct Injection DOHC VTEC TURBO ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ได้รับการพัฒนามาสำหรับ ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ โดยเฉพาะ มอบกำลังสูงสุด 320 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ที่ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด สัมผัสความรู้สึกของอัตราเร่งได้ทันที และให้อัตราเร่งต่อเนื่องไปจนถึงช่วงความเร็วรอบสูง ในแทร็กที่มีทั้งทางตรงและทางโค้งถึง 12 โค้ง และมั่นใจตลอดการทดลองขับด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ดังนี้ ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC) ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN) พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอื่น ๆ ครบครัน อาทิ ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด หลัง 4 จุด ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS) ถุงลมด้านข้างคู่หน้า (Side Airbags) ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags) และถุงลมหัวเข่าคู่หน้า (Dual Knee Airbags) เป็นต้นฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ดีไซน์รอบคันสะดุดตา ได้รับการออกแบบให้สปอร์ตโฉบเฉี่ยวตามเอกลักษณ์สไตล์ซีวิคและตามหลักอากาศพลศาสตร์ มาพร้อมโลโก้ H Mark สีแดง แสดงความเป็น Type R เสริมด้วยการจัดวางชุดแอโรพาร์ตรอบคันเพื่อสนับสนุนด้านหลักอากาศพลศาสตร์ สปอยเลอร์สี Gloss Black รอบคัน ไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกหลัง ไฟท้ายแบบ LED ชุดท่อไอเสียแบบ Center Triple พร้อมปลอกท่อไอเสีย และล้ออัลลอย 19 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารเสมือนนั่งอยู่ในห้องนักบินประสิทธิภาพสูง ตอกย้ำความสปอร์ตด้วยสีภายในสีแดง/ดำ เบาะนั่งคู่หน้าสปอร์ตแบบ Type R พวงมาลัยหุ้มหนังกลับแบบ Type R คอนโซลกลางและหัวเกียร์ตกแต่งด้วยอะลูมิเนียม สะท้อนความภาคภูมิใจของผู้ครอบครองด้วย Serial Number Plate หมายเลขที่มีเพียงหนึ่งเดียวบนป้าย Type R อีกทั้งมอบความสะดวกสบายอันเหนือระดับด้วยพรีเมียมฟังก์ชันและเทคโนโลยี อาทิ มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch ขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Smartphone และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) พร้อม Honda Smart Key Card ระบบเชื่อมต่อ Honda LogR และระบบนำทางเนวิเกเตอร์ เป็นต้น

ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ จำหน่ายในราคา 3,990,000 บาท โดยสีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโซนิค (มุก) สีแดงแรลลี่ พร้อมสีใหม่ สีขาวแชมเปียนชิป และสีน้ำเงินเรซซิง (มุก) ซึ่งตอนนี้ฮอนด้าแจ้งมาว่ายอดจองเต็ม ยังไม่สามารถรับสิทธิ์การจองเพิ่มได้ โดยผู้สนใจสามารถสอบถามทางฮอนด้าได้โดยตรงที่โชว์รูมและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ว่ารับจองได้อีกช่วงไหน ซึ่งคนที่ได้รับสิทธิ์การจองเป็นเจ้าของ ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ ต้องบอกว่าคุณเป็นผู้โชคดีที่ได้สัมผัสความแรง สปอร์ตเต็มขั้น ที่มาพร้อมระบบและเทคโนโลยีมากมาย ซึ่งตอนนี้มีเงินก็ไม่สามารถจับจองได้


โดย นรินทร โชติภิรมย์กุล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Honda HRCคอนเฟิร์ม 'ก้อง'พลาด'เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์'สนามแรก ส่ง'นากาชิม่า'บิดแทน

ฮอนด้า เอชอาร์ซี (Honda HRC) ยอดทีมแข่งในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ยืนยันอย่างเป็นทางการ “ก้อง-สมเกียรติ” นักบิดชาวไทยต้องถอนตัวจากการแข่งขันสนามแรกที่ ฟิลลิป ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย หลังเข้ารับผ่าตัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ โดยจะส่ง “เท็ตซูตะ นากาชิม่า” นักบิดทดสอบชาวญี่ปุ่นลงแข่งแทนในสนามดังกล่าว เพื่อให้นักแข่งชาวไทยพักรักษาตัว ฟื้นฟูสภาพร่างกายอย่างเต็มที่ และพร้อมสำหรับกาากลับมาลงแข่งขันในสนามถัดไป

ฮอนด้า เปิดให้ยลโฉม EV Outlier โมเดลจักรยานยนต์ไฟฟ้าต้นแบบระดับโลก ที่ “The M.O.V.E. by Honda”

บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด และบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ตอกย้ำวิสัยทัศน์ด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และความมุ่งมั่นในการ

'ฮอนด้า'คว้าดับเบิ้ลโพเดียมสเตจท้าย 'แรลลี่ดาร์กา'สนามแรกที่ซาอุฯ

สุดยอดรถแข่งแรลลี่ Honda CRF450 RALLY และทัพนักบิดฮอนด้าจาก Monster Energy Honda HRC โชว์ศักยภาพการแข่งขัน ต่อสู้และสร้างผลงานในหัวแถวได้อย่างต่อเนื่อง ในศึกแรลลี่ดาการ์ 2026 สนามแรก ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ที่ดวลกันอย่างท้าทายถึง 13 สเตจในระหว่างวันที่ 3 – 17 มกราคม 2569 โดยผลงาน 12 สเตจแรกนักแข่งฮอนด้าอย่าง “ริกกี้ บราเบค” และรถแข่ง Honda CRF450 RALLY หมายเลข 9 คว้าชัยชนะพร้อมทำผลงานเป็นผู้นำในตารางเวลา ก่อนที่จะดวลสเตจที่ 13 เป็นสเตจตัดสิน โดยมีระยะทาง 105 กิโลเมตร แต่ต้องผ่านหุบเขาที่ท้าทายทั้งการขับขี่ สมรรถนะของรถแข่งและการนำทางที่แม่นยำ