พฤฒสภา คือ สภาปรีดี จริงหรือ ? (40)

 

ไชยันต์ ไชยพร

ก่อนจะเกิดรัฐธรรมนูฉบับที่ 4 หรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490  เรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 คือฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 และฉบับที่ 3 คือฉบับ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2489  ผู้เขียนได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 ที่ใช้อยู่ระหว่าง พ.ศ. 2475-2489 เป็นรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่ระบอบคณาธิปไตยสืบทอดอำนาจโดยคณะราษฎร สาเหตุสำคัญที่ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญคณาธิปไตยสืบทอดอำนาจโดยคณะราษฎร ได้แก่

1. การเปิดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 มีสิทธิ์รับรองคณะรัฐมนตรีร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1

2. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 มีจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 ที่มาจากการเลือกตั้ง

3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี และมีวาระอยู่ยาวตราบที่ยังบังคับใช้บทเฉพาะกาลอยู่ 

4. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 ชุดแรกที่แต่งตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2476 มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี คณะที่ 4 ที่มาจากการทำรัฐประหาร                                                           

5. คณะรัฐมนตรี คณะที่ 4 ที่มาจากการทำรัฐประหาร แต่งตั้งตัวเองและพวกพ้องซึ่งส่วนเป็นสมาชิกคณะราษฎรให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2

6. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 รับรองตัวเองให้เป็นคณะรัฐมนตรี   

จาก 1-5 บรรดาสมาชิกคณะราษฎรต่างแต่งตั้งตัวเองกลับไปกลับมาหมุนเวียนกันเป็นคณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 เป็นระยะเวลาถึง 13 ปี จนมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นั่นคือ ฉบับที่ 3 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2489

รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 นี้ แม้จะยกเลิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 และให้มีสมาชิกพฤฒสภาขึ้นแทน แต่ก็ยังกำหนดให้สมาชิกพฤฒสภามีสิทธิ์ในการรับรองคณะรัฐมนตรีร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง  และแม้ว่าจะกำหนดให้สมาชิกพฤฒสภามาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 นี้ได้กำหนดไว้ว่า ในช่วงแรกให้สมาชิกพฤฒสภามาจากการเลือกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  

ทีนี้ เรามาดูกันว่า สมาชิกพฤฒสภาที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เลือกขึ้นมาเป็นจำนวน 80 คนตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นใครและพวกใครบ้าง    และทำไมคนในสมัยนั้นถึงเรียกพฤฒสภาว่าเป็น “สภาปรีดี”   พฤฒสภาเต็มไปด้วยคนของปรีดีจริงหรือ ?

ในการตอบข้อสงสัยข้างต้น ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงภูมิหลังของสมาชิกพฤฒสภาทั้งหมด 80 ท่าน พบว่า ใน 64 ท่านในทั้งหมด 80 ท่าน พบว่า มีสมาชิกที่จัดได้ว่าเป็นพวกปรีดี 30 ท่าน มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนปรีดี  7 ท่าน ไม่ใช่พวกปรีดี 11 ท่าน ไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นฝ่ายใดแน่ 16 ท่าน

ต่อไปคือ คุณสนิท  เจริญรัฐ       

คุณสนิท เจริญรัฐ เป็นคนจังหวัดนครราชสีมา บิดามีอาชีพค้าขาย ศึกษาที่โรงเรียนชื่อ “โรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลนครราชสีมา”  เป็นโรงเรียนที่เป็นผลจากพระราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาศึกษาต่อที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีเด่นตลอดมา ในต้นปี พ.ศ. 2469 ได้สมัครเข้าศึกษาในโรงเรียนกฎหมายของกระทรวงยุติธรรม แต่ได้รับราชการในแผนกอัยการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมกับการศึกษาทฤษฎีของนิติศาสตร์ด้วยการอ่านตำรา รวมทั้งอ่านคำบรรยายวิชากฎหมายลักษณะต่างๆ แทนการไปฟังคำบรรยายที่โรงเรียนกฎหมาย

เมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย คุณสนิทก็ลงสมัครและได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 จังหวัดนครราชสีมา ระหว่าง 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 – 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2480 แสดงถึงความกระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย แต่เมื่อท่านลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นครั้งที่สอง แต่ไม่ได้รับเลือก

คุณสนิทเป็นหนึ่งใน “คณะสุภาพบุรุษ”  “‘คณะสุภาพบุรุษ’ คือ กลุ่มนักเขียนหนุ่มที่ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ชักชวนมารวมตัวกันทำนิตยสารวรรณกรรมรายปักษ์ชื่อ สุภาพบุรุษ พิมพ์เผยแพร่เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๒ มีกุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นบรรณาธิการ อบ ไชยวสุ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งเล่าว่า หลังจากที่กุหลาบลาออกจากงานผู้ช่วยบรรณาธิการนิตยสารรายเดือน เสนาศึกษาและแผ่วิทยาศาสตร์ ได้มาหารือกับเขาเกี่ยวออกนิตยสารใหม่ โดยตั้งใจจะรวบรวมพรรคพวกนักเขียนรุ่นเดียวกันมาช่วย อบเห็นดีเห็นงามด้วยถึงขั้นเสนอให้ใช้พื้นที่ชั้นบนของ “ห้องเกษมศรี” หน้าวัดชนะสงคราม เป็นสำนักงาน (ดูรายละเอียดในสุชาติ สวัสดิ์ศรี และ อบ ไชยวสุ, หน้า ๘๕ - ๑๐๒) จากข้อเขียนบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับคณะสุภาพบุรุษ จรัญ วุธาฑิตย์ ได้ให้ข้อมูลว่า “ชุดผู้ก่อการ” มีด้วยกัน ๑๐ คน คือ กุหลาบ สายประดิษฐ์ (“ศรีบูรพา” “จีนใจ” และ “อิสรชน”) มาลัย ชูพินิจ (“แม่อนงค์” และ “ม. ชูพินิจ”) อบ ไชยวสุ (“ฮิวเมอริสต์” และ “L. กอฮอล์”) ระคน เภกะนันท์ (“กู๊ดบอย”) อุเทน พูลโภคา (“ช่อมาลี”) โชติ แพร่พันธุ์ (“ยาขอบ”) บุญทอง เลขะกุล (“วรมิตร”) สนิท เจริญรัฐ (“ศรีสุรินทร์”) สุดใจ พฤทธิสาลิกร (“บุศราคำ”) และ จรัญ วุธาทิตย์ (“ร.วุธาทิตย์”)” [1] ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ กล่าวว่า “หากการปฏิวัติ 2475 คือ พายุใหญ่ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงการปกครองของสยาม การเกิดขึ้นของคณะสุภาพบุรุษคือ หนึ่งใน ‘เสียงฟ้าลั่นคำรามมาแต่ไกลของวรรณกรรม’ ที่เผยให้เห็นความใฝ่ฝันความปรารถนาของคนกลุ่มหนึ่งที่มุ่งหวังจะเห็นความเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมแห่งเสรีภาพและความเสมอภาค” [2]

คุณสนิทถือได้ว่าเป็นนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์อาชีพที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และไม่อาจกล่าวได้ว่า ท่านเป็นพวกอาจารย์ปรีดีโดยเฉพาะ  แต่ประเมินได้ว่า ท่านสนับสนุนแนวคิดและอุดมการณ์ของท่านอาจารย์ปรีดี

ต่อไปคือ คุณสุรินทร์  ชิโนทัย

คุณสุรินทร์เป็นสมาชิกคณะราษฎร สายพลเรือน ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผุ้แทนราษฎรประเภทที่ 2 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2483  ในช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองใหม่ๆ ได้มีการก่อตั้งสมาคมคณะราษฎรขึ้น โดยจดทะเบียนเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2475  โครงสร้างขององค์กรฝ่ายบริหารนั้นมี พระยานิติศาสตร์ไพศาลย์ เป็นนายกสมาคมคณะราษฎร คุณประยูร ภมรมนตรีเป็นอุปนายก คุณสงวน ตุลารักษ์ เป็นเหรัญญิก คุณประหยัด ศรีจรูญ เป็นนายทะเบียน และคุณสุรินทร์ ชิโนทัย เป็นบรรณารักษ์ [3]

คุณสุรินทร์เป็นหนึ่งในผู้ที่เขียนคำไว้อาลัยในหนังสืองานศพของคุณซิม วีระไวทยะ [4] คุณซิมเป็นหนึ่งในสองคนสนิทของปรีดี พนมยงค์ [5]  คุณสุรินทร์ได้เขียนคำไว้อาลัยแด่คุณซิมว่า “เรารู้ดีว่า เขาเมื่อก่อนตายเป็นคนรักการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญปัจจุบันแห่งประเทศไทยเพียงไร เราขออำนาจแห่งดวงวิญญาณของเพื่อนรักผู้นี้ จงมาช่วยให้รัฐธรรมนูญของชาติไทยเรามั่นคงถาวรตลอดชั่วกาลนานด้วยเทอญ” [6]  คุณสุรินทร์ได้ถึงแก่กรรมเมื่อ  16  ก.พ.  2490

จากข้อมูลเกี่ยวกับคุณสุรินทร์เท่าที่ผู้เขียนค้นพบ กล่าวได้ว่า การที่คุณสุรินทร์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกพฤฒสภา มีส่วนทำให้พฤฒสภาได้รับการขนานนามว่า “สภาปรีดี”

ผลล่าสุดคือ

สมาชิกพฤฒสภา

ปรีดี

ไม่ใช่พวกปรีดี

  แนวโน้มสนับสนุนปรีดี

ไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นฝ่ายใด

ม.ล. กรี  เดชาติวงศ์

   +

 

 

 

ร.อ. กำลาภ  กาญจนสกุล ร.น.

   +

 

 

 

พ.ท.  ก้าน  จำนงภูมิเวท 

 

   +

 

 

แก้ว  สิงหะคเชนทร์

 

 

 

     +

หลวงกาจสงคราม

 

   +

 

 

พลเรือตรี กระแส  ประวาหะนาวิน  สรยุทธเสนี

 

 

 

+

 

พลโท หลวงเกรียงศักดิ์พิชิต

 

  +

 

 

เขียน  กาญจพันธุ์ 

 

 

 

     +

พลโท จิระ  วิชิตสงคราม

 

 

 

     +

จรูญ สืบแสง

    +

 

 

 

จิตตะเสน ปัญจะ

 

  +

 

 

พันโท เจือ  สฤษฎิ์ราชโยธิน 

 

 

 

     +

จำรัส สุวรรณชีพ

   +

 

 

 

จินดา จินตนเสรี

   +

 

 

 

จำลอง ดาวเรือง

   +

 

 

 

หลวงเสรีเริงฤทธิ์ (จรูญ รัตนกุล  เสรีเริงฤทธิ์) 

 

   +

 

 

ไต๋ ปาณิกบุตร

   

 

+

 

ถวิล อุดล

   +

 

 

 

ทัน พรหมิทธิกุล

   +

 

 

 

พระยานลราชสุวัจน์  (ทองดี  นลราชสุวัจน์) 

 

 

 

       +

พระนิติการณ์ประสม  (สงวน  ชัยเฉนียน)

 

 

 

      +

ปพาฬ  บุญ-หลง

   +

 

 

 

หลวงประสิทธิ์นรกรรม (เจี่ยน  หงสประภาส)

   +

 

 

 

ประทุม  รมยานนท์

 

 

+

 

พันตำรวจเอก พระพิจารณ์พลกิจ

   +

 

 

 

พึ่ง ศรีจันทร์

   +

 

 

 

มิ่ง  เลาห์เรณู

   +

 

 

 

สุกิจ นิมมานเหมินท์

 

 

 

       +

ไสว อินทรประชา

 

 

 

       +

พันโท พระอภัยพลรบ  (ชลอ  อินทรัมพรรย์)

   +

 

 

 

หลวงอรรถกัลยาณวินิจ  (เอื้อน  ยุกตะนันทน์)

 

 

 

     +

อรุณ  แสงสว่างวัฒนะ

 

 

 

    +

    เฉลียว ปทุมรส

   +

 

 

 

   หลวงขาญสงคราม

 

 

 

      +

พันเอก ช่วง  เชวงศักดิ์สงคราม   

 

 

+

 

หลวงชำนาญนิติเกษตร์  (อุทัย  แสงมณี)  

 

 

 

       +

 ชาญ บุนนาค

  +

 

 

 

ชุณฑ์  ปิณฑานนท์  

   +

 

 

 

พลตรี  ไชย  ประทีปะเสน

 

   +

 

 

  ช่วย สุคนธมัต

   +

 

 

 

  ดิเรก ชัยนาม

   +

 

 

 

  เดือน  บุนนาค

   +

 

 

 

พลเรือตรี ถวัลย์  ธำรงนาวาสวัสดิ์ 

   +

 

 

 

พระยานิติศาสตร์ไพศาลย์  (วัน  จามรมาน)

 

 

+

 

บรรจง  ศรีจรูญ

   +

 

 

 

ประเสริฐ  ศรีจรูญ 

   +

 

 

 

ปราโมทย์ พึ่งสุนทร

   +

 

 

 

พันเอก ทวน  วิชัยขัทคะ

   +

 

 

 

เธียรไท  อภิชาตบุตร์

   +

 

 

 

พลตรี  ปลด  ปลดปรปักษ์  พิบูลภานุวัธน์

 

  +

 

 

 พลโท ประจนปัจจนึก

 

  +

 

 

 พลตรีประยูร ภมรมนตรี

 

  +

 

 

พลโท มังกร  พรหมโยธี             (มังกร ผลโยธิน)    

 

  +

 

 

พระยามานวราชเสวี (ปลอด ณ สงขลา)

 

 

 

      +

พันเอก หม่อมราชวงศ์ลาภ  หัสดินทร์ 

 

 

 

     +

เล้ง ศรีสมวงศ์

 

  +

 

 

วิจิตร ลุลิตานนท์

   +

 

 

 

วิลาส โอสถานนท์ 

   +

 

 

 

ร้อยเอก วิมล วิมลสรกิจ

 

 

+

 

ร้อยโท  วิริยะ  วิริยะเหิรหาว    

   +

 

 

 

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร 

 

 

 

      +

สงวน จูฑะเตมีย์ (หลวงนฤเบศร์มานิต)

   +

 

 

 

พระสุธรรมวินิจฉัย  (ชม  วณิกเกียรติ)

 

 

 

     +

พันตรี  สมาน  เทพหัสดิน  ณ  อยุธยา

 

 

+

 

      สนิท  เจริญรัฐ

 

 

+

     

   สุรินทร์  ชิโนทัย

  +

 

 

 

จากที่ศึกษาภูมิหลังสมาชิกพฤฒสภาไปทั้งสิ้น 66 ท่านในทั้งหมด 80 ท่าน พบว่า มีสมาชิกที่จัดได้ว่าเป็นพวกปรีดี 31 ท่าน มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนปรีดี  8 ท่าน ไม่ใช่พวกปรีดี 11 ท่าน ไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นฝ่ายใดแน่ 16 ท่าน

(โปรดติดตามตอนต่อไป)


[1] ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์, คณะสุภาพบุรุษกับวรรณกรรมราษฎร, ฐานข้อมูลสถาบันปรีดี พนมยงค์

[2] เพิ่งอ้าง

[3] “สมาคมคณะราษฎร” ฐานข้อมูลสถาบันพระปกเกล้า

[4] กษิดิศ อนันทนาธร,  ซิม วีระไวทยะ : ชีวิตเพื่ออุดมคติแห่งคณะราษฎร https://www.the101.world/sim-viravaidya/ 

[5] นายสงวน ตุลารักษ์ และนายซิม วีระไวทยะ ซึ่งพระยามโนปกรณ์นิติธาดาถึงกับเรียกทั้งสองคนนี้ว่าเป็นโมคคัลลาน์-สารีบุตรของหลวงประดิษฐ์มนูธรรมเลยทีเดียว”  ดู กษิดิศ อนันทนาธร, “ปราโมทย์ พึ่งสุนทร : ผู้ให้กำเนิด ‘เทเวศประกันภัย’”  https://www.the101.world/pramote-peungsuntorn/

[6] กษิดิศ อนันทนาธร,  ซิม วีระไวทยะ : ชีวิตเพื่ออุดมคติแห่งคณะราษฎร https://www.the101.world/sim-viravaidya/ 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จัดโผ ครม.อนุทิน 2 โควตาบ้านใหญ่ไม่ควรเยอะ กับพลังจารีตการเมืองไทย

หลังผ่านการเลือกตั้งมาแล้วสามสัปดาห์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรอง สส.เขต จำนวน 396 คนไปเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่าสัปดาห์หน้านี้

ชนกนันท์ ศุภศิริ -ภูมิใจไทย นำทัพ "สีน้ำเงิน" ปักธงจังหวัดแพร่

ผลการเลือกตั้ง8 ก.พ.ที่ผ่านมา พื้นที่เลือกตั้ง"ภาคเหนือ"พบว่ามีหลายจังหวัด ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะจากเดิมที่นับแต่ ทักษิณ ชินวัตร ตั้งพรรคไทยรักไทยมาตั้งแต่ปี 2544 พรรคของทักษิณทั้งไทยรักไทย-พลังประชาชน