
ต้องบอกว่าเป็นปรากฏการณ์ “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” และสร้างความฉาวโฉ่ให้กับไทยเสียจริงๆ จากกรณีแอร์โฮสเตสสาวสายการบินไทยขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลียจนถูกจับกุม และต่อมาก็จับกุมชาวต่างชาติขนยาเสียสาวเดินทางจากไทยไปแดนจิงโจ้ซ้ำอีก นี่ ยังไม่นับอดีตกาลที่เราเคยมีรัฐมนตรีแป้งที่เคยถูกจับและถูกจำคุกออสเตรเลียด้วย ...๐
งานนี้เลยทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งสนองงานพระบาทสมเด็จพระอยู่หัวอยู่ที่เมืองน้ำหอม ถึงกับก้นร้อนและควันออกหู
โดยได้สั่งการด่วนเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติดทั้งหมด รวมถึงการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยมาประชุมในช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 3 ก.ค. หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่ฝรั่งเศส เพราะประเด็นยาเสพติดทั้ง 2 เรื่องถือว่า กระทบภาพลักษณ์ประเทศอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเรื่องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบิน และตั้งเป้าเข้าเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ในปี 2571 ที่ “รัฐบาลหนู” ต้องการสร้างและบันทึกผลงานในประวัติศาสตร์การบริหารประเทศนั่นแล ...๐
ส่วนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือแลนด์บริดจ์ ที่ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม รับปากกับผู้ชุมนุมที่จะถอยนั้น ล่าสุด “ดนุชา พิชยนันท์” เลขาธิการสภาพัฒน์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ก็ระบุว่า 3 ก.ค.จะมีการประชุมเพื่อรับฟังข้อมูลจากผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน และนักวิชาการ ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องของการขนส่ง ก่อนสรุปเสนอรายงานให้นายกฯ เดือน ส.ค.นี้ ซึ่งหากติดตาม ท่วงทำนองของรัฐบาลให้ดีก็จะรู้ว่า “ถอย” เรื่องแลนด์บริดจ์มานานแล้ว และชัดเจนอย่างยิ่งในการประชุม “อาเซียน-รัสเซีย” ที่ “อนุทิน” ได้เดินทางไปร่วมประชุม ซึ่ง “นายกฯ” ก็ขายแค่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซีอย่างเดียว ไม่ได้เอ่ยถึงเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ หรือเอสอีซี แต่ประการใด ...๐
พูดถึงเรื่องโครงการจะไม่เอ่ยถึงการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาทก็กระไรอยู่ แม้จะเป็นเพียงพิธีกรรมก็ตามที เพราะสุดท้ายแล้วเสียงรัฐบาล 291 เสียง ก็เพียงพอที่จะผ่านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว แม้ล่าสุดพรรคประชาชน (ปชน.) จะออกมาแถลงมติว่าจะไม่รับร่างก็ตามที แต่ความจริงก็ต้องเป็นดังที่ “กรวีร์ ปริศนานันทกุล” สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาลระบุว่าจะผ่านฉลุย พร้อมยอมรับว่าการอภิปรายขาดสีสัน–ไม่เข้มข้น แต่ได้ประโยชน์ แหม! ก็ สส.หลายคนผิดวิกผิดเวทีนั่นแหละ ง่ายๆ ตั้งแต่วันแรกคนผิดคิวก็ขาประจำที่พยายามจะอภิปรายเรื่องฮั้ว สว. และวันล่าสุดก็มีทั้งขาประจำอย่าง “ภคมน หนุนอนันต์” สส.ส้ม ที่อภิปรายไปเรื่องโกงสอบท้องถิ่นแล้วก็ไม่ลืมลากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาเป็นจำเลยอีกรอบ โดยโทษว่าต้นเหตุการทุจริตมาจากมรดก คสช. พิโธ่! การโกงและการทุจริตมันเป็น “สันดาน” ของคนเอารัดเอาเปรียบที่หวังว่าเงินจะซื้อได้ทุกอย่าง มิใช่เรื่องมรดกตกทอดอะไรเลยจ๊ะลิซ่าจ๋า เพราะหากอ้างเรื่องมรดกก็น่าจะอ้างไปถึงการทุจริตสอบเอนทรานซ์ที่ลูกคนใหญ่คนโตได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยดังน่าจะถูกต้องกว่า ...๐
ขณะที่อีกรายนั้นคือ “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” ที่พยายามไปแตะโครงการของลูกเทพ “TH-AI Passport” เลยเจอองครักษ์พิทักษ์ลูกครูใหญ่ประท้วงวุ่น แต่ในความเป็นจริงนั้นเรื่องดังกล่าวก็ไม่เกี่ยวกับงบประมาณ 2570 แต่อย่างใดเพราะไม่มีโครงการอยู่ งานนี้แม้เป็นเวทีได้โชว์ ได้แถลงออกหน้าสื่อฟรีๆ แต่บางทีมันก็เป็นดาบสองคมนะจ๊ะ หากถูลู่ถูกังสร้างภาพแบบหลับหูหลับตา ...๐
เอ่ยถึงเรื่องทุจริตและมรดกตกทอดแล้ว จะไม่เอ่ยถึงเรื่องชั้น 14 รพ.ตำรวจ ก็กระไรอยู่ เพราะ ล่าสุด “พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์” แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ตัดสินใจยื่นใบลาออก และประกาศจะมาต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมแล้ว พร้อมประกาศเจอกันทุกหน่วยงานทั้งแพ่งและอาญา งานนี้ก็ต้องติดตามกันยาวๆ ว่าผลสรุปเรื่องดังกล่าวจะเป็นอย่างไร เพราะกรณี “พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์” กว่าจะมาถึงปัจจุบันก็เป็นซีรีส์ที่ลากยาวมานานแล้วเช่นกัน และคงได้ลากยาวต่อไปแน่นอน ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 ที่สหรัฐอเมริกา ขณะที่เมืองไทยมีข่าวสะพัดว่าจะมีการปรับ ครม. ดึงพรรคกล้าธรรม (กธ.)
บันทึกหน้า 4
กรณีที่ นายวรชัย เหมะ แกนนำคนเสื้อแดง ออกมาเรียกร้องให้ยุติการจองล้างจองผลาญตระกูลชินวัตร พร้อมหยิบยกปมภาษีหุ้นชินคอร์ปและผลกระทบทางคดีขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง สอดรับกับกระแสสังคมต่อร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ซึ่งถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสร้างความปรองดอง ทว่า ในความเป็นจริงกฎหมายฉบับดังกล่าวไม่สามารถคุ้มครองหรือนิรโทษกรรมให้แก่
บันทึกหน้า 4
บันทึกในวันฟ้าอึมครึมไม่น้อยหน้าไปกว่าความรู้สึกมืดๆ มัวๆ ของประชาชนในสังคมไทยเวลานี้ หลังได้ยินได้ฟังผลการวินิจฉัยของ “กกต.” ที่ตัดสินใจส่งเรื่องราวฟ้องร้องกล่าวโทษใน “คดีฮั้ว สว.” ไปแค่ 77 คน จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 ราย โดยเป็น สว. 26 คนเท่านั้น ที่เหลือคนที่อยู่ข้างหลังรอด!! ...0
บันทึกหน้า 4
หมูไม่กลัวน้ำร้อน! คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงผู้ที่เป็นอั้งยี่และผู้สนับสนุน ภายใต้การนำของ "พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ"
บันทึกหน้า 4
ประเดิมด้วยข่าวดีและข่าวที่ชาวไทยควรร่วมส่งกำลังใจไปเชียร์ เมื่อ “เนเน่ รอยัล” หรือ “แพรว-รัตติกานต์ อำลอย” สาวน้อยวัย 16 ปีจากจังหวัดภูเก็ตพร้อมครอบครัว เดินทางถึงลอสแองเจลิส
บันทึกหน้า 4
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสียงข้างมากมีมติส่งฟ้องศาลฎีกาเอาผิด 77 คน จากผู้ถูกร้อง 427 คน ไม่ใช่ 229 คนตามกระแสข่าว โดยเป็น สว.ปัจจุบัน 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน แต่ไม่มีรัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เมื่อศาลรับคำฟ้อง 26 สว.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อ สว.สีน้ำเงินที่ยังเป็นเสียงข้างมาก

