
จากข่าวที่กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอร่างกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้มาตรฐาน มอก.ใหม่กับแบตเตอรี่และพาวเวอร์แบงก์ (อิงมาตรฐานสากล IEC 62133) โดยมีผลกลางปี 2570 อาจดูเหมือนเป็นแค่การอัปเดตข้อบังคับทางกฎหมายทั่วไปเพื่อป้องกันอุบัติเหตุแบตเตอรี่ระเบิด แต่หากมองให้ลึกลงไปในระดับโครงสร้าง นี่คือ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ที่สะท้อนถึงเทรนด์เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังหมุนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถขยายความออกเป็น 4 แนวโน้มหลัก ดังนี้ครับ
1.ยุคสิ้นสุด “สินค้าลักไก่” และการคัดกรอง e-Commerce ข้ามแดน เนื่องจากที่ผ่านมา ตลาดพาวเวอร์แบงก์และแบตเตอรี่ในไทยถูกถาโถมด้วยสินค้าราคาถูกที่ไม่ได้รับมาตรฐาน ซึ่งทะลักเข้ามาผ่านแพลตฟอร์ม e-Commerce ข้ามแดน สินค้าเหล่านี้มักตัดลดต้นทุนด้วยการใช้เซลล์แบตเตอรี่เกรดต่ำ หรือไม่มีระบบตัดไฟ (BMS-Battery Management System) ที่ปลอดภัย การประกาศใช้ มอก.เล่มใหม่ (มอก. 62133 เล่ม 1-2 และ มอก. 2879-2567) ที่สอดคล้องกับมาตรฐานโลก คือ การตั้ง “กำแพงมาตรฐานสินค้า”
เพื่อคัดกรองสินค้าด้อยคุณภาพออกไปจากระบบออนไลน์ ในอนาคต แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสจะถูกบีบให้ต้องตรวจสอบใบอนุญาต มอก.ของผู้ขายอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ผู้บริโภคได้ใช้สินค้าที่ปลอดภัยขึ้น แม้อาจแลกมาด้วยราคาสินค้าเริ่มต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยตามต้นทุนการทดสอบความปลอดภัย
2.แบตเตอรี่กลายเป็น “หัวใจ” ของทุกอุตสาหกรรม (Everything on Battery) เรากำลังอยู่ในยุคที่อุปกรณ์รอบตัวถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นระบบไร้สายและใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเทียม ตั้งแต่สมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ก บุหรี่ไฟฟ้า พัดลมพกพา โดรน เครื่องมือช่าง ไปจนถึงยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบกักเก็บพลังงานในบ้าน การควบคุมมาตรฐานแบตเตอรี่ระดับชิ้นส่วน จึงเป็นการวางรากฐานเพื่อรองรับ “ห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคต” หากประเทศไทยต้องการเป็นศูนย์กลางการผลิต EV หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง การมีมาตรฐานห้องปฏิบัติการทดสอบและกฎหมายที่ทัดเทียมสากลคือภาคบังคับที่ปฏิเสธไม่ได้ เพื่อให้สินค้าที่ผลิตในไทยสามารถส่งออกไปได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องเสียเวลาทดสอบซ้ำ
3.การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี: จากลิเทียมไอออน สู่ยุค Solid-State และความยั่งยืน การที่มาตรฐานใหม่กำหนดให้ทดสอบการทนต่ออุณหภูมิสูง แรงสั่นสะเทือน และรอบการชาร์จซ้ำ สะท้อนถึงข้อจำกัดของ “ลิเทียมไอออน” (Lithium-ion) ในปัจจุบันที่มักเกิดสภาวะความร้อนสูงเกินควบคุม จนเกิดการลุกไหม้ข้อบังคับที่เข้มงวดขึ้นนี้จะเป็นแรงบีบทางเทคโนโลยีให้ผู้ผลิตต้องเร่งวิจัยและเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น เช่น
Solid-State Battery: แบตเตอรี่อิเล็กโทรไลต์ของแข็งที่ไม่ติดไฟ Sodium-ion Battery: แบตเตอรี่โซเดียมที่มีความปลอดภัยสูงและราคาถูกลง และ Circular Economy: การกำกับดูแลเรื่องการรีไซเคิลและการจัดการขยะแบตเตอรี่อย่างถูกวิธีหลังหมดอายุใช้งาน ซึ่งจะกลายเป็นโจทย์ใหญ่ถัดไปที่รัฐบาลต้องออกกฎหมายมารองรับ
4.ผู้บริโภคยุคใหม่: ความเชื่อมั่นและคุณภาพชีวิตสำคัญกว่า “ราคาถูก” อุบัติเหตุจากแบตเตอรี่ลุกไหม้ทั้งในบ้าน บนรถไฟ หรือบนเครื่องบิน ทำให้ผู้บริโภคยุคปัจจุบันเกิดความตระหนักรู้ (Awareness) ด้านความปลอดภัยสูงขึ้นมาก “ความยินดีที่จะจ่าย” (Willingness to Pay) ของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนจาก สินค้าที่ถูกที่สุด ไปสู่ สินค้าที่ไว้ใจได้ที่สุด การบังคับใช้มาตรฐานใหม่นี้จะช่วยสร้าง Trust Economy หรือระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่น แบรนด์ที่ลงทุนด้านมาตรฐานและนวัตกรรมความปลอดภัยอย่างจริงจังจะได้ประโยชน์จากการแข่งขันที่ยุติธรรมขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยก็มีระยะเวลาเปลี่ยนผ่านถึงปี 2571 ในการยกระดับซัพพลายเชนของตัวเองให้ทันกาล
การขยับตัวของกระทรวงอุตสาหกรรมในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของพาวเวอร์แบงก์ในมือเรา แต่มันคือ “ก้าวสำคัญในการจัดระเบียบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานพกพาของประเทศ” เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่โลกยุคแห่งการใช้ไฟฟ้า (Electrification) อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในระดับสากล.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เจาะกลไกพยุงราคา‘ก๊าซหุงต้ม’
ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
ทำความรู้จัก Financial Optionality
เคยไหม...รายได้เข้าทุกเดือน แต่เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิตกลับรู้สึกว่า “ยังทำไม่ได้” เพราะรายได้ในอนาคตส่วนหนึ่งถูกผูกไว้กับค่าบ้าน ค่ารถ และภาระผ่อนต่างๆ นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไม “มีรายได้” จึงไม่ได้แปลว่า “มีอิสระทางการเงิน” เสมอไป
อายุยืนบนโจทย์‘เงินออม’ที่ยาวขึ้น
การมีอายุยืนยาวขึ้นสะท้อนความก้าวหน้าด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต แต่ในอีกด้านหนึ่งกำลังเปลี่ยนโจทย์สำคัญของการใช้ชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่รายได้จากการทำงานลดลงหรือสิ้นสุดลง เมื่อช่วงชีวิตหลังเกษียณอาจกินเวลายาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ การวางแผนอนาคต จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการมีเงินเพียงพอสำหรับวันหยุดทำงาน แต่เป็นการออกแบบความมั่นคงให้สอดคล้องกับระยะเวลาของชีวิตที่ยืดยาวขึ้น
แรงงานไทยหาตัวเองให้เจอ
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจที่ต้องการแรงงานที่มีความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความทันสมัยของเทคโนโลยี และตลาดแรงงานยังต้องการคนที่พร้อมทำงานได้ทันที แต่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกลับยังไม่แน่ใจว่าตัวเองถนัดอะไร และอยากเติบโตไปในเส้นทางใด สำหรับเคทีซี การพัฒนาคนไม่ใช่เพียงการสร้างบุคลากรให้กับองค์กร แต่คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ค้นพบศักยภาพของตนเอง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ชูโมเดลจัดการน้ำไม่ท่วมไม่แล้ง
ภาพจำมหาอุทกภัยปี 2554 คือบทเรียนราคาแพงของภาคอุตสาหกรรมไทย แต่ในปัจจุบัน ท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้วจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง “พระนครศรีอยุธยา” ได้ก้าวข้ามจากการตั้งรับเฉพาะหน้า ไปสู่ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงแบบ 360 องศา เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ ให้นักลงทุนมั่นใจว่าโรงงานผลิตจะไม่สะดุด ไม่ว่าธรรมชาติจะเหวี่ยงมาทาง “น้ำหลาก” หรือ “เอลนีโญ”
Gastech 2026 ขับเคลื่อนพลังงานมั่นคง
งาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นมหกรรมนิทรรศการและการประชุมด้านก๊าซธรรมชาติ LNG โซลูชันคาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก กำลังจะจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่สองในรอบเกือบสองทศวรรษ งานนี้คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ พร้อมบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 ราย และวิทยากรระดับโลกกว่า 800 คน ครอบคลุมทั้งระดับรัฐมนตรี ผู้บริหารซีอีโอ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ภายใต้การเป็นเจ้าภาพของกระทรวงพลังงานไทย ร่วมกับพันธมิตรสำคัญอย่าง EGAT ปตท. และ Gulf ในฐานะ National Consortium Partners

