ปักหมุดสาขา 28

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ครบรอบ 4 ปีแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 5 ต่อไปภายใต้การนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค

ที่ยืนยันการทำงานยึดประโยชน์ประเทศชาติและประชาชน พร้อมมุ่งแก้ไขปัญหาปากท้อง ยกระดับคุณภาพชีวิต และผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม นายพีระพันธุ์ยังได้ย้ำแนวทาง “มาทำงาน ไม่ได้มาเล่นการเมือง” พร้อมเดินหน้าสร้างพรรคการเมืองสีขาว ยึดหลักความสุจริต โปร่งใส และธรรมาภิบาล

ขณะที่ล่าสุด รทสช.ยังได้เดินสายขยายเครือข่ายพรรคต่อเนื่องทั่วไทย ไปปักหมุดสาขาพรรคลำดับที่ 28 ที่อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร นำทัพโดย “ตุ้ม-นราพัฒน์ แก้วทอง” รองหัวหน้าพรรค รทสช. ในการจัดประชุมจัดตั้งสาขาพรรคลำดับที่ 28 พร้อมด้วยสมาชิกพรรคตบเท้าเข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง

โดยที่ประชุมได้มีมติรับรองสถานที่ตั้งสาขาพรรค พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค จำนวน 7 ตำแหน่ง

ได้แก่ นายยนต์ แป้นจันทร์ หัวหน้าสาขาพรรค นายภาสกร ดวงจิต รองหัวหน้าสาขาพรรค นายสมพงษ์ ปรางค์ทอง เลขานุการสาขาพรรค นางวิภาดา ปรางค์ทอง เหรัญญิกสาขาพรรค นางสาวมินตรา สระทองทิม นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค นางจำนงค์ คุทธะสาน ผู้ช่วยนายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค และนายวิสุทธิ์ หนองหลวง โฆษกสาขาพรรค

ทั้งนี้ นายนราพัฒน์ได้ขอบคุณประชาชนที่สมัครเป็นสมาชิกพรรค รทสช. พร้อมย้ำการจัดตั้งสาขาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างพรรคการเมืองที่เป็นที่พึ่งของประชาชน ยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ

ส่วนเรื่องสถานการณ์การเมืองไทยมองว่า ปัญหาคอร์รัปชัน การทุจริต เงินผิดกฎหมาย และขบวนการหลอกลวง ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ก่อนตั้งข้อสังเกตถึงหลายๆ พรรคการเมืองว่าความจริงใจมีเฉพาะช่วงเลือกตั้ง แต่หลังการเลือกตั้งกลับไม่สามารถแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ขณะที่ค่าครองชีพ ทั้งค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน และก๊าซหุงต้มปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการดำรงชีวิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่รายได้ของประชาชนไม่สอดคล้องกับภาระค่าใช้จ่ายและหนี้สินที่เพิ่มอีกขึ้น

ทั้งนี้หลัง รทสช.ครบ 4 ขวบ กับการปักหมุดสาขาที่ 28 เรียบร้อย ก็พร้อมเดินหน้าปักหมุดสาขาต่อไปในเร็วๆ นี้.

บรรจง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พร้อมเคียงข้าง

จากสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 4-10 ตุลาคมนี้ ที่จะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งวิกฤตนี้ทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบ รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ที่ “รัฐมนตรีท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งเตรียมแผนฟื้นฟูและมาตรการพรึ่บเพื่อรองรับไว้แล้ว

แม่พระของ ‘ช้าง’

ปิดทองหลังพระมาโดยตลอด แต่ปิดอย่างไรก็มีคนเห็น เพราะสิ่งที่ หนูนา–กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และประธานมูลนิธิบรรหาร–แจ่มใส ศิลปอาชา ทำให้กับชาวช้าง มันมากเสียเหลือเกิน

ไม่ทิ้งเด็ก กยศ.

แว่วเสียงถอนหายใจยาวของเหล่านิสิตนักศึกษาที่เคยมืดแปดด้านเรื่องทุนการศึกษา บัดนี้กลับมีรอยยิ้มและแสงสว่างแห่งความหวังฉายชัดขึ้นอีกครั้ง

ยอมโดนด่า ใจแลกใจ

ลุยน้ำท่วมรอบนี้ไม่หมูอย่างที่คิด สำหรับ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ควงทีมงานลงไปเหยียบน้ำท่วมดูทุกข์ชาวบ้านย่านแฟลตคลองจั่น

‘แพลนนิ่ง’

ในการประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา มีการพิจารณารายงานศึกษาเรื่องที่คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พิจารณา เสร็จแล้ว

ไม่ทิ้งชาวบ้าน

จากสถานการณ์น้ำท่วมสู่ขั้นวิกฤตในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมขัง กระทบการจราจรและการใช้ชีวิตของประชาชน