
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การเดินทางเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 17 ถึง 22 สิงหาคม ของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ
โดยการเยือนครั้งนี้นับเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 14 ปีตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทยกับออสเตรเลียในปี 2570
พร้อมทั้งเตรียมการยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยมีวาระสำคัญในการหารือทวิภาคีกับนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย พร้อมพบปะกับผู้บริหารระดับสูงและเยี่ยมชมหน่วยงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น บริษัท Canva และองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือจักรภพ หรือ CSIRO
นอกจากนี้ ในส่วนของนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2569 นับเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 13 ปี เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต และจะมีการลงนามปฏิญญาร่วมเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์
พร้อมหารือกับนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ในการผลักดันแผนปฏิบัติการร่วมฯ ไทยกับนิวซีแลนด์ ค.ศ.2026 ถึง 2030 การค้าการลงทุน และการส่งเสริมการท่องเที่ยว
โดยเฉพาะการผลักดันให้กลับมาเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ กับโอ๊คแลนด์ ทั้งนี้ รัฐบาลยังได้นำคณะภาคเอกชนชั้นนำของไทยจำนวน 14 บริษัท อาทิ ไทยเบฟเวอเรจ, กัลฟ์, Minor Group, บี.กริม เพาเวอร์, กลุ่มมิตรผล, บ้านปู, ปตท., กลุ่มเซ็นทรัล, CPF และ SCG ร่วมเดินทางไปร่วมกิจกรรม Business Networking และ Business Breakfast เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและการค้าการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม
๐ สำหรับประเด็นสถานการณ์ทางการเมืองและการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจและอาจหยิบยกประเด็นเรื่องการฮั้ว สว. ขึ้นมาอภิปราย นายกรัฐมนตรีระบุว่ารัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมในการชี้แจงข้อสงสัยต่อประชาชนทั่วประเทศในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่หากเป็นประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น เรื่องของสมาชิกวุฒิสภาที่เข้ามาทำหน้าที่ตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในปี 2569 ทางรัฐบาลก็จะไม่ตอบ
พร้อมทั้งมองว่าความพยายามโยงเรื่องดังกล่าวให้เข้ากับรัฐบาลนั้น เป็นเพียงเกมการเมืองของคนที่ไม่ได้อยู่ในรัฐบาล แต่มีความต้องการอยากจะเป็นรัฐบาลเท่านั้น โดยแนะว่าควรปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกและกติกาของการเลือกตั้ง งานนี้นายกฯ ต้องการเย้ยตรงๆ ไปที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ และ รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ที่พยายามโยงประเด้นฮั้ว สว. กับพรรคภูมิใจไทย ใช่หรือไม่
๐ การลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และการใช้เวลาช่วงวันหยุดร่วมรับประทานอาหารพูดคุยกันระหว่าง “อนุทิน” หรือนายกฯ หนู กับ “ลุงเน" เนวิน ชิดชอบ” ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือเป็นภาพสะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและเป็นแกนกลางสำคัญทางการเมืองที่สอดประสานกันอย่างลงตัว
ภาพความสนิทสนมและการทำงานร่วมกันท่ามกลางบรรยากาศที่เรียบง่ายและเป็นกันเองนี้ บ่งบอกถึงความเหนียวแน่นในมิติเชิงยุทธศาสตร์และการเมืองระดับท้องถิ่นสู่ระดับชาติ โดยสะท้อนผ่านการลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเกี่ยวกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น นโยบาย "ไทยช่วยไทยพลัส 60:40" ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ การแสดงออกถึงความเข้าใจปัญหาปากท้องและการพร้อมสานต่อมาตรการเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การลงพื้นที่ตรวจราชการทั่วไป แต่ยังเป็นการตอกย้ำเอกภาพและความพร้อมในการขับเคลื่อนนโยบายพรรคภูมิใจไทยให้เกิดรูปธรรม
ในยามที่รัฐบาลต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันทางการเมืองและการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน ภาพความแน่นปึกของสองแกนนำคนสำคัญจึงทำหน้าที่เป็นเสมือนฐานกำลังหลักที่มั่นคง ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับเครือข่ายทางการเมืองในภูมิภาค และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการบริหารจัดการทั้งงานบริหารราชการแผ่นดินและงานทางการเมืองควบคู่กันไปอย่างราบรื่น.
เสือดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกในวันที่คน กทม.ยังต้องลุ้นสถานการณ์ว่าฝนระลอกใหม่ตั้งแต่วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะบริหารจัดการ “เอาอยู่” ไหม?!? กับภาวะน้ำรอการระบาย ท่ามกลางข้อถกเถียงถามหา “แก้มลิง” ที่หายไปในยุคผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ...0
บันทึกหน้า 4
ขอส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทั่วประเทศที่ยังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมที่ "เอาไม่อยู่" โดยเฉพาะมหาวิปโยคเมืองหลวง แต่ฝนเจ้ากรรมไม่ยอมหยุดถล่มรอบสองเมื่อวันพฤหัสฯ แถมเล่นเอาคนกรุงแตกตื่น
บันทึกหน้า 4
สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครยามนี้ต้องยอมรับว่าในเรื่องของพื้นที่นั้นมีมากกว่าเมื่อยุคปี 2554 อย่างเห็นได้ชัด เพราะ ยุค “เอาอยู่” ครั้งแรกยังมี 12 เขตไข่แดงชั้นในที่รอดบ่วงมาได้ แต่ครั้งนี้ “เอาอยู่ 2569” ทั้ง 50 เขตไม่มีใครรอดได้เลย
บันทึกหน้า 4
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 29 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร กระทบ 9.4 แสนครัวเรือน 2.6 ล้านคน เสียชีวิต 22 ราย แม้ภาพรวมทั่วประเทศรุนแรงน้อยกว่าปี 54 แต่กรุงเทพฯ หนักกว่าปี 54 เ
บันทึกหน้า 4
ฝนตกหนักสะสมข้ามคืน เปลี่ยนถนนหลายสายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลให้จมบาดาล เมืองหลวงเจิ่งนองไปด้วยน้ำท่วมขังขยายวงกว้าง สิ่งที่ตามมาพร้อมมวลน้ำ ไม่ใช่แค่ความเสียหายทางทรัพย์สิน แต่คือ "บทเรียน" และ "ดรามา" สะท้อนภาพการบริหารจัดการในทุกระดับ
บันทึกหน้า 4
เปิดบันทึกในวันน้ำท่วมถ้วนทั่วกรุงเทพมหานคร มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ชัยภูมิที่ตั้งของแต่ละเขต ...0

