'อนุทิน-ชัชชาติ'

ด่ากันพอหอมปากหอมคอแล้ว ทีนี้มาดูว่ากรณีเกิดน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร หรือสาธารณภัยอื่นๆ ใครเป็นผู้ต้องรับผิดชอบอันดับ ๑

ตามกฎหมายคือ ผู้ว่าฯ กทม.ครับ

"ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" บุรุษที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในปฐพี คือผู้ที่ต้องรับผิดชอบอันดับหนึ่ง

ยิ่ง ผู้ว่าฯ กทม.มาจากการเลือกตั้งด้วยแล้ว จะต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนสูงกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดอื่นๆ ที่มาจากการแต่งตั้ง

ผู้ว่าฯ กทม.มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรง ตามกฎหมายในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

รวมถึงการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานคร

มีอำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘

และ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐

กรอบความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่ในกรณีน้ำท่วม สามารถแบ่งออกเป็นด้านหลักๆ ได้ดังนี้

๑.การบริหารและสั่งการในสถานการณ์ภัยพิบัติ

การวางแผนและประกาศใช้แผน มีหน้าที่จัดทำและประกาศใช้แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตกทม.

เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์

ทำหน้าที่สั่งการ ควบคุม และกำกับดูแลเจ้าพนักงาน อาสาสมัคร รวมถึงหน่วยงานในสังกัด กทม.ทั้งหมดในการเข้าจัดการเหตุ

มีอำนาจตั้งศูนย์บัญชาการหรือศูนย์อำนวยการเพื่อควบคุมสถานการณ์อย่างเป็นระบบ และกระจายงานลงสู่พื้นที่ผ่านผู้อำนวยการเขตทั้ง ๕๐ เขต

ฝั่งพระนคร ๓๕ เขต และฝั่งธนบุรี ๑๕ เขต

ผู้ว่าฯ กทม.ยังมีอำนาจหน้าที่การบริหารจัดการระบบระบายน้ำ

เช่นการควบคุมโครงสร้างพื้นฐาน  ควบคุมการทำงานของสำนักการระบายน้ำ ซึ่งดูแลสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ และการพร่องน้ำในคลองสายหลัก

การเตรียมความพร้อมระบบ รับผิดชอบดูแลให้เครื่องจักรและระบบระบายน้ำพร้อมใช้งาน เช่น การซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำและขุดลอกคูคลองก่อนถึงฤดูฝน

มีหน้าที่ในการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชน

เช่นการบรรเทาทุกข์เบื้องต้น ด้วยการสั่งการแจกจ่ายสิ่งของจำเป็น เช่น กระสอบทราย ถุงยังชีพ และให้ความช่วยเหลือด้านการเคลื่อนย้ายประชาชน

มีอำนาจในการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัย ประสานงานเพื่อประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติสำหรับการอนุมัติเงินช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามระเบียบราชการ

ในการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งที่ผ่านมา "ชัชชาติ" ชูนโยบายหลักกว่า ๒๖๐ ข้อ

เน้นการบริหารกรุงเทพมหานครภายใต้กรอบงานและมิติต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอยและพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

นโยบายสำคัญในนั้นคือ ภารกิจและนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) เน้นความโปร่งใส เทคโนโลยี และการแก้ไขปัญหาใกล้ตัว เช่น การจัดการน้ำท่วม ขุดลอกท่อ เป็นต้น

เจาะมาที่นโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วม

การบริหารจัดการเส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอย ขุดลอกท่อระบายน้ำและคลองระบายน้ำอย่างต่อเนื่องทุกปี พร้อมปรับปรุงขนาดท่อระบายน้ำให้ใหญ่ขึ้น และดูแลเพิ่มประสิทธิภาพคลองกว่า ๑,๙๐๐ สาย เพื่อเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ย่อยสู่คลองสายหลัก

การใช้เทคโนโลยีและระบบผังน้ำ

จัดทำแผนที่ระบบการระบายน้ำของกรุงเทพมหานครทั้งหมด ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำในท่อระบายน้ำและคลอง เพื่อบริหาร "จราจรน้ำ" ให้เห็นภาพรวมและแก้ไขจุดเสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว

โครงการโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว

เร่งรัดและผลักดันการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มเติม เช่น โครงการระบายน้ำออกสู่บึงหนองบอน เพื่อช่วยบรรเทาท่วมขังในพื้นที่วิกฤตอย่างเขตลาดกระบังและพื้นที่รอบข้าง

การเตรียมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

บูรณาการหน่วยงานเพื่อตรวจสอบอุปกรณ์กู้ภัย เตรียมพร้อมสถานีสูบน้ำ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ และเสริมคันกั้นน้ำตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา

รวมทั้งมีเกณฑ์การสำรวจความเสียหายเพื่อเยียวยาประชาชนตามจริง

แล้วนายกรัฐมนตรี มีอำนาจอะไรบ้างเมื่อน้ำท่วมเมืองหลวง

นายกฯ สามารถสั่งการผ่านกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อใช้ระบบรวมศูนย์อำนาจ ในการบูรณาการทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้วิกฤตน้ำท่วมอย่างเบ็ดเสร็จ

เป็นอำนาจที่สั่งการได้ทั่วประเทศมิใช่เฉพาะ กทม.แต่อย่างใด

มีอำนาจในการอนุมัติและจัดสรรงบประมาณฉุกเฉิน งบกลาง เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย

สามารถมอบหมายให้ผู้บริหารหรือผู้ว่าราชการในพื้นที่ เช่น ผู้ว่าฯ กทม. หรือผู้แทนพิเศษ บัญชาการหน้างานและการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

มีอำนาจสั่งการให้กองทัพและหน่วยงานทหารระดมกำลังพล เครื่องจักร ยานพาหนะ และจัดตั้งโรงครัวเคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างในพื้นที่เสี่ยง

ฉะนั้นกรณีน้ำท่วมกรุงเทพฯ "ชัชชาติ" มีหน้าที่และอำนาจบริหารจัดการโดยตรงในฐานะผู้บริหารท้องถิ่น

ส่วน "อนุทิน" มีหน้าที่สนับสนุนและสั่งการในระดับนโยบายหรือภาพรวมประเทศเมื่อเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่

ก็พอสรุปได้ตามนี้ หลังจากนี้เวลาเห็น "ชัชชาติ" ลงพื้นที่พร้อมกับ "อนุทิน" จะได้ให้น้ำหนักในการด่า

จะได้ด่าถูกคน

แต่สภาพหน้างานดูเหมือนว่า "ชัชชาติ" จะถูกด่าน้อยกว่า "อนุทิน"

ที่เป็นเช่นนี้ก็ไม่มีอะไรพิสดารครับ

แค่มีคนเหม็นขี้หน้า "อนุทิน" มากกว่า "ชัชชาติ" เท่านั้นเอง

ก็อย่างที่มีคนแซวกันในโซเชียลว่า "ชัชชาติ" โชคดีที่ผู้ว่าฯ กทม.คนที่แล้วไม่ค่อยมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน พอเปรียบเทียบแล้วก็คือกัน

ไม่รู้จะด่าอะไร

ส่วน "อนุทิน" ถูกเอาไปเทียบกับนายกฯ คนที่แล้ว ที่มีผลงานเด่นเรื่องชายแดน เรื่องทีมเศรษฐกิจอัดแน่นไปด้วยคนเก่งมากความสามารถ

เรื่องต่างประเทศ ไปประชุมเวทีโลก คุยกับ "สี จิ้นผิง" เป็นต่อยหอย

เมื่อเทียบแล้วผลงานน้อยกว่านายกฯ คนที่แล้วไปนิดหนึ่ง

เสียงด่าเลยเยอะหน่อย

มันก็เป็นเช่นนั้นเอง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โลกร้อนคนร้อน

อย่าไปคิดมากครับ นายกฯ อนุทิน ถูกผู้ประสบภัยน้ำท่วม ตะโกนด่าอย่างหยาบคายที่แฟลตคลองจั่น เพราะจะให้ด่าเทวดากลุ่มวัสสวลาหก ท่านก็คงไม่รับรู้

ศาลจบแต่ส้มไม่จบ

ตามคาด... วานนี้ (๒๘ กันยายน) ศาลรัฐธรรมนูญลงมติคดี “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ละเมิดสิทธิประชาชน

ต้องโค่นล้มทำลาย

"ทักษิณ" ถูกโค่นได้ "อนุทิน" ก็ต้องถูกโค่นได้เช่นกัน การเมืองกำลังจะวนกลับไปสู่ที่เก่า นี่คือยุทธศาสตร์การเมืองของพรรคการเมืองบางพรรค กลุ่มการเมืองบางกลุ่ม

บังคับนายกฯ!

กระหึ่ม! "น้องเนเน่" ทำได้ เป็นแชมป์ America’s Got Talent Season 21 ใครๆ ก็พากันแสดงความยินดี

สถาบันนอกรีต

จะว่าไปแล้วการเมืองไทยก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร หากเทียบกับการเมืองอเมริกาวันนี้ คงผ่านหูผ่านตาไปแล้วกับการกล่าวสุนทรพจน์ของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ในที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ ที่มหานครนิวยอร์ก