บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าเป็น “ระเบิดลูกใหญ่” ที่ถูกหย่อนโดย “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้าลงกลางวงน้ำเน่าจากภาวะน้ำท่วมเสียจริงๆ และที่โดนไปเต็ม 100 แบบไม่ต้องหักก็คือพรรคประชาชน ภายใต้บังเหียนของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” แม้เจ้าตัวจะบอกว่ากระแสพรรคยังดีไม่มีแตก พร้อม ร่ายยาวบอกว่าอุดมการณ์เดิมของพรรคยังมุ่งแก้ทุกข์และโฟกัสปากท้องประชาชนนั้น ก็ต้องบอกว่าเต็มกลืนเต็มที ...๐

เอาง่ายๆ ที่หัวหน้าเท้งยังคอยเหน็บแนม “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่  ไม่มาตอบกระทู้สภาผู้แทนราษฎรเรื่องปัญหาน้ำท่วม แต่เลือกไปดู “ครัวภูมิใจไทย” ที่ทำอาหารไปแจกผู้ประสบภัยแทน ลองไปถามตาสีตาสาที่ไหนก็ได้ ว่าอันไหนมันเกี่ยวกับเรื่องปากท้องประชาชน มากกว่ากันจ๊ะเท้งเต้ง ...๐

แล้วที่ขำไม่ออกเข้าไปอีกในคำว่า “บันเทิงธิปไตย” ที่ “อาจารย์ป๊อก” ประดิษฐ์มานั้น สังคมต่างก็รู้ว่าหมายถึงดาวเด่นของพรรคส้มในโลกความจริงและโลกโซเชียลนั่นแล แต่ “เดชรัต สุขกำเนิด” ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคตกลับบอกไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรค มันเป็นระบบนิเวศทางการเมืองทั้งหมดของสังคมไทย พิโธ่! แค่เรื่องนี้ยังยอมรับความจริงกันไม่ได้ จึงไม่แปลกใจแต่ประการใดที่ในการเลือกตั้งซ่อมนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี เมื่อวันที่ 20 ก.ย.2569 “เดชรัต” จึงได้เป็นแค่ที่สอง ได้คะแนน  138,274 คะแนน ในขณะที่ “นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ” ได้ 193,653 คะแนน ชนะการเลือกตั้งไป ...๐

ต่างจาก “รังสิมันต์ โรม” ซึ่งแม้จะถอนหายใจดังเฮือกในเรื่องดังกล่าว แต่น้อมรับและเอาข้อเท็จจริง ข้อเสนอแนะ หรือความคิดเห็นนี้มาสำรวจตัวเอง เพราะสิ่งที่ “ปิยบุตร” พูดนั้น ทำในฐานะกัลยาณมิตร แต่ก็มิวายอวดโอ่ว่าไม่อยากให้ประชาชนมองย้อนกลับไปว่าทำงานไม่คุ้มค่าภาษีประชาชน และอยากให้ลูกจดจำในฐานะนักการเมือง ที่ทำหน้าที่เพื่อชาติ ยืนยันว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่เรื่องความบันเทิง แต่ทำหน้าที่เพื่อประเทศ ...๐

จะทำเพื่อครอบครัวหรือเพื่อประเทศก็ตามที แต่ ดูเหมือนบทบาทของ “รังสิมันต์” ก็เป็นอย่างที่ “อ.ป๊อก” ใช้คำว่า “บันเทิงธิปไตย” นั่นแล โดยเฉพาะในกรณีการแฉ “สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ และสามีไทหยาง ซาง” โดยเฉพาะการเรียกเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน โดยสำทับด้วยว่าถ้า “ไอเดียร์” บริสุทธิ์จริงทำไมไม่เข้าแจง กมธ. พระเจ้าจอร์จ! คณะกรรมาธิการกลายเป็นตราปั๊มความบริสุทธิ์ยิ่งกว่าศาลสถิตยุติธรรมไปแล้วเหรอ แล้วยังมีกรณี “ศุภชัย ใจสมุทร” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และในฐานะ กมธ. ตั้งคำถามว่า กมธ.ไม่ได้มีมติในเรื่องดังกล่าว แต่เป็นการใช้อำนาจของประธานรังสิมันต์ถ่ายเดียวนั้น ก็ไม่เห็นจะได้คำตอบให้แก่สังคมเลย แหม! เวลาประชุมสภาทีไรมักได้เห็นรังสิมันต์ หรือบรรดา สส.พรรคส้มกล่าวหาประธานในที่ประชุมว่าไม่เป็นกลาง แล้วกรณีแบบนี้เรียกว่าเป็นกลางหรือไม่จ๊ะ นี่ยังไม่รวมที่สังคมข้องใจว่าทำไมไม่เชิญ “ทอม เครือโสภณ” ที่เขาพร้อมมาให้ข้อมูล หรือกลัวว่าจะถูกสาวไส้ให้กากินจ๊ะตัวเอง ...๐

หันมาเรื่องน้ำท่วมบ้าง ซึ่งเรื่องที่ร้อนแรงที่สุดในวันพุธอาจเป็นเรื่องของ “เกียร์ว่าง” ก็ได้ เพราะในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) “นายกฯ หนู” ถึงกับฉุนขาดพร้อมสั่งตั้งสอบวินัยฟัน “นายอำเภอบ้านสร้าง” จังหวัดปราจีนบุรี เกียร์ว่างเมินช่วยชาวบ้านน้ำท่วม แล้วก็ยิ่งกว่ากามนิตหนุ่ม เพราะ “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” อธิบดีกรมการปกครองก็ได้ลงนามในคำสั่งกรมการปกครอง ที่ 2871/2569 เด้ง “เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ” นายอำเภอบ้านสร้างมาช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง มีผลตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.2569 ถึงวันที่ 5 พ.ย.2569 ซึ่ง “เสฏฐวุฒิ” ก็น้อมรับคำสั่งย้ายออกจากพื้นที่ พร้อมยืนยันว่าทำเต็มที่แล้ว ...๐

ทิ้งท้ายด้วยข่าวศาลกันบ้าง เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษา จำคุก “อลงกต พูลมุข” หรืออดีตพระราชวิสุทธิประชานารถ (อลงกต ติกขปญโญ) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุในคดียักยอกทรัพย์ รวม 742 ปี และจำคุก “เสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล” หรือหมอบี 386 ปี 1,480 เดือน แต่คำให้การมีประโยชน์จำคุกสูงสุดตามกฎหมาย 50 ปี ร่วมกันคืนเงินกว่า 306 ล้านบาท เอวังด้วยประการฉะนี้ ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดงานรำลึกเป็นประจำทุกปี ตัวแทนองค์กรต่างๆ ร่วมรำลึก ฝ่ายค้านนำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ

บันทึกหน้า 4

ความคิด สถานการณ์อุทกภัยในหลายภูมิภาคของประเทศไทย รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงเป็นวิกฤตการณ์ที่ต้องการการบริหารจัดการอย่างทันท่วงที การที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมากำชับให้เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยภายในสัปดาห์นี้

บันทึกหน้า 4

บันทึกในวันที่คน กทม.ยังต้องลุ้นสถานการณ์ว่าฝนระลอกใหม่ตั้งแต่วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะบริหารจัดการ “เอาอยู่” ไหม?!? กับภาวะน้ำรอการระบาย ท่ามกลางข้อถกเถียงถามหา “แก้มลิง” ที่หายไปในยุคผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ...0

บันทึกหน้า 4

ขอส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทั่วประเทศที่ยังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมที่ "เอาไม่อยู่" โดยเฉพาะมหาวิปโยคเมืองหลวง แต่ฝนเจ้ากรรมไม่ยอมหยุดถล่มรอบสองเมื่อวันพฤหัสฯ แถมเล่นเอาคนกรุงแตกตื่น

บันทึกหน้า 4

สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครยามนี้ต้องยอมรับว่าในเรื่องของพื้นที่นั้นมีมากกว่าเมื่อยุคปี 2554 อย่างเห็นได้ชัด เพราะ ยุค “เอาอยู่” ครั้งแรกยังมี 12 เขตไข่แดงชั้นในที่รอดบ่วงมาได้ แต่ครั้งนี้ “เอาอยู่ 2569” ทั้ง 50 เขตไม่มีใครรอดได้เลย

บันทึกหน้า 4

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 29 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร กระทบ 9.4 แสนครัวเรือน 2.6 ล้านคน เสียชีวิต 22 ราย แม้ภาพรวมทั่วประเทศรุนแรงน้อยกว่าปี 54 แต่กรุงเทพฯ หนักกว่าปี 54 เ