'แก้มลิง-แก้มคิงคอง'

“ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เจ้าของสโลแกน

ทำทันที!

ทำทันที!

ทำทันที!

เจอฝนตกเที่ยวนี้ แล้วน้ำใน กทม.พื้นที่ฝั่งตะวันออกก็

ขังทันที!

ขังทันที!

ขังทันที!

จากคุยเก่ง เต้นเก่ง สร้างภาพเก่ง

แต่เมื่อระบายน้ำไม่เก่งตามคุย

ก็เลยกลายเป็น ไอ้จ๋อ นั่งจ๋อง หน้าจ๋อย คอยแต่ให้คนอื่นช่วย!

คราวนี้ เห็นที ๑,๕๓๗,๗๘๔ เสียงคนกรุง

ที่เลือก “ชัชชาติ” เป็นผู้ว่าฯ กทม.

ก็คงช่วยอะไรไม่ได้

เพราะตอนหาเสียง โม้สรรพคุณไว้เยอะ

เช่น เรื่อง กทม. "ผมศึกษาล่วงหน้ามา ๒ ปีก่อนแล้ว"

-น้ำท่วมแก้ด้วยวิทยาศาสตร์และจัดการน้ำทั้งระบบตั้งแต่เส้นเลือดฝอยถึงเส้นเลือดใหญ่

-ปัญหาน้ำท่วมกรุงไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์ แต่เน้นระบายน้ำให้ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยเร็วที่สุด

-ขุดลอกทำความสะอาดท่อระบายน้ำระยะทางรวมกว่า ๓,๐๐๐ กิโลเมตร และลอกคูคลองอย่างจริงจัง

-ลดจุดเสี่ยงและจุดเฝ้าระวังน้ำท่วมทันทีบนถนนสายหลัก รวมถึงแก้ไขปัญหาพื้นที่ต่ำ โดยการยกระดับถนนหรือเพิ่มขนาดท่อระบายน้ำ

-เพิ่มประสิทธิภาพเส้นเลือดใหญ่...

สร้างระบบปิดล้อมพร้อมเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ต่ำ

ขยายอุโมงค์ระบายน้ำและเพิ่มพื้นที่แก้มลิงเพื่อชะลอน้ำ

โอ้.....พระเจ้า

นี่ฟ้าส่งชัชชาติลงมาเป็น “ท่อลำซิ่ง” ขนาด ๘ นิ้วชัดๆ

เพื่อดูดน้ำให้ กทม.

แห้งทันที!

แห้งทันที!

แห้งทันที!

ชาวกรุงล้านห้า “มั่นอก-มั่นใจ” และมั่นหน้าอย่างนั้น

ถึงได้ เฮละโล-สาระพา

อัญเชิญชัชชาติลงหีบเลือกตั้ง

หวังให้เป็นผู้ว่าฯ เทพผู้สยบน้ำที่ “ท่วมธรณี”

แต่ผลที่ปรากฏ คือ

โม้ทุกที!

โม้ทุกที!

โม้ทุกที!

ชาว กทม.ล้านห้า พากันส่ายหน้า แล้วนั่งปลง

พวกกูก็เชื่อมันทุกที!

พวกกูก็เชื่อมันทุกที!

พวกกูก็เชื่อมันทุกที!

นี่ เมื่อวาน (๗ ตุลา.) ที่บ้านพระอาทิตย์ คุณ "สนธิ ลิ้มทองกุล" ในนาม "กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน"

แถลงข่าว เรียกร้องให้ “กรุงเทพมหานคร” ทบทวนการจัดทำผังเมืองและนำพื้นที่ “แก้มลิง” กับ “ฟลัดเวย์”

กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบ “บริหารจัดการน้ำของกทม.”

คุณ “ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์” ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และ “ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี”

ประกาศว่า....

๙ ตุลา.๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น.

ภาคประชาชนจะรวมตัวกันที่ลานคนเมือง “หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร”

เพื่อแสดงพลังเรียกร้องต่อผู้ว่าฯ กทม.ใน ๒ ประเด็นสำคัญ

๑.ให้ยกเลิกร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ฉบับปรับปรุงครั้งที่ ๔ ซึ่งอยู่ในขั้นตอน “การเปิดให้ผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้อง”

๒.ให้นำ “โครงการแก้มลิง” ตามแนวพระราชดำริ รวมถึงแนวทางฟลัดเวย์

กลับมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการน้ำ ประเด็นที่ควรทราบเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันก็คือ        ปัจจุบัน...

กทม.ได้ปิดประกาศ “ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร” ฉบับปรับปรุงครั้งที่ ๔ เป็นเวลา ๙๐ วัน

คือ ตั้งแต่วันที่ ๑๐ ส.ค. ถึง ๙ พ.ย.๖๙

เพื่อเปิดโอกาสให้ “ผู้มีส่วนได้เสีย” ตรวจสอบรายละเอียด

และยื่นคำร้องขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง

หรือยกเลิกข้อกำหนดตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ.๒๕๖๒

ถ้าไม่มีใครไปยื่นคำร้องใดๆ ครบกำหนดวันที่ ๙ พ.ย.แล้ว

กทม.ก็จะประกาศใช้ “ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร” ฉบับปรับปรุงครั้งที่ ๔ ไปเลย!

คือ ฉบับ กทม. “เออออห่อหมก” กับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์!

ดังนั้น จึงยังมีเวลาอีก ๑ เดือนนับจากนี้

ที่จะยื่นคำร้อง ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกข้อกำหนดตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ.๒๕๖๒

การที่คุณสนธิและคณะ “กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน”

เรียกร้องให้ กทม. “ทบทวนการจัดทำผังเมือง”

และนำพื้นที่ “แก้มลิง” กับ “ฟลัดเวย์”

กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบ “บริหารจัดการน้ำของกทม.”

จึงเป็นการทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาว กทม.โดยตรง

และการที่ภาคประชาชนจะไปรวมตัวกันที่ลานคนเมือง

 ตอน ๙ โมงเช้า ของวันที่ ๙ ตุลา.

จึงเป็นการรวมตัวที่บริสุทธิ์ “ถูกต้อง-ชอบธรรม” เป็นไปตามประกาศของ กทม.

คุณปานเทพยังได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งด้วยว่า

ตามผังเมืองรวม กทม.ปี ๒๕๖๕ พื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ

ซึ่งเดิมมีบทบาทเป็นพื้นที่รองรับและระบายน้ำจากเหนือลงใต้ ก่อนระบายออกสู่ทะเล

ซึ่งนอกจากฝั่งตะวันออกแล้ว

ยังมีที่ฝั่งตะวันตกและตอนใต้ของ กทม.

โดยเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญต่อระบบระบายน้ำของกรุงเทพฯ

แต่ในร่างผังเมืองรวม กทม.ฉบับปรับปรุงครั้งที่ ๔

พื้นที่ดังกล่าวทาง “ฝั่งตะวันออก” ถูกปรับลดลง

เมื่อเทียบกับผังเดิม จะเห็นว่า

เปิดให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยมากขึ้น

ส่วน “พื้นที่รับน้ำ” ฝั่งตะวันตกและใต้ “หายไป”จากร่างฯ

“คุณปานเทพ” ยังนำข้อมูลจาก

 “แผนปฏิบัติราชการประจำปี ๒๕๖๕” ของ กทม.มาอ้างอิงว่า แนวคิดการ “จัดทำแก้มลิง” คือ

การจัดหาพื้นที่ลุ่ม บึง สระ หรือแหล่งน้ำ ให้เชื่อมต่อกับระบบระบายน้ำสาธารณะ

เพื่อ “พร่องน้ำ” ในช่วงก่อนฤดูฝน

และเตรียมพื้นที่ “รองรับน้ำส่วนเกิน”

ก่อนทยอยระบายเมื่อสถานการณ์ในคลองและท่อระบายน้ำคลี่คลาย

แต่หลังจาก “นายชัชชาติ” มาเป็นผู้ว่าฯ กทม.แล้ว

ไม่ได้ดำเนินการตามแผนดังกล่าวเลย!

ทีนี้ มาดูเรื่อง “บึงรับน้ำคู้บอน” ซึ่งเป็นโครงการพื้นที่หน่วงน้ำ (แก้มลิง) ตามแผนเดิม ที่ตั้งอยู่ในบริเวณ....

รอยต่อระหว่างเขตคันนายาวและเขตคลองสามวา (ใกล้แนวคลองคู้บอน ฝั่งกรุงเทพตะวันออก) กันบ้าง

โครงการนี้ มีเนื้อที่ประมาณ ๑๓๐ ไร่

ความจุในการรับน้ำราวๆ ๘๗๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร

โครงการนี้...เคยผ่านการทำประชาพิจารณ์และมติคณะรัฐมนตรีในอดีต แต่ไม่ได้ถูกบรรจุต่อใน “แผนผังเมืองรวม”

และถูกปรับเปลี่ยนแนวทางการระบายน้ำโดย กทม.

ชัชชาติอ้าง การเวนคืนที่ดินต้องใช้เงินกว่าหมื่นล้าน!

“ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ

ได้เรียกร้องให้ “นายชัชชาติ”

นำ “บึงรับน้ำคู้บอน” ใส่ลงในร่างผังเมือง กทม.

และเดินหน้าเวนคืนที่ดินต่อไปให้ได้

แต่ผ่านไปร่วมสัปดาห์ ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับทางปลายสาย

แต่เมื่อวาน (๗ ต.ค.๖๙)

“นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะเสนาบดีมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลกรมโยธาธิการและผังเมืองโดยตรง

ได้สั่งการให้นำ “พื้นที่แก้มลิงคู้บอน” เข้าไปอยู่ในร่างผังเมืองใหม่ เพื่อกำหนดขอบเขตการใช้พื้นที่อย่างชัดเจน

ตามที่ “สส.อรรถวิชช์” เรียกร้อง!

เมื่อนายกฯ ใส่ใจต่อคำเรียกร้องเช่นนี้ สส.อรรถวิชช์ก็บอกว่า “ความหวังอยู่ที่ท่านนายกฯ....

 ผมพูดในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลที่มี ๒ เสียง ซึ่งสนับสนุนและยกมือให้นายกฯ โดยเชื่อมั่นว่า

ท่านจะน้อมนำแนวทางพระราชดำริของ

'พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว' รัชกาลที่ ๙

มาพิจารณาเป็นแนวทาง

ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้คนกรุงเทพฯ”

สรุป....

ที่ชัชชาติอ้าง “ต้องใช้งบประมาณสูงถึง ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทในการเวนคืนนั้น ที่จริงก็เพราะว่า

เสนาไปแล้วค่ะ!

เสนาไปแล้วค่ะ!

เสนาไปแล้วค่ะ!

ถ้าเอา “แก้มลิง” คู้บอนคืนมาไม่ได้ เห็นทีงานนี้....

ต้องเอา “แก้มคิงคอง” มาเป็นเครื่องบัตรพลีแล้วล่ะ!?

-เปลว สีเงิน

๘ ตุลาคม ๒๕๖๙

 

คนปลายซอย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มิจฉาชีพ…ใครว่ารู้ทัน!

มีซองหนึ่งวางอยู่กับผมมาหลายวันแล้วครับ ตั้งใจว่าจะหยิบมาคุยหลายครั้ง แต่มีเรื่องนั้นเรื่องนี้แทรกเข้ามาเสียก่อน

ไทยโพสต์ แจ้งเตือน

ไทยโพสต์ได้รับแจ้งว่า มีผู้ได้รับการชักชวนจากเพจ Facebook และกลุ่ม LINE ที่เกี่ยวข้องกับการรับซื้อ-ขายหนังสือและการเปิดร้านค้าออนไลน์ และในขั้นตอนการทำธุรกรรม มีการแจ้งให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของ ไทยโพสต์

‘ธนาธร' ประกาศชวนทุกฝ่ายร่วมเขียนกติกาประเทศ ยุติระเบิดเวลาทางการเมือง

'ธนาธร' ชี้ไทยเจอ '2 ทศวรรษที่สูญหาย' ซัดวงจรอุบาทว์แก้ปัญหาไม่ถูกจุดลั่นประชาธิปไตยคือทางออกเดียวชวนทุกฝ่ายร่วมเขียนกติกายุติระเบิดเวลาทางการเมือง

‘อภิสิทธิ์’ ชูทางออกผ่าวิกฤตไทย รื้อกติกาการค้า -แก้ไข รธน. -ยกระดับคน

"อภิสิทธิ์" ผ่า วิกฤตไทยติดกับดักรายได้ปานกลางเตือนทุนผูกขาด-คอร์รัปชันรั้งประเทศ ก้าว ไม่พ้นประชานิยม จี้ รื้อกติกาการค้า-แก้รัฐธรรมนูญทะลวงทางตัน  ต้องจับมือประชาชนลั่น บอก  "ถ้าเอานักการเมืองเป็นตัวตั้งก็เถียงกันจนตาย"