
“ผมไม่ได้ทำมิจฉาอาชีวะ คุณจะมาว่าอะไรผมกันนักหนา”
นี่..เป็นประโยคที่สะดุดตา-สะกิดหูจากปากคุณวีระ ธีรภัทรานนท์ จนอยากจะนำมาขยายความต่อด้วยความเคารพว่า..
สิ่งที่สังคมกำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่การตั้งคำถามต่อหลัก “สัมมาอาชีวะ” หรือความซื่อสัตย์ในการทำหน้าที่ของคุณวีระ และไม่มีใครกล่าวหาว่าคุณวีระไปโกงเงินใคร!
แต่จุดโฟกัสของเรื่องนี้ คือ การทำหน้าที่และการใช้จ่ายงบประมาณของ “ไทยพีบีเอส” ในฐานะสื่อสาธารณะที่ใช้เงินภาษีของประชาชน
การชี้แจงด้วยเรื่องมิจฉาอาชีวะ 5 ประการจึงอาจจะเป็นการตอบที่หลงประเด็น เพราะสังคมไม่ได้ติดใจเรื่องหลักธรรมในการหาเลี้ยงชีพของคุณวีระ
แต่ติดใจเรื่องความเหมาะสมในการจัดสรรงบประมาณของตัวองค์กรไทยพีบีเอส ว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไรในการจ่ายค่าตอบแทนที่สูงขนาดนั้น
และมีความคุ้มค่าหรือโปร่งใสตามมาตรฐานที่สื่อตรวจสอบควรจะเป็นหรือไม่นั่นต่างหาก!
ฉะนั้น อยากให้คุณวีระได้สบายใจ (กับค่าตัวตอนละ 40,000 บาท) ไม่มีใครตำหนิหรือไปว่าอะไรเลย เป็นผม..ผมก็รับ ก็ (เสือก) จ้างกูเองนี่หว่า!
ส่วนที่ “คุณชายอดัม” ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล ลูกชาย “ท่านมุ้ย” หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล โพสต์ จะคิดเห็นประการใดก็อยากให้อ่านกันดู..
“ถ้ามองจริงๆ ราคาก็น่าจะประมาณนี้ครับ คิดว่าเทปละ 10,000-20,000 เท่าพิธีกรรายการน่าจะไม่ใช่เหมือนกัน แต่สูงไปแบบ 60,000-100,000 ก็คงเกินกำลัง ThaiPBS ครับ
อีกส่วนนึงคือ ThaiPBS โฆษณาไม่ได้ ถ้าจริงๆ ปัญหาคนทักท้วงเยอะก็คิดว่าลองมาเปิดออนไลน์กันเองและหาสปอนเซอร์แทนก็น่าจะดีครับ คิดว่าคงจะได้ราคาใกล้ๆ กัน
คือปัจจุบันช่องทีวี มีการทักท้วงเยอะมาก ทั้งที่จำนวนคนดูลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นเครื่องมือการเมืองฝั่งใดฝั่งหนึ่ง หรือไม่ก็ตกเป็นเป้าหมายทางการเมืองด้วย
ดังนั้นการย้ายไปอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตให้หมดเลย ไม่ต้องพึ่งพาระบบสื่อสารสาธารณะแบบเดิมอีก ก็อาจจะเปลี่ยนภูมิทัศน์สื่อได้นะครับ
คือปล่อยให้ล่มไปให้หมดเลย ให้กลไกรูปแบบใหม่ทำงานแทน ไม่มี Centralized Infrastructure อีก อะไรจะเละก็เละไปเลย
ทุกอย่างไปตั้งเมืองนอกและยิงเข้ามาให้หมด กฎหมายก็จะทำงานอีกรูปแบบ ผู้คนก็จะทำงานอีกรูปแบบ
อาจจะเหลือไว้แค่ช่อง NBT ของกรมประชาสัมพันธ์ไว้ที่เดียวพอ ยุบช่อง 5 ช่อง ThaiPBS ยุบสัมปทานทั้งหมด ยุบ MUX ทั้งหมดส่งไปใช้ทำอย่างอื่นแทน
เหลือ MUX ให้แค่ NBT เจ้าเดียวพอ เพื่อใช้สื่อสารรวมทุกอย่าง ทั้งของ TPTV, ThaiPBS เดิม ของข่าวในพระราชสำนัก ของ ปภ. ของสำนักข่าวไทย ของทหาร....
ลดงบได้มหาศาล ให้เหลือแค่ กรมประชาสัมพันธ์อย่างเดียว งาน สสส. งานกองทุนสื่อ งานของทุกหน่วยงานก็มาจัดลงแค่ NBT ที่เดียวพอ
ข่าวหลักที่เป็นทีวีก็ให้เหลือช่องเดียว ระบบส่งสัญญาณทางการ รวมศูนย์ของทีวีพูล ฯลฯ ก็เป็น NBT เป็นหลัก ที่เหลือจะทำอะไรให้อยู่บนพื้นที่อินเทอร์เน็ตให้หมด
ล้างระบบก้างปลา ล้างระบบ Must Carry ล้างระบบกล่อง ระบบดาวเทียม ระบบทุกอย่างให้ไม่มีใบอนุญาตอีก ทุกอย่างให้ใช้อินเทอร์เน็ตเท่านั้น
ถ้าทำแบบนี้คงจะบ้าดีเดือดดีครับ การตีรันฟันแทงกันก็คงจะหมดไป การทำสื่อหรือกระบวนการสนับสนุนสื่อก็จะเปลี่ยนภูมิทัศน์ไปทั้งหมดครับ
ถ้ามันวุ่นวายเกินไป ...การล้มกระดานไปเลยก็อาจจะให้มุมมองใหม่ๆ ก็ได้นะครับ เปิดทีวีมาดูแค่ NBT พอ ที่เหลือดูแอปกับกล่อง Internet TV ของเอกชน ไม่ก็ดูบนโลกออนไลน์แทนครับ
พวกโฆษณาก็จะตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะไม่มีทีวีให้ลงโฆษณาแล้ว Media Planner ก็ปรับตัวสู่โลกใหม่กันไปครับ”
เออ..น่าสนแฮะ!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลองเปลี่ยนเลนส์แว่น?
“โครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน มีความแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพสูงกว่ายุควิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 อย่างเทียบกันไม่ติด สามารถรับมือกับภาวะพลังงานโลกและความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
สื่อสาธารณะจำเป็นต้องมี?
ชื่อรายการ “คุยให้คิด”! ฉะนั้น..พวกเราช่วยคิดกันสิว่า ค่าตัว 40,000 บาทต่อตอนของ “ผู้ดำเนินรายการ” คุณวีระ ธีรภัทร ก็ดี คุณสุทธิชัย หยุ่น ก็ดี มันแพงไปไหม?
เบื้องหน้า'คิงคอง'คือ..?
“รถติด น้ำท่วม ไฟดับ รถไฟฟ้าแพง ความเหลื่อมล้ำ ผู้ว่าฯ ต้องแก้ให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าอาสามาเป็นผู้ว่าฯ”
สภา ‘ไฮยีนา’?
“มิตร ชัยบัญชา ดาราคนนางเลิ้ง” นี่..ชื่อ งานรำลึกถึง “มิตร ชัยบัญชา” ตำนานพระเอกหนังไทยอันดับหนึ่ง เนื่องในวาระครบรอบการเสียชีวิตจากการตกบันไดเฮลิคอปเตอร์..
ที่เสวยสุขของพวกปรสิต?
ผมรู้ (ไม่) ทันเจิมศักดิ์.. ก็..อาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เจ้าของหนังสือ “รู้ทันทักษิณ” นั่นแหละ ซึ่งได้อ่าน-ได้ฟังที่ใครต่อใครนำมาพูดหลังท่านไปนั่งสนทนากับพิธีกรทางจอทีวีแล้ว..
ยิ่งกว่าเจอ ‘ก็อตซิลล่า’
เพิ่งได้ออกจากกะลา เอ๊ย ไม่ใช่..นอกบ้านสิ! ไม่ได้เข้าที่ทำงาน แต่ได้ขับรถไปบนเส้นทางที่ “น้ำลด” เพื่อไปพบปะกับไอ้เกลอแถวเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา

