ชูR&D-ฮาลาลขับเคลื่อนอาหารอนาคต

ในยุคที่เทรนด์สุขภาพและมาตรฐานอาหารระดับสากลกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของโลก สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ร่วมกับสถาบันอาหาร เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารไทย โดยเน้นต่อยอดวัตถุดิบทางการเกษตรสู่อาหารอนาคต (Future Food) ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง พร้อมชูศักยภาพอาหารฮาลาลไทย และสนับสนุนผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าตรงความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก โดยมีเป้าหมายใหญ่ในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่ 1 ใน 10 ประเทศผู้ส่งออกอาหารของโลกภายในปี พ.ศ.2570

โดย สศอ.ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ระยะที่ 1 (พ.ศ.2562-2570) ซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าอนาคต เช่น อาหารสุขภาพและอาหารฟังก์ชัน ผลิตภัณฑ์อาหารจากเทคโนโลยีชีวภาพ อาหารฮาลาล อาหารใหม่ (Novel Food) และอาหารและวัตถุดิบเพื่อผลิตอาหารคุณภาพสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบไปสู่การผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง มีมาตรฐาน และปลอดภัยสำหรับการบริโภคทั้งในประเทศและส่งออก นอกจากนี้ยังมุ่งผลักดันการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านเกษตรและอาหาร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการ สศอ. กล่าวว่า สำหรับอาหารฮาลาลถือเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญที่กระทรวงอุตสาหกรรมเน้นย้ำ ซึ่งทาง สศอ.ได้ดำเนินโครงการ "พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลก" ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อกระตุ้นให้ธุรกิจแปรรูปอาหารฮาลาลยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่นานาชาติ ยกระดับผู้ประกอบการให้พร้อมขอรับรองมาตรฐานฮาลาล และผลิตสินค้าที่ปลอดภัย สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาค

แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะเป็นผู้ผลิตอาหารรายสำคัญของโลก แต่ส่วนแบ่งในตลาดอาหารฮาลาลโลกของไทยยังอยู่ในวงจำกัดเพียง 2.1% เท่านั้น เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ SMEs ยังขาดความพร้อมในหลายด้าน ด้วยเหตุนี้ สศอ.จึงจับมือกับสถาบันอาหารเปิดใช้ "โรงงานต้นแบบ" (Pilot Plant) เพื่อช่วยผู้ประกอบการพัฒนาสูตรจากระดับห้องปฏิบัติการ (Lab Scale) ไปสู่การทดลองผลิตในระดับอุตสาหกรรม (Pilot Scale) ซึ่งช่วยให้ SMEs ผลิตสินค้าล็อตทดลองตลาดได้โดยไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องจักรขนาดใหญ่ ช่วยลดทั้งความเสี่ยง งบประมาณ และระยะเวลาในการลงทุนเทคโนโลยีในสายการผลิตจริง

โรงงานต้นแบบของสถาบันอาหารมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีแปรรูปอาหารครบวงจร ได้แก่ เทคโนโลยีการอบแห้งและแปรรูปผง (เช่น Spray Dryer, Freeze Dryer, Vacuum Dryer และ Tray Dryer), เทคโนโลยีแปรรูปอาหารพร้อมทานและพร้อมปรุงด้วยระบบ Retort, เครื่อง Extruder สำหรับขึ้นรูป, เครื่องทอดสุญญากาศ (Vacuum Fryer)

สำหรับขนมขบเคี้ยวสุขภาพลดการอมน้ำมัน, ระบบ Air Blast Freezer, เครื่องจักรเบเกอรี และระบบผลิตไอศกรีมทั้งแบบ Soft และ Hard Serve นอกจากนี้ โรงงานต้นแบบยังช่วยกำหนดพารามิเตอร์การผลิต (CPP) และการควบคุมคุณภาพ (CQA) ให้แม่นยำและเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของ อย. ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นจิกซอว์สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการไทย

ทางด้าน นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า สถาบันอาหารและ สศอ.ได้ขับเคลื่อนโครงการ IU ฮาลาล ร่วมกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นปีที่ 2 ในการพัฒนาข้อมูลเชิงลึกครอบคลุม 4 กลุ่มสินค้า (อาหาร, แฟชั่น, เครื่องสำอาง, ยาและสมุนไพร) และ 1 สาขาบริการ (ท่องเที่ยวฮาลาล) รวมถึงโครงการ IU อาหาร ที่ได้พัฒนาฐานข้อมูลการค้าอาหารไทยในรูปแบบ Dashboard ให้เข้าถึงข้อมูลรายเดือนลึกถึงระดับพิกัดศุลกากร 6 หลัก (HS Code) และกำลังต่อยอดสู่การแสดงส่วนแบ่งตลาดของประเทศคู่แข่ง เพื่อวางกลยุทธ์การส่งออกที่แม่นยำยิ่งขึ้น

สรุปได้ว่า ความร่วมมือระหว่าง สศอ. สถาบันอาหาร และหน่วยงานพันธมิตรในการบูรณาการด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมอาหารไทย ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูมูลค่าการส่งออกในระยะสั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่เข้มแข็งเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายการเป็น 1 ใน 10 ประเทศผู้ส่งออกอาหารชั้นนำของโลกอย่างยั่งยืน.

 

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คาราวานจิตอาสา

ท่ามกลางสถานการณ์ อุทกภัย ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายพื้นที่ น้ำใจของคนไทยยังคงหลั่งไหลส่งต่อถึงกัน สะท้อนพลังของคำว่า “คนไทยไม่ทิ้งกัน” ล่าสุด กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก

ประกันภัยเกราะกันกระแทกเศรษฐกิจใหม่

หลังปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โลกเปลี่ยนผ่านเข้าสู่กติกาทางเศรษฐกิจและการค้าใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและความยั่งยืน ส่งผลให้พฤติกรรมการดำเนินชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงต้องปรับตัวเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลง

เปิดลิสต์ฟื้นรถก่อนเป็นค่าซ่อมก้อนใหญ่

น้ำลดแล้ว แต่บิลอาจเพิ่งเริ่ม เพราะสำหรับเจ้าของรถ ปัญหาที่แพงที่สุดอาจเป็นสิ่งที่ยังมองไม่เห็น ทั้งระบบเบรก ช่วงล่าง ระบบไฟฟ้า ไปจนถึงเครื่องยนต์ ความเสียหายเล็กๆ ที่ตรวจไม่พบวันนี้ อาจกลายเป็นค่าซ่อมก้อนใหญ่ในวันข้างหน้า ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมยังครอบคลุม 31 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร กระทบประชาชนกว่า 1.04 ล้านครัวเรือน สะท้อนว่าเมื่อน้ำลด ภาระฟื้นฟูบ้าน รถยนต์ และทรัพย์สินกำลังเป็นค่าใช้จ่ายอีกก้อนที่หลายครอบครัวต้องรับมือพร้อมกัน

ปลดล็อก‘เมืองรอง’เปลี่ยนสมการศก.ไทย

การเดินหน้าสู่เศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงขึ้น อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ดึงดูดการลงทุน หรือเพิ่มขีดความสามารถของภาคธุรกิจเท่านั้น แต่ยังต้องย้อนกลับมามองถึง

‘กรุงเทพ’บนเวทีIMF-World Bank2026

ในวันที่ เศรษฐกิจโลก กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงทั้งจากภูมิรัฐศาสตร์ การค้า เทคโนโลยี และโครงสร้างประชากร เวทีหารือด้านเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมอง

กระตุ้นท่องเที่ยวต่อเนื่อง

แม้ขณะนี้ประเทศไทยยังเผชิญสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในหลายพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพมหานครและภูมิภาคต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการจราจรและการเดินทาง รวมถึงการเดินทางไปยังท่าอากาศยาน แหล่งท่องเที่ยว และที่พักบางแห่ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงขอให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางด้วยความระมัดระวัง พร้อมติดตามสถานการณ์และข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ