นายกรัฐมนตรีจีน หลี่ เค่อเฉียง วัย 66 ปี เพิ่งประกาศให้ได้รับทราบโดยทั่วกันว่าเขาจะลงจากตำแหน่งภายใน 1 ปี
แต่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะยังคงดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดต่อ เพราะได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2561 ให้หมายเลข 1 ของประเทศรั้งตำแหน่งต่อไปได้เกือบจะไม่มีการหมดวาระ
เผลอๆ อาจจะยกระดับตำแหน่งไปเป็น “ประธานพรรค” เหมือนที่เหมา เจ๋อตุง เคยใช้กับตนเอง
หลี่ เค่อเฉียง พูดเปรียบเปรยความท้าทายของการทำงานในตำแหน่งนายกฯ จีนในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาอย่างน่าสนใจ
แกบอกว่าการบริหารจัดการเศรษฐกิจจีนทุกวันนี้ “เหมือนกับการปีนเขาสูงที่มีอากาศเบาบาง และมีแรงดันอากาศสูง”
ความจริง คำประกาศลงจากตำแหน่งครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะบรรดาผู้นำระดับสูงของจีนมักอยู่ในตำแหน่งไม่เกิน 2 เทอม เทอมจะ 5 ปี เทอมที่ 2 ของนายกฯ หลี่ จะครบวาระในปีหน้า
บรรดารัฐบาลต่างชาติและบริษัทข้ามชาติต่างจับตามองการเปลี่ยนแปลงในระดับผู้นำครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์ทิศทางทางเศรษฐกิจและการเมืองของจีนต่อจากนี้ ภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจจากวิกฤตในยูเครน
ในการแถลงข่าวเมื่อเร็วๆ นี้หลังการประชุมใหญ่ของสภาประชาชนแห่งชาติและสภาที่ปรึกษาฯ นายกฯ หลี่ เค่อเฉียง ยอมรับถึงความยากลำบากในการบรรลุตามเป้าหมายทางเศรษฐกิจของจีนท่ามกลางความท้าทายมากมาย
นายกฯ หลี่เปรียบให้ฟังว่า
"หากคุณปีนเขาสูง 1,000 เมตร แล้วต้องการปีนขึ้นไปอีก 10% คือ 100 เมตร นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่หากคุณปีนเขาสูง 3,000 เมตรแล้วต้องการปีนขึ้นไปอีก 5% นั่นเท่ากับ 150 เมตร ซึ่งปัจจัยต่างๆ จะเปลี่ยนไป เนื่องจากแรงดันอากาศที่ลดลงและออกซิเจนที่เบาบางลง"
รัฐบาลจีนคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนในปีนี้จะเติบโต 5.5% ขณะที่สถาบันการเงิน มอร์แกน สแตนลีย์ คาดว่าจะขยายตัว 5.3% และธนาคารไอเอ็นจี คาดว่าจะขยายตัว 4.8%
ความตึงเครียดทางการค้าของสหรัฐฯ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวย่อมส่งผลกระทบต่อการเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากนายหลี่ไม่น้อย
ใครเป็นผู้ที่อยู่ในฐานะจะมานั่งเก้าอี้นายกฯ ต่อจากหลี่ เค่อเฉียง เป็นคำถามสำคัญที่หลายฝ่ายกำลังพยายามจับตาเพื่อหาคำตอบอยู่
ณ วันนี้ แวดวงนักวิเคราะห์การเมืองจีนมองเห็น 3 คน
ในภาพจากซ้าย : เลขาธิการพรรคประจำเซี่ยงไฮ้ Li Qiang
ประธานคณะที่ปรึกษาระดับสูง Wang Yang และรองนายกรัฐมนตรี Hu Chunhua
หลังจบสิ้นการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ ความสนใจก็เปลี่ยนไปเป็นคำถามที่ว่าใครจะมาบริหารเศรษฐกิจของจีนแทนหลี่ เค่อเฉียง
และใครที่จะได้รับเลือกนั้นจะโยงกับ “ดุลแห่งของอำนาจ” ในระดับบนของพรรคคอมมิวนิสต์จีนอย่างไร
หลังจากเข้ารับตำแหน่งในปี 2556 หลี่ได้วางกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจที่ถูกเรียกขานว่าเป็น "ลิโคโนมิกส์" หรือแนวทางที่เป็นโมเดลเฉพาะของนายกฯ คนนี้
นั่นคือความพยายามที่จะเปลี่ยนเศรษฐกิจของจีนจากการเติบโตอย่างรวดเร็วไปสู่ความมั่นคงที่มากขึ้น
แนวทางของนายกฯ หลี่บางส่วนคืบหน้าไปบ้าง เช่น การเปิดเสรีตลาดรถยนต์และการเปิดเสรีด้านการเงินบางด้าน
แต่ต่อมาในปี 2559 สี จิ้นผิง ก็เข้ามาทำเรื่องเศรษฐกิจมากขึ้น โดยทำงานผ่านรองนายกรัฐมนตรีหลิว เห่อ ซึ่งมีความใกล้ชิดกับท่านประธานาธิบดีไม่น้อยในหลายๆ เรื่อง
สี จิ้นผิง หันมาเน้น “กลยุทธ์การหมุนเวียนแบบคู่” หรือ Dual Circulation ที่ประกาศในปี 2563
เป็นนโยบายที่เน้นอุปสงค์ภายในประเทศในขณะที่เจาะตลาดต่างประเทศด้วย
เพราะได้บทเรียนราคาแพงจากวิกฤตโควิดที่ทำให้ตลาดโลกหดตัวและระบบการขนส่ง หรือ logistics ระหว่างประเทศถูกขัดขวางอย่างรุนแรง
ต่อมา สี จิ้นผิง พยายามผลักดันนโยบายลดช่องว่างระหว่างคนมีกับคนจนด้วยนโยบาย “รุ่งเรืองร่วมกัน” หรือ Common Prosperity
ใครจะมารับช่วงนโยบายเหล่านี้ต่อ?
ในบรรดาแคนดิเดตระดับต้นๆ คือ หลี่ เฉียง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งเซี่ยงไฮ้ เขาเป็นผู้สนับสนุนสี จิ้นผิง ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงตอนที่เขาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคของมณฑลเจ้อเจียง ระหว่างปี 2545 ถึง 2550
นอกเหนือจากความสัมพันธ์ที่มีมายาวนานกับประธานาธิบดีแล้ว ประสบการณ์ของหลี่ในฐานะผู้นำเศรษฐกิจสองประเทศ คือ เซี่ยงไฮ้และมณฑลเจียงซู ช่วยเสริมโอกาสที่จะทำให้เขาได้รับเลือกเป็นนายกฯ ก็มีสูง
คนที่ 2 คือ หวัง หยาง ประธาน “สภาที่ปรึกษาทางการเมืองของประชาชนจีน” ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาระดับสูง และสำคัญอันดับ 4 ในการจัดอันดับบารมีทางการเมืองของพรรค
หวัง หยาง เป็นที่รู้จักเพราะความรู้ลุ่มลึกด้านเศรษฐศาสตร์ และกลายเป็นที่จับตาหลังจากที่ เติ้ง เสี่ยวผิง เยือนจีนตอนใต้เมื่อปี 2535 ที่ตอกย้ำวาระการปฏิรูปและเปิดกว้างของเติ้ง
หวัง หยาง ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสภาแห่งรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารระดับสูงของจีน โดยเริ่มในปี 2546 ภายใต้นายกรัฐมนตรีเหวิน เจียเป่า
เขาเคยเป็นเลขาธิการพรรคในมณฑลกวางตุ้งและเมืองฉงชิ่ง ซึ่งเป็น 2 บันไดสำคัญของการก้าวสู่ตำแหน่งระดับชาติสำหรับผู้นำจีนทุกยุคทุกสมัย
ผู้อยู่ในสายตาอีกคนหนึ่งคือ รองนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน หู ชุนฮวา ซึ่งได้รับความยอมรับ เพราะความโดดเด่นในฐานะผู้นำสันนิบาตเยาวชนคอมมิวนิสต์
รัฐธรรมนูญของจีนได้รับการแก้ไขเมื่อปีที่แล้ว เพื่อให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการแต่งตั้งและถอดถอนรองนายกรัฐมนตรี
การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นถูกมองว่าเป็นหนทางที่จะทำให้สี จิ้นผิง สามารถวางตัวให้คนสนิทและผู้ภักดี เช่น หลี่ เฉียง ก้าวขึ้นเป็นนายกฯ แทนหลี่ เค่อเฉียง ได้
แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดการณ์ของผู้สังเกตการณ์จากวงนอกเท่านั้น
โดยเนื้อแท้แล้ว สี จิ้นผิง อาจจะมี “แผนสำรอง” อื่นๆ สำหรับการวางตัวนายกฯ คนต่อไปเพื่อสามารถรับสถานการณ์ที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างหนักหน่วงและร้อนแรงที่เกิดจากสงครามยูเครนรอบนี้ก็เป็นได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน
‘หยุ่น’ ฟันเปรี้ยงรอดยาก! ชั้น 14 ดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรื่องชั้น 14 จะดิ้นอย่างไรก็หลุดยาก จึงเห็นการเฉไฉ, ตีหน้าตาย
บิ๊กเซอร์ไพรส์ 'สุทธิชัย หยุ่น' เล่นซีรีส์ 'The White Lotus ซีซั่น 3'
เรียกว่าสร้างความเซอร์ไพรส์อย่างต่อเนื่อง สำหรับซีรีส์ The White Lotus ซีซั่น 3 ซึ่งจะสตรีมผ่าน Max ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2025 เพราะนอกจากจะมี ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BLACKPINK ไอดอลเกาหลีสัญชาติไทย ที่กระโดดลงมาชิมลางงานแสดงเป็นครั้งแรก ในบทของ มุก สาวพนักงานโรงแรม
ถามแสกหน้า 'ทักษิณ' จะพลิกเศรษฐกิจไทยยังไง ทุกซอกมุมในสังคมยังเต็มไปด้วยทุจริตโกงกิน
นายสุทธิชัย หยุ่น นักวิเคราะห์ข่าวและผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า “เขาจะพลิกประเทศไทยให้เศรษฐกิจล้ำโลกได้หรือ


