สงครามยูเครนกระทบ ‘ความมั่นคงทางอาหารโลก’

ไม่มีใครไม่รู้ว่ากำลังมีสงครามที่ยูเครน...เพราะข้าวของแพงขึ้นและความสงบสุขถูกรบกวนอย่างชัดเจน...แม้จะอยู่กันคนละซีกโลก

นายกรัฐมนตรีรัสเซียลงนามในคำสั่งพิเศษห้ามการส่งออกน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายดิบจนถึงวันที่ 31 ส.ค.

อีกทั้งยังห้ามส่งออกข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไปยังประเทศสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียนที่อยู่ใกล้เคียงจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.

นี่เป็นหนึ่งในมิติของ “วิกฤตความมั่นคงอาหารโลก” ที่เป็นผลทางตรงจากสงครามยูเครน ที่มีผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารระดับโลก...รวมถึงประเทศไทยเราด้วย

รัสเซียเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีอียิปต์และตุรกีเป็นผู้ซื้อหลัก ส่วนใหญ่แข่งขันกับสหภาพยุโรปและยูเครน

 “การส่งออกธัญพืชภายในโควตาภายใต้ใบอนุญาตส่วนบุคคลจะยังทำต่อได้” รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย Viktoria Abramchenko กล่าวบนโซเชียลมีเดีย

และเสริมว่า จำเป็นต้องมีการสั่งห้ามชั่วคราวเพื่อจัดหาธัญพืชสำหรับผู้บริโภคในประเทศ

เพราะสงครามเริ่มมีผลกระทบต่อปากท้องของคนรัสเซียแล้วอย่างเป็นรูปธรรม

ราคาข้าวสาลียุโรปปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงหลังจากสำนักข่าว Interfax รายงานว่ารัสเซียจะห้ามการส่งออกธัญพืชจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน โดยอ้างจากกระทรวงเกษตรฯ

การส่งออกข้าวสาลีของรัสเซียลดลงร้อยละ 45 นับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลการตลาดในเดือนกรกฎาคม-มิถุนายน อันเนื่องมาจากผลผลิตพืชผลลดลง

อีกทั้งยังมีปัญหาภาษีส่งออกธัญพืช และโควตาการส่งออกที่กำหนดไว้ที่ 11 ล้านตันของธัญพืช รวมถึงข้าวสาลี 8 ล้านตัน สำหรับ 15 ก.พ.-30 มิ.ย.

รัสเซียยังคงมีข้าวสาลีที่จะส่งออก 6 ล้านถึง 6.5 ล้านตัน จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน

2 ปีที่ผ่านมา โควิด-19 ได้ทำให้เกิดปัญหาต่อความมั่นคงด้านอาหารของโลกมาแล้ว

วันนี้สงครามยูเครนเพิ่มความหนักหน่วงของปัญหาขึ้นอีกระดับหนึ่ง

รัสเซียและยูเครนคือผู้ผลิตอาหารที่สำคัญของโลก

รัสเซียเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุดของโลก และยูเครนเป็นประเทศส่งออกอันดับ 5

2 ประเทศรวมกันคือผู้ส่งออกข้าวบาร์เลย์ 19% ของโลก ข้าวสาลี 14% และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4%

นั่นหมายความว่าทั้ง 2 ประเทศคือแหล่งที่มามากกว่า 1 ใน 3 ของการส่งออกธัญพืชทั่วโลก

ไม่แต่เท่านั้น 2 ประเทศนี้ยังเป็นผู้ผลิต 52% ของตลาดส่งออกน้ำมันดอกทานตะวันของโลก

ห่วงโซ่อุปทานและปัญหาด้านโลจิสติกส์ที่หยุดชะงักในการผลิตธัญพืชและเมล็ดพืชน้ำมันของยูเครนและรัสเซียกับข้อจำกัดในการส่งออกของรัสเซียจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหารอย่างมีนัยสำคัญ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ 50 ประเทศที่พึ่งพารัสเซียและยูเครนสำหรับอุปทานข้าวสาลี 30% ขึ้นไป

และหลายประเทศเป็นประเทศยากจนมีรายได้ต่ำและขาดอาหารในแอฟริกาเหนือ เอเชีย และตะวันออกใกล้

หลายประเทศในยุโรปและเอเชียกลางพึ่งพารัสเซียในการจัดหาปุ๋ยมากกว่า 50%

ที่น่ากังวลมากกว่านั้นคือ การพยากรณ์ว่าการขาดแคลนทั้งหลายเหล่านี้อาจขยายไปถึงปีหน้า

ราคาอาหารได้เพิ่มขึ้นแล้วตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2020 ซึ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 เนื่องจากความต้องการที่สูง ต้นทุนการผลิตและการขนส่ง และการหยุดชะงักของท่าเรือ

ตัวอย่างเช่น ราคาข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 31% ในช่วงปีที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันเรพซีดและน้ำมันดอกทานตะวันพุ่งขึ้นมากกว่า 60%

ความต้องการที่สูงและราคาก๊าซธรรมชาติที่ผันผวนได้ผลักดันต้นทุนปุ๋ยให้สูงขึ้นอย่างน่ากลัว

ตัวอย่างเช่น ราคาของยูเรียซึ่งเป็นปุ๋ยไนโตรเจนที่สำคัญได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

สงครามครั้งนี้จะมีผลทำให้เกิดการหยุดชะงักของกิจกรรมทางการเกษตรของ 2 ประเทศนี้อาจเพิ่ม “ความไม่มั่นคงด้านอาหาร” อย่างร้ายแรงทั่วโลก

แม้ธัญพืชจะพร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยวในเดือนมิถุนายน แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเกษตรกรในยูเครนจะสามารถเก็บเกี่ยวและส่งไปยังตลาดได้หรือไม่

ยิ่งสงครามทำให้ผู้คนอพยพหนีสงครามกันจ้าละหวั่น ก็ยิ่งมีปัญหาเรื่องแรงงานภาคการเกษตรที่หดหายทันที

รวมถึงการเข้าถึงพื้นที่การเกษตรก็จะเป็นเรื่องยาก     

การเลี้ยงปศุสัตว์และสัตว์ปีกและการผลิตผักและผลไม้ก็จะถูกจำกัดเช่นกัน

ไม่แต่เท่านั้น ท่าเรือยูเครนในทะเลดำก็ปิดตัวลง แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางบกจะยังไม่ถึงขั้นพังพินาศหมด แต่ก็เสียหายหนักหน่วง

การขนส่งเมล็ดพืชโดยรถไฟก็ต้องหยุดชะงัก เพราะขาดระบบรถไฟที่ใช้งานได้จริง

แม้ว่าเรือยังคงสามารถขนส่งผ่านช่องแคบตุรกี ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อการค้าที่สำคัญสำหรับการขนส่งข้าวสาลีและข้าวโพดและเลี้ยงสัตว์จำนวนมาก แต่ค่าเบี้ยประกันก็จะพุ่งขึ้นอย่างแน่นอน

วิกฤตซ้อนวิกฤตซ้อนวิกฤตจริงๆ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’

ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon  โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!

ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568

นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน