สงครามยูเครนวันที่ 40 : แนวรบขยับมาตะวันออก

สงครามยูเครนเข้าสู่วันที่ 40 วันนี้...เรากำลังเห็นการปรับแผนของทุกฝ่ายเพื่อบรรลุเป้าหมายของตน แต่ผู้คนก็ยังบาดเจ็บล้มตายกันอย่างต่อเนื่อง

การสู้รบยังเดินหน้าเพิ่มความรุนแรง แม้ว่าสมรภูมิจะย้ายจากด้านเหนือมาทางตะวันออกและทางใต้

การหยุดยิงเฉพาะจุดเพื่ออพยพพลเรือนที่ติดอยู่ในหลายเมืองก็มิอาจเกิดขึ้นได้อย่างจริงจัง

เพราะมีการละเมิดข้อตกลงกันในทุกขั้นตอน

การเจรจาหลายรอบยังไม่สามารถสรุปในประเด็นที่เป็นหัวใจของความขัดแย้ง

นั่นคือจะ “ค้ำประกันความปลอดภัย” ของยูเครนที่รัสเซียเรียกร้องต้องการให้เป็น “เขตปลอดทหาร” และ “เป็นกลาง” ได้อย่างไร

รัสเซียมุ่งเป้าไปที่การบดขยี้กองทัพยูเครนทางตะวันออกด้วยความหวังว่าจะบังคับให้รัฐบาลของประธานาธิบดีเซเลนสกียอมตัดบางส่วนของดินแดนของประเทศเพื่อยุติสงคราม

แต่ยูเครนยืนยันว่าจะไม่มีการยอมเสีย “บูรณภาพแห่งดินแดน” เป็นอันขาด

ส่วนกรณี Donbas ซึ่งรวมถึง 2 แคว้นที่ประกาศแยกตัวออกเป็นอิสระคือ Luhansk และ Donetsk นั้น เซเลนสกีต้องการจะนั่งลงจับเข่าถกกับประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียสองต่อสองเท่านั้น

ณ วันนี้กองทัพยูเครนส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในยูเครนตะวันออก

และในบางจุดก็กำลังต่อสู้กับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ได้รับการสนับสนุนจากมอสโกในความขัดแย้งที่ยาวนานมา 8 ปีแล้ว

หากรัสเซียประสบความสำเร็จในการล้อมปราบและทำลายกองกำลังยูเครนในเขตอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศที่เรียกว่า Donbas ก็อาจพยายามกำหนดเงื่อนไขให้ยูเครนต้องถูกผ่าออกเป็น 2 ส่วน

สัปดาห์ก่อนโน้น กองทัพรัสเซียประกาศว่า “ภารแรกของปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” ได้ยุติลงแล้ว

และกำลังขยับปฏิบัติการไปที่ “เป้าหมายสูงสุด” นั่นคือสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “การปลดปล่อย Donbas”

นักวิเคราะห์บางสำนักบอกว่า การปรับกลยุทธ์นี้อาจสะท้อนถึงการยอมรับของปูตินว่าแผนการโจมตี “แบบสายฟ้าแลบ” ในช่วงต้นที่บุกยูเครนไม่เป็นไปตามแผน

ทำให้ต้องจำกัดเป้าหมายและเปลี่ยนยุทธวิธีกลางสมรภูมิ

เป็นที่ค่อนข้างแน่ชัดว่ามอสโกได้ให้ความสำคัญกับการต่อสู้กับกองกำลังยูเครนทางตะวันออกมากขึ้น

จากเดิมที่มีการขุดสนามเพลาะรอบๆ กรุงเคียฟและเมืองใหญ่อื่นๆ โดยหันมาใช้การโจมตีด้วยจรวดและปืนใหญ่มากขึ้น

ฝ่ายข่าวกรองทางทหารของยูเครนเชื่อว่าการ “เปลี่ยนโฟกัส” ของรัสเซียอาจสะท้อนถึงแผนของปูตินที่จะแบ่งยูเครนออกเป็น 2 ท่อน

ละม้ายกับเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

คล้ายกับว่าเมื่อ “กลืนทั้งประเทศ” ไม่ได้ ก็เคี้ยวก้อนที่ใกล้ปากไปก่อน

กลายเป็นลักษณะให้มีโครงสร้างกึ่งรัฐเดียว แล้วค่อยจัดการกับยูเครนส่งที่เหลือภายใต้กรุงเคียฟ

เดิมทีทหารรัสเซียดูเหมือนจะมีเป้าหมายหลักคือ การยึดเมืองหลวงของยูเครนอย่างกรุงเคียฟอย่างรวดเร็ว

จากนั้นก็พุ่งเป้าไปที่เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศคือคาร์คีฟ

รวมถึงเมืองใหญ่อื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แต่ก็ถูกขัดขวางโดยระบบการตั้งรับและป้องกันของทหารยูเครนที่มีการจัดการอย่างได้ผลดีเกินคาด

อีกทั้งยังสร้างอุปสรรคขัดขวางระบบการขนส่งและการเดินทัพของฝ่ายรัสเซียได้อย่างชะงัด

ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกนั้น กองกำลังรัสเซียได้โหมโจมตีบริเวณชานเมืองของกรุงเคียฟด้วยปืนใหญ่ และการโจมตีทางอากาศจากระยะไกลอย่างหนักหน่วงรุนแรง

ขณะเดียวกันก็หยุดการโจมตีภาคพื้นดิน ซึ่งเป็นกลวิธีที่ใช้ในการโจมตี Kharkiv, Chernihiv และ Sumy ทางตะวันออกเฉียงเหนือ

นักข่าวรายงานว่า ได้เห็นซากเครื่องยิงจรวดของรัสเซีย รถบรรทุกรัสเซียที่ถูกไฟไหม้ ศพของทหารรัสเซีย และรถถังยูเครนที่ถูกทำลายหลังจากการสู้รบที่นั่นเมื่อไม่กี่วันก่อน

นักวิเคราะห์ทางทหารบอกว่ารัสเซียได้ละทิ้งความพยายามในการบุกโจมตีกรุงเคียฟและเมืองใหญ่อื่นๆ ของยูเครนในตอนนี้

แต่ก็ยังพยายามใช้กลยุทธ์ปิดล้อม โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้ยูเครนอ่อนแอลง

หวังที่จะใช้จังหวะที่ทหารยูเครนอ่อนเปลี้ยเพลียแรงรุกคืบเข้ายึดเมือง

แต่แรงอึดของทหารยูเครนสูงกว่าที่ทางรัสเซียคาดการณ์เอาไว้ไม่น้อย

ปฏิบัติการทางใต้คือหัวใจของปฏิบัติการยึดครองของทหารรัสเซีย

กองกำลังรัสเซียล้อมท่าเรือทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของมาริอูโปลและปิดล้อมเป็นเวลาหลายสัปดาห์

โดยโจมตีด้วยจรวดและปืนใหญ่ คร่าชีวิตพลเรือนหลายพันคนในช่วงไม่กี่สัปดาห์

การล่มสลายของ Mariupol จะทำให้กองทัพรัสเซียเดินหน้าลุยต่อได้อย่างคล่องตัว

หน่วยรบรัสเซียทางใต้ได้รับการเสริมกำลังจากอีกกลุ่มหนึ่งที่เคลื่อนตัวจากคาร์คิฟทางตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อพยายามล้อมกองทัพยูเครนทางตะวันออก

เมืองท่า Mariupol มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างยิ่งสำหรับรัสเซีย

เพราะนี่คือจุดเชื่อมระหว่างทางใต้กับตะวันออกของยูเครน

ทำหน้าที่เป็น land bridge หรือ “สะพานทางบก” ให้กับกองกำลังรัสเซียที่เชื่อมระหว่างทางใต้กับตะวันออก

ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนพลทางทะเลผ่านทะเลดำแต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

แต่แม้แต่การจะยึดแนวตะวันออกและทางใต้ของยูเครนเป็นของตนเพื่อเข้าสู่โต๊ะเจรจาด้วยอำนาจต่อรองที่สูงกว่าก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

เพราะรายงานล่าสุดบอกว่าทหารยูเครนก็ต่อสู้อย่างทรหด และยิ่งได้อาวุธยุทโธปกรณ์เสริมจากพันธมิตรตะวันตกมากขึ้นด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้แนวรบตะวันออกยิ่งจะร้อนแรงและดุเดือดขึ้นไปอีก

ถึงวันนี้ยังมองไม่เห็นโอกาสของการ “หยุดยิง” ในวงกว้างเพื่อนำไปสู่การเจรจาอย่างมีเนื้อหาสาระจริงจัง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’

ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon  โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!

ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568

นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน