พอรัสเซียเปิดศึกกับยูเครน ฟินแลนด์ก็ขอร่วม NATO

ฟินแลนด์เคยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ “เป็นกลาง”...เพราะไม่เป็นสมาชิก NATO และไม่ทำตัวเป็นศัตรูกับรัสเซีย

ประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียเคยบอกว่ายูเครนควรจะปรับนโยบายของตนให้เหมือนฟินแลนด์และสวีเดนที่รักษา “ความเป็นกลาง” ได้อย่างดีเพราะไม่ยอมเป็น “เครื่องมือของตะวันตก”

แต่วันนี้หลังเกิดเหตุการณ์รัสเซียบุกยูเครน ฟินแลนด์ประกาศว่ารัสเซีย “ไม่ใช่เพื่อนบ้านที่เราเคยรู้จักอีกต่อไป”

และเรียกร้องให้นาโตเปิดทางให้สมัครเป็นสมาชิกแบบ “fast track” อีกด้วย

เพราะไม่แน่ใจว่าในวันข้างหน้าตัวเองจะตกอยู่ในสภาพแบบเดียวกับยูเครนหรือไม่

ซานนา มาริน นายกรัฐมนตรีของฟินแลนด์ บอกว่า จำเป็นต้องปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างชนิดที่คาดไม่ถึง

ฟินแลนด์เคยทำสงคราม 2 ครั้งกับสหภาพโซเวียต       และมีความแตกต่างจากประเทศยุโรปตะวันออกส่วนใหญ่ เพราะสามารถรักษาเอกราชและประชาธิปไตยไว้ตลอดช่วงสงครามเย็น

 “ราคาที่ต้องจ่าย” กับการอยู่รอดเช่นนั้นคือ “ความเป็นกลาง” นี่แหละ

ที่น่าสนใจคือฟินแลนด์ซื้ออาวุธทั้งจากทั้งตะวันออกและตะวันตก แต่ไม่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรตะวันตกอย่างโจ่งแจ้ง

เป็นที่มาของคำว่า Finlandisation

มีความหมายว่าไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดอย่างออกนอกหน้านัก แต่ก็ยังพยายามรักษาความเป็นตัวของตัวเองในระดับหนึ่ง

พอสหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 1991 ฟินแลนด์กับสวีเดนก็ขยับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินกว่าที่เคยคาดเอาไว้

จึงเข้าร่วมสหภาพยุโรปและเข้าใกล้ชิดกับประเทศในยุโรปอื่นๆ มากขึ้น

และพอรัสเซียบุกยูเครนครั้งแรกในปี 2014 ทั้ง 2 ประเทศก็ขยับอีกครั้งหนึ่งด้วยการเพิ่มการซ้อมรบร่วมและความร่วมมือรูปแบบอื่นๆ กับ NATO

จากการสำรวจประชาชนในปี 2019 ชาวฟินแลนด์มากกว่าครึ่งไม่เห็นด้วยกับการเป็นสมาชิก NATO

แต่พอถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หรือ 4 วันหลังจากการบุกรุก ความรู้สึกของคนฟินแลนด์ก็เปลี่ยนไป

เป็นครั้งแรกที่คนเกินครึ่งประเทศต้องการจะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ NATO

โพลล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม มีคนเห็นชอบ 61% ต่อต้าน 16% และยังไม่ตัดสินใจ 23% ซึ่งรวมถึงผู้สนับสนุนส่วนใหญ่จากทุกฝ่าย

ยกเว้นกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายที่เรียกว่า Left Alliance

อีกทั้งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าหาก Sauli Niinisto ประธานาธิบดีที่โด่งดังของฟินแลนด์แสดงจุดยืนเรื่องนี้อย่างแน่ชัด เสียงสนับสนุนก็จะเพิ่มมากขึ้นไปอีก

ทั้งนายกฯ และประธานาธิบดียังไม่ส่งเสียงออกมาอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้ เพราะต้องการให้กระบวนการทางการเมืองดำเนินไป

รัฐสภาฟินแลนด์กำลังจะนำประเด็นนี้เป็นหัวข้ออภิปรายอย่างเร่งด่วน เพราะสงครามดังตูมตามอยู่ที่เพื่อนบ้านยูเครนนี้เอง

คาดว่าจะมีการตัดสินใจอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลและรัฐสภาฟินแลนด์ก่อนการประชุมสุดยอด NATO ในกรุงมาดริด ในวันที่ 29 มิถุนายนนี้

ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้อย่างเร็วที่สุดในต้นเดือนพฤษภาคมนี้

2 พรรคการเมืองหลักคือพรรค Social Democrats ของนางมาริน และพรรค Center เคยเห็นต่างกันในกรณีจะเข้าร่วม NATO หรือไม่มาก่อน

แต่พอเกิดสงครามยูเครนก็เกิดความเห็นพ้องได้อย่างรวดเร็ว

ถึงวันนี้จากจำนวนสมาชิกสภานิติบัญญัติ 200 คน มี 96 คนสนับสนุนการเข้า NATO คัดค้านเพียง 14 คน

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Helsingin Sanomat Elina Valtonen สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานของพรรค Kokoomus ประกาศว่า

"ประชาชนชาวฟินแลนด์เป็นผู้กำหนดทิศทางของประเทศ”

จุดยืนเรื่องสนับสนุน NATO กลายเป็นกระแสการเมืองใหม่ของประเทศฟินแลนด์ทันที

และเกิดความเชื่อในแวดวงพรรคการเมืองว่ารัฐบาลฟินแลดน์อาจจะสามารถยื่นใบสมัครเข้า NATO ได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้

เป็นการปรับเปลี่ยนประชามติของคนฟินแลนด์ที่รวดเร็ว “ปานสายฟ้าแลบ” ก็ว่าได้

เพราะความหวาดหวั่นว่าฟินแลนด์อาจจะกำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากรัสเซียเหมือนกับที่ยูเครนเจออยู่ขณะนี้

มีตัวอย่างให้เห็นกันโทนโท่เช่นเมื่อวันที่ 8 เมษายน มีรายงานว่าเครื่องบินรัสเซียละเมิดน่านฟ้าของฟินแลนด์   และเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมของประเทศถูกโจมตีโดยการโจมตีทางไซเบอร์อย่างฉับพลัน

เชื่อกันว่าอาจโยงกับคำปราศรัยของ Volodymyr Zelensky ประธานาธิบดีของยูเครนต่อรัฐสภาของฟินแลนด์ในเรื่องเดียวกัน

ทำให้ประธานาธิบดีฟินแลนด์บอกว่า เมื่อเห็นภัยขยับมาใกล้อย่างนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องทำประชามติระดับชาติเกี่ยวกับการจะเข้าหรือไม่เข้า NATO อีกต่อไป

ต่อมาเมื่อวันที่ 3 เมษายน Jens Stoltenberg เลขาธิการของ NATO แย้มว่ากระบวนการรับฟินแลนด์หรือสวีเดนเข้ามาร่วมพันธมิตรทางทหารนี้สามารถทำได้ "อย่างรวดเร็ว"

เขาบอกใบ้ด้วยว่าอาจจะมีวิธีการที่จะเสนอให้มี “มาตรการค้ำประกันความปลอดภัยชั่วคราว” ขณะที่รอขั้นตอนของการรับเข้าเป็นสมาชิกอย่างถาวรได้

เพราะตราบที่ยังไม่ได้รับเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ ฟินแลนด์ก็ยังไม่ได้รับความคุ้มครองภายใต้มาตรา 5 ของสนธิสัญญา NATO

ที่ต้องมีการพูดถึง “การเร่งรัด” ในเรื่องเวลาก็เพราะมีความพรั่นพรึงว่าเมื่อรัสเซียได้รับทราบถึงท่าทีใหม่ของฟินแลนด์ที่จะ “เอาใจออกห่าง” ไปคบหา NATO อย่างเปิดเผยแล้ว อาจจะมีความพยายามสกัดกั้นจากมอสโกก็เป็นได้

ตลกร้ายสำหรับรัสเซียก็คือ ตอนเปิดศึกกับยูเครนนั้น ปูตินต้องการจะสกัดการขยายตัวของ NATO

แต่เอาเข้าจริงๆ เมื่อรัสเซียเปิดศึกกับยูเครน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือทำให้มีประเทศที่ต้องการจะเข้าร่วม NATO กลับเพิ่มขึ้นอีก!.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’

ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon  โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!

ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568

นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน