สงครามยูเครนเข้าสู่วันที่ 54 วันนี้ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มระดับขึ้นอย่างน่ากังวล
เรื่องเจรจาระหว่างรัสเซียกับยูเครนเพื่อสงบศึกไม่อยู่ในวาระของผู้นำทั้ง 2 ประเทศ
มิหนำซ้ำยังเกิดประเด็นร้อนแรงใหม่เมื่อฟินแลนด์และสวีเดนประกาศว่าจะขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก NATO แบบ “เร่งด่วน” เพราะสงครามยูเครนทำให้ต้องประเมินสถานการณ์ความมั่นคงของตนใหม่
ทันใดนั้นเอง รัสเซียก็โต้กลับว่าหาก 2 ประเทศนี้เข้า NATO มอสโกก็จำเป็นต้องวางกำลังอาวุธนิวเคลียร์ในทะเลบอลติก
ลืมคำว่า “บอลติกปลอดนิวเคลียร์” ไปได้เลย
การสู้รบดุเดือดย้ายไปมาอยู่ทางตะวันออกและทางใต้...แต่ก็ไม่มีอะไรรับรองว่าปูตินอาจปรับแผนอีกรอบหนึ่งในการที่จะหันกลับไปโจมตีกรุงเคียฟอีกหากประสบความสำเร็จในการยึดเขต Donbas ได้สำเร็จ
ขณะเดียวกันรัสเซียก็เสียฟอร์มไม่น้อยเมื่อเรือลาดตระเวน Muskva ซึ่งเป็นเรือธงของกองเรือรัสเซียในทะเลดำมีอันต้องจมลง
มอสโกบอกว่าเกิดไฟไหม้คลังแสงอาวุธบนเรือ และเมื่อพยายามจะลากเข้าฝั่งก็เจอพายุจนเรือต้องจมลง
ยูเครนอ้างว่าความเสียหายต่อเรือลำนี้เกิดจากฝีมือของทหารยูเครนที่ยิงขีปนาวุธใส่ จนสามารถทำลายสัญลักษณ์แห่งความเป็นเจ้าทะเลดำของรัสเซียได้
ความจริงเป็นเช่นไรต้องรอการพิสูจน์ด้วยหลักฐานของจริง
บางสำนักวิเคราะห์บอกว่ากองทัพรัสเซียมีอันต้อง “ช็อก” เมื่อเรือลาดตระเวนติดตั้งระบบขีปนาวุธมีอันต้องอับปางต่อหน้าต่อตา
เหตุผลทางการคือ เกิดจากพายุพัดเรือสูญเสียการทรงตัวระหว่างการลากเข้าท่าเรือ
นักวิเคราะห์ตะวันตกมองว่าการสูญเสียเรือรบลำนี้เท่ากับเป็นการทำลายศักดิ์ศรีของรัสเซีย
แย้งกับคำประกาศของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เมื่อไม่กี่วันก่อนนั้นว่าปฏิบัติการทางทหารพิเศษของเขาในยูเครนกำลัง "เป็นไปตามแผนการ" ทุกประการ
อีกทั้งยังถือว่าเป็นความพลาดพลั้งครั้งล่าสุดขณะที่ยังพยายามจะรุกหนักเพื่อยึดเมืองท่า Mariupol ที่อยู่บนฝั่งทะเลดำ แต่ยังไม่สำเร็จตามความมุ่งหมาย
อีกด้านหนึ่งปูตินก็คุยได้ว่าสามารถจะหาทางออก ไม่ต้องขายพลังงานให้กับโลกตะวันตก มอสโกจะหันไปเร่งส่งเสริมการส่งออกก๊าช, น้ำมันและถ่านหินให้ประเทศในซีกโลกตะวันออกมากขึ้น ในจังหวะที่ยุโรปตะวันตกพยายามลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย
ทุกวันนี้รัสเซียส่งออกก๊าซธรรมชาติประมาณ 40% จากปริมาณรวมที่ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ใช้อยู่
มอสโกยอมรับว่ามาตรการคว่ำบาตรของโลกตะวันตกต่อรัสเซียมีผลกระทบต่อการส่งออกพลังงานของรัสเซีย เพราะทำให้มีความยุ่งยากมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการชำระเงินและการขนส่งหรือโลจิสติกส์
ด้านอียูก็กำลังหาทางให้มีความร่วมมือกันอย่างจริงจังระหว่างกันเองเพื่อแบนการสั่งเข้าพลังงานจากรัสเซียอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมกับการหันไปหาแหล่งพลังงานอื่นมาทดแทน
ปูตินใช้วิธีเร่งส่งเสริมความสัมพันธ์กับจีน เพราะเป็นประเทศผู้บริโภคพลังงานอันดับต้นๆ ของโลก รวมทั้งประเทศอื่นๆ ในเอเชียแทน
ทุกครั้งที่มีจังหวะ ปูตินจะแสดงอาการเย้ยหยันโลกตะวันตกเรื่องนี้
“พวกที่เรียกตัวเองว่าเป็นหุ้นส่วน ซึ่งมาจากประเทศที่ไม่เป็นมิตร (กับรัสเซีย) ยอมรับกันแล้วว่า พวกเขาไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้หากปราศจากทรัพยากรพลังงานจากรัสเซีย ซึ่งรวมถึงก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น”
และกระแทกต่อว่า “ในเวลานี้ยุโรปไม่มีตัวเลือกดีอื่นๆ ที่จะมาแทนก๊าซจากรัสเซียได้เลย”
ปูตินรู้จุดอ่อนของประเทศยุโรปตะวันตก
เขาบอกว่าการที่ผู้นำยุโรปออกมาพูดถึงแผนการยุติการนำเข้าพลังงานจากรัสเซียนั้นเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาพลังงานพุ่งและเกิดความไม่มีเสถียรภาพในตลาดพลังงาน
ปูตินตอกย้ำว่ารัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันเท่ากับ 1 ใน 10 ที่ผลิตได้ทั่วโลก และผลิตก๊าซธรรมชาติสัดส่วน 1 ใน 5 ของโลก
วันนี้รัสเซียกำลังมองไปที่เอเชียและหาทางออกแบบโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เพื่อยกระดับการผลิตพลังงานให้กับตลาดในเอเชีย
แต่อียูก็ใช่จะนั่งรอให้มอสโกขับเคลื่อนแต่เพียงฝ่ายเดียว
ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปสั่งห้ามบริษัทค้าอาวุธรายใหญ่ขายอาวุธให้รัสเซีย เพราะทุกวันนี้ยังมีช่องโหว่อยู่
เป็นที่มาของคำประกาศจากอียูที่จะปิดช่องว่างที่อนุญาตให้รัฐบาลประเทศในยุโรปขายอาวุธให้กับรัสเซียมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว
ทั้งๆ ที่มีมาตรการห้ามขายอาวุธให้แก่รัสเซีย ซึ่งนำมาใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ.2014
ตัวเลขทางการสะท้อนถึงช่องโหว่ด้านนี้อย่างชัดเจน
ปีที่แล้วสมาชิกอียูขายอาวุธให้กับรัสเซียมีมูลค่ารวม 39 ล้านยูโร หรือ 42.3 ล้านดอลลาร์
เท่ากับเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% จากปีค.ศ.2020
หากย้อนกลับไป ความจริงอียูเริ่มใช้มาตรการห้ามขายอาวุธให้แก่รัสเซียตั้งแต่ปี 2014 หลังจากที่รัสเซียควบรวมแคว้นไครเมีย โดยมีเงื่อนไขว่าสามารถขายอาวุธได้หากทำสัญญาไว้ตั้งแต่ก่อนเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ.2014
ประเทศผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่ของยุโรป เช่น ฝรั่งเศส และเยอรมนี ต่างล้วนส่งออกอาวุธไปให้กับรัสเซียทั้งสิ้น
พอรัสเซียส่งทหารเข้ายูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็เกิดเสียงวิจารณ์ต่อ “ช่องโหว่” ที่ยังเปิดทางให้อาวุธไหลเข้ารัสเซียได้
ที่ผ่านมาอียูได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียไปแล้ว 5 ชุด
แต่การพยายามจะปิดช่องโหว่เรื่องขายอาวุธให้รัสเซียเพิ่งจะถูกนำไปสู่การปฏิบัติเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนวิพากษ์สมาชิกของอียูบางประเทศที่ยังซื้อพลังงานจากรัสเซีย และที่ยังขายอาวุธให้กับมอสโก
“นี่เท่ากับยุโรปบางประเทศส่งเงินไปให้รัสเซียมีท่อน้ำเลี้ยงที่จะเอามาเข่นฆ่าประชาชนชาวยูเครนชัดๆ...”
สงครามยูเครนทำท่าจะยืดเยื้อยาวนานกว่าที่คิดจริงๆ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


