พอรัสเซียหยุดส่งก๊าซและน้ำมันให้โปแลนด์และบัลแกเรียผ่านท่อ Yamal เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องยุโรปตะวันตกต้องพึ่งพาพลังงานจากมอสโกก็ร้อนฉ่าขึ้นทันที
ดูจากชาร์ตของบีบีซีจะเข้าใจว่าทำไมเยอรมนีและอิตาลีจึงลังเลที่จะร่วมคว่ำบาตรการนำเข้าก๊าซจากรัสเซีย ทั้งๆ ที่ถูกกดดันจากสหรัฐฯ และประเทศยุโรปตะวันตกอื่นๆ
เพราะเยอรมนีรับซื้อก๊าชรัสเซียถึง 42.6% ของทั้งหมด
ตามมาด้วยอิตาลีที่ 29.2%
จีนกับญี่ปุ่นซื้อก๊าชจากรัสเซีย 9.2% และ 8.8% ตามลำดับ
ปริมาณน้ำมันของรัสเซียที่ขายให้กับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกลดลงหลังเกิดสงครามยูเครน
แต่ว่าก๊าซจากรัสเซียก็ยังคงไหลไหลเข้าสู่ยุโรปอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ประธานาธิบดีเซเลนสกีบ่นเสียงดังๆ ตลอดว่า ทุกยูโรและดอลลาร์ (หรือรูเบิล) ที่ประเทศยุโรปตะวันตกจ่ายให้มอสโกเพื่อแลกกับก๊าซและน้ำมันก็คือเงินที่รัสเซียเอาไปใช้ทำสงครามกับยูเครนนั่นแหละ
หลังรัสเซียส่งทหารบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักรได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรที่มาพร้อมกับการจำกัดการนำเข้าสินค้าต่างๆ จากรัสเซียเป็นชุดๆ
สหรัฐฯ ประกาศห้ามการนำเข้าน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหินของรัสเซียโดยสมบูรณ์
สหราชอาณาจักรจะเลิกใช้น้ำมันรัสเซียภายในสิ้นปีนี้ และสหภาพยุโรปกำลังลดการนำเข้าก๊าซลง 2 ใน 3
รัสเซียเตือนว่าการห้ามใช้น้ำมันจะนำไปสู่ "ผลร้ายต่อตลาดโลก"
ราคาน้ำมันและก๊าซปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่การรุกรานยูเครน เพราะการซื้อขายและขนส่งต้องชะงักลงทันที
รัสเซียเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและซาอุดีอาระเบีย
โดยรัสเซียส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน
และก่อนการประกาศคว่ำบาตร กว่าครึ่งของจำนวนนี้ถูกส่งจากตะวันออกไปยังยุโรป
การนำเข้าพลังงานจากรัสเซียคิดเป็น 8% ของความต้องการใช้น้ำมันทั้งหมดในสหราชอาณาจักร และ 3% ของอุปสงค์ของสหรัฐฯ
ในช่วงต้นเดือนเมษายน การผลิตน้ำมันของรัสเซียลดลง 700,000 บาร์เรลต่อวัน ตามรายงานของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)
IEA พยากรณ์ว่าการผลิตอาจลดลงถึง 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในสิ้นเดือนเมษายน และประมาณ 3 ล้านบาร์เรล ในเดือนพฤษภาคม
พอเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้ซื้อในยุโรปมองหาแหล่งพลังงานหรือซัพพลายเออร์ทางเลือก
และสหรัฐฯ ห้ามนำเข้าน้ำมันของรัสเซียโดยสิ้นเชิงในช่วงต้นเดือนมีนาคม
รัสเซียก็ดิ้นรนพยายามหาตลาดใหม่สำหรับน้ำมันในเอเชีย เช่น จีนและอินเดีย...หรือประเทศอื่นๆ
ถึงขั้นเสนอลดราคาให้อินเดียไม่น้อยกว่า 30% และให้จ่ายเป็นเงินรูปีของอินเดียได้
แต่ถ้าการผลิตของรัสเซียยังลดลงต่อเนื่อง ก็อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในที่สุด
คำถามก็คือ อะไรคือทางเลือกอื่นนอกจากของรัสเซีย
บีบีซีอ้างความเห็นของ Ben McWilliams นักวิเคราะห์วิจัยนโยบายพลังงานว่า การหาซัพพลายเออร์ทางเลือกสำหรับน้ำมันน่าจะง่ายกว่าก๊าซ
สมาชิก IEA บางรายได้ปล่อยสต็อกน้ำมัน ซึ่งเทียบเท่ากับ 120 ล้านบาร์เรล
เป็นการปล่อยน้ำมันสำรองจากสต็อกที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ประธานาธิบดีสหรัฐ โจ ไบเดน สั่งให้ปล่อยน้ำมันครั้งใหญ่จากแหล่งสำรองของอเมริกา เพื่อพยายามลดต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูง
สหรัฐฯ ยังต้องการให้ซาอุดีอาระเบียเพิ่มการผลิตน้ำมัน และกำลังมองหามาตรการคว่ำบาตรน้ำมันของเวเนซุเอลา
บีบีซีถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าก๊าซรัสเซียหยุดไหลเข้าสู่ยุโรป?
คำตอบก็คือ ก๊าซจากรัสเซียคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ของการนำเข้าก๊าซธรรมชาติของสหภาพยุโรปทั้งหมด
หากก๊าซเหือดแห้งไป เยอรมนีและอิตาลีจะตกอยู่ในฐานะบอบบางที่สุด
ยุโรปอาจหันไปหาผู้ส่งออกก๊าซที่มีอยู่ เช่น กาตาร์ แอลจีเรีย หรือไนจีเรีย
แต่ปัญหาคือ จะทำอย่างไรให้ประเทศเหล่านี้เร่งขยายการผลิตให้รวดเร็วทันการณ์
สหราชอาณาจักรพึ่งพาก๊าซจากรัสเซียเพียง 5% ในขณะที่สหรัฐฯ ไม่ได้นำเข้าก๊าซของรัสเซียใดๆ
2 ประเทศนี้จึงไม่เดือดร้อนเรื่องพลังงานจากรัสเซียนัก
วอชิงตันไปกดดันให้ยุโรปบอยคอตรัสเซีย ก็ต้องหาทางบรรเทาปัญหาของพันธมิตร
ด้วยเหตุนี้อเมริกาจึงตกลงที่จะจัดส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพิ่มเติมอีก 15 พันล้านลูกบาศก์เมตรไปยังยุโรปภายในสิ้นปีนี้
เป้าหมายคือการจัดหาก๊าซเพิ่มเติมจำนวน 5 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี จนถึงอย่างน้อยปี ค.ศ.2030 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า
แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า การเปลี่ยนจากก๊าซไปหาแหล่งพลังงานอื่นเป็นเรื่องยากกว่า
เพราะมีท่อขนาดใหญ่ที่นำก๊าซของรัสเซียไปยังยุโรปได้อย่างสะดวกสบายอยู่แล้ว
สหภาพยุโรปหวังว่าจะเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงพลังงานลม
แต่พลังงานทดแทนต้องใช้เวลาในการนำมาปฏิบัติได้จริง
ด้วยเหตุนี้ในระยะสั้น นี่ย่อมไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา
อาจจะหมายถึงการเปิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน อย่างที่อิตาลีและเยอรมนีกำลังคิดจะทำแผนรองรับฉุกเฉินอยู่ในขณะนี้
สหภาพยุโรปได้เสนอแผนเพื่อให้ยุโรปเป็นอิสระจากเชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซียก่อนปี 2030
รวมถึงมาตรการในการกระจายแหล่งก๊าซและพลังงานทดแทนเพื่อผลิตความร้อนและพลังงาน
ประธานาธิบดีปูตินรู้จุดอ่อนของยุโรปตะวันตกดี จึงใช้วิธีกดดันด้วยการบอกว่าใครจะซื้อพลังงานของรัสเซียในช่วงที่มอสโกถูกคว่ำบาตรต้องจ่ายเป็นเงินสกุลรูเบิลเท่านั้น
เอาเข้าจริงๆ รัสเซียก็ไม่ได้มีอำนาจต่อรองถึงขนาดนั้น เพราะประเทศยุโรปตะวันตกโต้กลับว่าสัญญาที่ทำกันไว้ไม่ได้ระบุเช่นนั้น
สงครามยูเครนทำให้เกิดสงครามพลังงาน, สงครามการเงินและสงครามยื้อยุดกันในเกือบทุกเวทีกันเลยทีเดียว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


