นายกฯ อุ๊งอิ๊ง

ฮือฮา!

นิด้าโพล ทำเอาคอการเมืองนั่งไม่ติด

"อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร" ขึ้นแท่นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

ครับ...นิด้าโพล เผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่  ๒/๒๕๖๕” สำรวจระหว่างวันที่ ๒๐-๒๓ มิถุนายน จากประชาชนที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาคระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน  ๒,๕๐๐ หน่วยตัวอย่าง

ประเด็นที่สำรวจ จะสนับสนุนใครให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้

ผลคือ.....

อันดับ ๑ ร้อยละ ๒๕.๒๘ น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง)  ชินวัตร

อันดับ ๒ ร้อยละ ๑๘.๖๘ ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

อันดับ ๓ ร้อยละ ๑๓.๒๔ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

อันดับ ๔ ร้อยละ ๑๑.๖๘ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

อันดับ ๕ ร้อยละ ๖.๘๐ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

อันดับ ๖ ร้อยละ ๖.๖๐ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

อันดับ ๗ ร้อยละ ๔.๒๐ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

อันดับ ๘ ร้อยละ ๓.๗๖ นายกรณ์ จาติกวณิช

อันดับ ๙ ร้อยละ ๒.๙๒ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

อันดับ ๑๐ ร้อยละ ๑.๖๘ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

อับดับ ๑๑ ร้อยละ ๑.๕๖ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

อันดับ ๑๒ ร้อยละ ๑.๕๒ นายอนุทิน ชาญวีรกูล

เป็นไงครับ?

เหตุผลที่ "อุ๊งอิ๊ง" มาอันดับ ๑ คือต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ชื่นชอบพรรคเพื่อไทย นโยบายของพรรคทำได้จริง

ชื่นชอบผลงานในอดีตของตระกูลชินวัตร และเป็นบุตรสาวของ ทักษิณ ชินวัตร

สาเหตุที่คนเลือก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพราะ ต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ชื่นชอบอุดมการณ์ทางการเมือง และชื่นชอบนโยบายของพรรคก้าวไกล

และที่เลือก พล.อ.ประยุทธ์ ให้เหตุผลว่า เป็นคนตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์สุจริต ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ นโยบายสามารถช่วยเหลือประชาชนได้จริง และต้องการให้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง

การที่ "อุ๊งอิ๊ง" นำ "พิธา-ประยุทธ์" หนึ่งเท่าตัว จะว่าน่าประหลาดใจก็ไม่ใช่ หรือเป็นปกติก็ไม่เชิง

ย้อนกลับไปปี ๒๕๕๔ พรรคเพื่อไทย ประกาศส่ง "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

๔๙ วันคือเส้นทางการเมืองของ "ยิ่งลักษณ์" ก่อนเป็นนายกรัฐมนตรี

ระหว่างนั้นโพลหลายสำนักสำรวจความนิยม "ยิ่งลักษณ์" กิน "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ขาดทุกโพล

๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ พรรคเพื่อไทยเปิดตัว "อุ๊งอิ๊ง" ในตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม

เป็นก้าวแรกการประกาศตัว นายกฯ จากตระกูลชินวัตรคนที่ ๔ รองจาก ทักษิณ ชินวัตร, สมชาย วงศ์สวัสดิ์  และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

๒๐ มีนาคม ๒๕๖๕ พรรคเพื่อไทย เปิดตัว "อุ๊งอิ๊ง" เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

เป็นการยืนยันอนาคตทางการเมืองของ "อุ๊งอิ๊ง" ในตำแหน่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ไม่มีทางเป็นคนอื่นไปได้อีกแล้ว

เพราะอันดับ ๙ ในโพล ของ นพ.ชลน่าน ที่ได้รับความนิยม ร้อยละ ๒.๙๒ ก็ไม่ต้องพูดอะไรกันอีก

ไปดูความนิยมในตัวพรรคการเมือง

อันดับ ๑ ร้อยละ ๓๖.๓๖ พรรคเพื่อไทย

อันดับ ๒ ร้อยละ ๑๘.๖๘ ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย

อันดับ ๓ ร้อยละ ๑๗.๘๘ พรรคก้าวไกล

อันดับ ๔ ร้อยละ ๗.๐๐ พรรคพลังประชารัฐ

อันดับ ๕ ร้อยละ ๖.๓๒ พรรคประชาธิปัตย์

อันดับ ๖ ร้อยละ ๓.๐๔  พรรคเสรีรวมไทย

อันดับ ๗ ร้อยละ ๒.๙๖ พรรคไทยสร้างไทย

อันดับ ๘ ร้อยละ ๒.๖๘ พรรคกล้า

อันดับ ๙ ร้อยละ ๒.๕๖ พรรคภูมิใจไทย

ก็เป็นไปตามสัดส่วนความนิยมในตัวคนที่สนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี

แต่ก็มีสิ่งผิดปกติ ย้อนแย้งกับข้อเท็จจริงเยอะพอควร

คือความนิยมในพรรคภูมิใจไทย กรณีนี้ถือว่าคลาดเคลื่อนอย่างมาก

สำหรับพรรคพลังประชารัฐ หากความนิยมต่้ำเตี้ยขนาดนั้น เตรียมปิดฉากได้เลย

แต่โพลก็คือโพลครับ เอาไว้ดูเป็นแนวทางได้ ยังไม่ใช่สิ่งชี้ชัดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเลือกตั้งเมื่อไหร่ "อุ๊งอิ๊ง" จะได้เป็นนายกฯ แน่ๆ

หรือพรรคพลังประชารัฐอาจกลายเป็นพรรคที่มี ส.ส.ต่ำกว่า ๕๐ คน

ทีนี้มาว่ากันเรื่องสิ่งที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่วันนี้จนถึงต้นปีหน้า พรรคไหนจะได้เป็นรัฐบาล

การเมืองวันนี้แบ่งเป็น ๒ ขั้วชัดเจน ฉะนั้นหลังเลือกตั้งค่อนข้างทำนายได้ตั้งแต่วันนี้ว่า พรรคการเมืองไหนจะจับมือกันจัดตั้งรัฐบาล

แน่นอนครับเพราะการกระทบกระทั่งทางการเมืองตลอดกว่า ๓ ปีที่ผ่านมา ขั้วการเมืองระดับแกนนำอาจสลับข้างได้ยาก

พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ยังคงจับมือกันเหนียวแน่น  แม้ไส้ในคืออุดมการณ์ทางการเมือง ไม่เหมือนกันก็ตาม

เพื่อไทย ก้าวไกล ก็ยังคงยึดขั้วเดิมเอาไว้ เพราะเป็นพรรคการเมืองที่มีฐานมวลชนใกล้เคียงกัน

ที่เหลือ ภูมิใจไทย เป็นพรรคใหญ่ที่สลับขั้วได้ง่ายที่สุด

ฉะนั้น ภูมิใจไทย อาจเป็นพรรคที่ชี้ขาดว่าขั้วไหนจะได้เป็นรัฐบาลถัดไป

แต่...สุดท้ายแล้ว ๒๕๐ ส.ว.คือตัวเปลี่ยนเกม

เงื่อนไข ส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกฯ อาจนำไปสู่การล้างขั้วครั้งใหญ่

กรณีนี้จะเกิดขึ้นเมื่อขั้วเพื่อไทยรวมเสียง ส.ส.ได้มากกว่าขั้วพลังประชารัฐ

ถึงวันนั้นก้าวไกล อาจไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย

แม้ ๒ พรรคการเมืองนี้จะมีฐานเสียงใกล้เคียงกันมาก  แต่ระดับความเข้มข้นของอุดมการณ์ทางการเมืองนั้นแตกต่างกันมากพอควร

และวันหนึ่ง ก้าวไกล อาจเป็นภัย สำหรับ "อุ๊งอิ๊ง"

สังเกตได้จากผู้สนตะพายพรรคเพื่อไทยคือ "ทักษิณ  ชินวัตร" เปลี่ยนเกมประเด็น ม.๑๑๒ และปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์

ไม่เอาด้วยกับพรรคก้าวไกล

ขณะที่พรรคก้าวไกล ยืนกรานต่อเนื่อง การยกเลิก   ม.๑๑๒ กับปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ คือนโยบายเร่งด่วนที่ต้องทำหากมีอำนาจอยู่ในมือ

เว้นเสียแต่ว่าถึงเวลาอยู่ในอำนาจ พรรคก้าวไกลจะกลืนน้ำลายตัวเอง เพราะนโยบายยกเลิก ม.๑๑๒ กับปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ มีเส้นแบ่งบางๆ กับล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์

ฉะนั้นไม่คุ้มแน่ หากเพื่อไทยชนะเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล  แต่ต้องมาปวดหัวกับพรรคก้าวไกล ที่เขย่าเสถียรภาพของรัฐบาลด้วยนโยบายดังกล่าว

โฉมหน้ารัฐบาลใหม่จึงยังคาดการณ์ยาก อยู่ที่ผลเลือกตั้ง

และพรรคเพื่อไทยอาจสะดวกใจจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ตั้งรัฐบาลมากกว่า ด้วยการสนับสนุนจากเสียงข้างมากในวุฒิสภา

"อุ๊งอิ๊ง" อาจได้เป็นนายกฯ แต่กระทรวงเกรดเอก็อาจหลุดมือพรรคเพื่อไทย ไปอยู่กับพลังประชารัฐ ภูมิใจไทย

ครับ...แค่คาดการณ์ไปตามโพล

แต่ของจริงต้องรออีกเกือบปี

เวลามากพอที่เกมจะเปลี่ยน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แดงตะลึง! ทั้งแผ่นดิน

อย่าเพิ่งเบื่อซะก่อนนะครับ.... เรื่องของ "จตุพร" กับ "ทักษิณ" ยังมีอีกหลายตอน คร่าวๆ คงจะลากยาวถึงการเลือกตั้ง

โหมโรงลิเกการเมือง

อย่ากะพริบตา... เมื่อคืนวันเสาร์ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ กฎหมายสำคัญ ๒ ฉบับคือ

เป็นหมายังไม่ได้

ไม่จบ.... วานนี้ (๒๕ มกราคม) บิ๊กๆ ในพรรคเพื่อไทยลงความเห็นร่วมกันว่า ไม่ตอบโต้ "จตุพร พรหมพันธุ์"

ว่าด้วยเรื่อง 'อำมหิต'

มันต้องมีอะไรซิ..! "ตู่-จตุพร" "ทักษิณ" "เสื้อแดง" และ เพื่อไทย จากหน่อเดียวกัน ตอนนี้กลายเป็นคนละฟาร์ม