สภา..ที่ถูกกำหนด?

ไม่เว้น-ไม่พัก จัดมาทุกปี..

วันพุธที่ 27 กรกฎาคมนี้ ก็เป็นครั้งที่ 30 ปีที่ 30 กับการจัดงาน “รางวัลภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2564” ของชมรมวิจารณ์บันเทิง..

และยังคงใช้ “สโมสรทหารบก” ถนนวิภาวดีรังสิต เป็นสถานที่จัดอยู่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือปีนี้จะเริ่มงานกันตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป!

เริ่มด้วยการเสวนาบันเทิงเรื่อง “ครูหนังไทยมองวงการหนังปัจจุบัน” โดยคุณฉลอง ภักดีวิจิตร กับคุณยุทธนา มุกดาสนิท สองศิลปินแห่งชาติ สาขาภาพยนตร์ มาร่วมพูดคุย

จากนั้นจะเป็นการเสวนาในหัวข้อ “โอกาสทำหนังกับสตรีมมิ่งระดับโลก” ของคุณยงยุทธ ทองกองทุน จาก Netflix กับคุณพันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ จาก HBO GO

ส่วนภาคบ่ายจะเป็นการประกาศผลและมอบรางวัล ซึ่งหนังเรื่องไหนจะคว้า “รางภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี 2564” ลุ้นได้-เชียร์ได้ทางเฟซบุ๊กไลฟ์ในเพจ "ชมรมวิจารณ์บันเทิง" ที่เดียว!

ก็..เป็นงานแจกรางวัลที่ไม่ได้ใหญ่โตหรูหรา เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า “ชมรมวิจารณ์บันเทิง” ที่มีคุณนคร วีระประวัติ เป็นประธาน (ตลอดกาล) นั้น ไม่มีงบประมาณจากหน่วยงานทั้งรัฐ-เอกชนสนับสนุน

ทำกันด้วยใจรัก หวังยกย่อง เชิดชู เป็นกำลังใจให้กับผู้สร้างสรรค์ผลงานบนความโปร่งใส ยุติธรรมในการพิจารณา

ก็หวังว่าปีนี้จะได้รับความร่วมมือจากบุคคลในวงการภาพยนตร์ ดารา นักแสดง สื่อมวลชนเหมือนกับที่ผ่านมาทุกๆ ปี!

                    ครับ..ลำพังอยู่กับนักการเมืองขี้โกง ขาดคุณธรรม-จริยธรรม ก็ว่าแย่หนักหนาสาหัสแล้ว นี่..ตกลงเรา-คนไทยจะต้องใช้ชีวิตอยู่กับโรคโควิด-19 และโรคฝีดาษวานรตลอดไปด้วยกระนั้นหรือ?

                    คือ ฟังจาก นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ บอกว่า.. โรคไวรัสโควิด-19 จะอยู่กับเราตลอดไป แต่ที่น่ากังวลคือ เชื้อไวรัสนี้มีการกลายพันธุ์ เกิดสายพันธุ์ใหม่ตลอดเวลา สายพันธุ์ใหม่แพร่ได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดิม

และหลบหลีกภูมิคุ้มกันไม่ว่าจากการฉีดวัคซีนหรือการติดเชื้อธรรมชาติได้ดีกว่าสายพันธุ์เดิม ปัจจุบันสายพันธุ์ใหม่ใช้เวลาสั้นกว่าเดิม เพียง 3-4 เดือน

ด้าน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา ก็ว่า.. “กามโรคมีมานับหลายร้อยปี มียารักษาที่ดีก็ไม่สามารถกำจัดให้หมดไปได้

ในทำนองเดียวกัน ฝีดาษวานรจึงเป็นการยากในการควบคุม และกำจัดให้หมดไป นอกจากฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพได้ครอบคลุมเกือบทั้งหมด..เราคงต้องอยู่กับโรคนี้อีก”

รู้อย่างนี้แล้ว..ใครจะกลับ-ไม่กลับบ้านก็ช่าง(หัว)มันเถอะ จะไปให้ความสำคัญอะไรถึงกับต้องไปท้า “ร้อยบาทเอาขี้หมากองเดียว” ให้เสียเวลา..

สู้ชวนคนไทยในประเทศหันหน้ามารู้รักสามัคคีกลมเกลียวกันอย่างจริงๆ จังๆ จะไม่ดีกว่าหรือ?

ไม่ได้สามัคคีเพื่อจะรบสู้กับใคร แต่รัก-จับมือ-ร่วมใจกัน ตั้งรับกับธรรมชาติ-โรคร้ายที่กำลังจัดสรรความสมดุลบนโลกมนุษย์อยู่ในขณะนี้น่ะ!

พูดง่ายๆ จะตายวัน-ตายพรุ่งกันอยู่แล้ว ยังจะทำตัวเป็น “ไก่ในเข่ง” กันอยู่ได้?

เออ..พูดเรื่องตาย เห็นในสภาเมื่อช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน นอกจากจะใช้ชื่อยุทธการ “เด็ดหัว สอยนั่งร้าน” ตอบโต้กันเรื่องคอขาด-หัวขาดแล้ว

ผู้อภิปรายบางท่านยังหยิบเอาเรื่องความตายของอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นมาเสนอเป็นทางเลือกให้นายกรัฐมนตรีไทยเข้าไปอีก

ซึ่งได้ยิน-ได้ดูก็ให้รู้สึกขนลุกขนชัน และยิ่งถึงขั้นขนหัวลุกเมื่อมี “ดอกไม้จันทน์” ปรากฏขึ้นใน “สัปปายะสภาสถาน” คราวนี้ด้วย

และด้วยเป็นคนไม่เชื่อเรื่องบังเอิญ ผมจึงได้แต่นึกภาวนาขออย่าให้สิ่งที่ “ถูกกำหนด” ได้เกิดขึ้นไม่ว่าจะกับใครในสภาอันทรงเกียรติแห่งนั้นเลย!

อย่าว่าโน้นนี้ หาก “ท่านประธานชวน” ในฐานะศิษย์วัดเก่า จะถือโอกาสช่วงเข้าพรรษา กราบนิมนต์พระคุณเจ้าเข้าไปปัดเป่า-สวดมนต์ให้พรในสภาเสียหน่อยก็น่าจะดีอยู่..

บอกตามตรง ใจคอไม่ดี..!.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฐานันดร4ตายแล้ว?

 “จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”

กระบอกเสียง..อาสา!

“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม

สังคมของวาทกรรม

ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ

จะเลือกทำไม?

“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.

ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?

“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”

ชุดไทยพระราชนิยม

ต้องบอกว่า..สะอาดตา-สบายใจที่ได้เห็น.. ผมหมายถึง “ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด” และจอดิจิทัลที่มีสาวงามสวม “ชุดไทย” เป็นนางแบบของกระทรวงวัฒนธรรมที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ในขณะนี้น่ะ!