
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ?
ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
เกรงว่า..จะ “สร้างภาพ” ให้เห็นพอเป็นพิธีมื้อสองมื้อแล้วกลับไป “กินฟรี” แบบเดิม!
ที่จริงผมก็ไม่เห็นด้วยหรอกนะกับการ “หักด้ามพร้าด้วยเข่า” ของคุณหมอวรงค์ เพราะอย่างไรเสียผมก็มองว่า “อาหารกลางวันฟรี” ของ สส.ควรจะได้มีอยู่
เพียงแต่ ปรับลดงบต่อหัว (1,000 บาท) ลงมาสักหน่อยนึง หรือสักครึ่งก็ยังสมเหตุสมผล ด้วย สส.ก็ใช่ว่าจะร่ำรวยไปเสียทุกคน
และอย่าไปว่า อย่าไปบ่น-ด่า สส.เหล่านั้นเลยว่า “จน” แล้วจะอาสาเป็นผู้แทนปวงชนทำไม เพราะบางคนจนเงินก็จริง..
แต่..ร่ำรวยความรู้-ความสามารถ และมากไปด้วยน้ำใจ มีคุณธรรม มีจิตสาธารณะ ชาวบ้านจึงเลยเลือกให้เป็น “ผู้แทน” ของพวกเขา!
การยกเลิก “อาหารกลางวันฟรี” จึงย่อมกระทบกับเศรษฐกิจในกระเป๋าของท่าน สส.จนๆ อย่างแน่นอน และหากคนจนไม่กล้าอาสาเป็นผู้แทนเสียแล้ว..
ในสภาก็จะมีแต่บรรดา สส.ลูกท่านหลานเธอ แล้วคนรวย-คนมั่งมีเงินทองน่ะหรือ? จะมีจิตอาสา รับใช้-ช่วยเหลือประชาชน-ชาวบ้าน?
ผมว่า ค่อยๆ คิด ค่อยๆ พิจารณากันให้รอบคอบถ้วนถี่ ไม่ต้องเร่งรีบกันในตอนนี้ เอาไว้มีรัฐบาล มีนายกฯ คณะรัฐมนตรีตัวจริงเสียก่อนยังพอไหว
ตอนนี้น่ะ ชาวบ้านเขาให้ความสนใจเรื่องน้ำมันแพงเสียมากกว่าจะร้องว้าววว ที่เห็น สส.หิ้วปิ่นโต หรือซื้อข้าวกินเองในสภา
และ..ไม่สน-ไม่ว่า บางคนยังปรารภให้ได้ยิน..มันจะทำได้สักกี่น้ำ-กี่มื้อเชียว?
ครับ..พูดถึงเรื่องน้ำมง-น้ำมัน ได้ยินท่าน สส.อภิปรายกันในสภาแล้วก็ให้แอบนึกชื่นชม ว่าแต่ละคนล้วนมีกึ๋น มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านน้ำมันอย่างน่าทึ่ง
แต่จะถึงระดับ Professional หรือไม่นั้น ผมคนปัญญาน้อยบอกไม่ได้ ต้องฟัง (อ่าน) ที่ ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ อาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้านปรัชญาการเมือง โพสต์จะดีกว่า..
“ช่วงนี้ฝ่ายการเมือง กำลังหากินกับประเด็นเรื่องน้ำมันอย่างน่าเป็นห่วงมาก คนนึงออกไปให้ความเห็นว่า “โรงกลั่นกักตุนน้ำมัน” ส่วนอีกคนก็บอกว่า “มีน้ำมันเถื่อนขนเข้าโรงกลั่น”
การจะมากล่าวหาว่าโรงกลั่นกักตุนน้ำมัน แล้วตั้งเป็นข้อสันนิษฐาน แต่หากเขาเปิดตัวเลขออกมานอกจากจะไม่ได้น้อยลงแล้วยังกลั่นเพิ่มมากขึ้น
และส่งออกขายให้กับปั๊มเพิ่มมากขึ้น ท่านจะทำอย่างไร? หรือคนที่บอกว่าอยู่ดีๆ ใครก็ไม่รู้ไป “ขนน้ำมันเถื่อนแล้วเอามาเข้าโรงกลั่น”
อันนี้เป็นวาทกรรมพวกนี้ที่ดูถูกอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศไทยมากๆ
โรงกลั่นบริหารงานด้วยระบบวิศวกรรมและผู้เชี่ยวชาญทั้งระบบ ข้อมูลตัวเลขทุกอย่าง ตั้งแต่การนำเข้า ขนส่ง กำลังการกลั่น การส่งขายในทุกช่องทาง
ล้วนแต่ต้องรายงานเป็นประจำต่อกระทรวงพลังงานทุกวัน อีกทั้งโรงกลั่นทั้ง 6 ซึ่งเป็นของเครือ ปตท. 3 บางจาก 2 และเชฟรอนอีก 1 (sprc)
บริษัทเหล่านี้ล้วนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ข้อมูลการทำธุรกิจทุกอย่างมีการเปิดเผยต่อสาธารณชน
แต่บรรดานักการเมืองทำเหมือนว่าโรงกลั่นและอุตสาหกรรมน้ำมันเป็นเขียงขายหมูเถื่อน ที่คิดจะรับของโจร รับน้ำมันเถื่อน คุณภาพห่วยแตกที่ไม่รู้แหล่งที่มายังไงก็ได้
ถ้าฝ่ายการเมืองยังหากินกับความไม่รู้ไม่เข้าใจของประชาชนแบบนี้ สังคมไทยคงจะอยู่กันยากครับ
เพราะเราจะกลายเป็นสังคมของวาทกรรมเขาหรือข่าวปลอม โดยไม่ยืนอยู่บนข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์อีกต่อไป..”
เอ้า..เป็นงั้นไป!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา
ครั้งที่ 4 แล้ว (เหรอ) นะ! ผมหมายถึงงาน “Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์เมืองพัทยา” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, อพท.พัทยา
ห้ามคนไทยเข้า!
เลอะเทอะแล้วๆ! นี่..เห็นจะต้องพูดกับคุณเรโด้ พิธีกรรายการ “ไทยรัฐทอล์ค” ตรงๆ อย่างนี้แหละ พลันที่เห็นเจ้าตัวโพสต์.. “รอหน่อยทองแสนมาแน่ แปดหมื่นมาก่อนปีนี้”
ฝาก'ปืนเถื่อน'กับนายกฯ
มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม? ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า..
ต้องขอ ‘คารวะ’
ผมน่ะเข้าใจแต่ “กำแพงประเพณี”.. บทเพลงที่ “คุณอาณัติ พุทธมาศ” ทั้งแต่งเอง-ขับขานเอง (นักเลงพอ) เมื่อหลายสิบปีก่อนนู้น โดยตัวเขาได้อธิบายด้วยภาษากวีที่งดงาม ลึกซึ้ง กินใจ ดังขึ้นต้นว่า..
จากนายกฯถึง ‘ล่าม’
“นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเมืองไทยหลังคุณอนุทิน ชาญวีรกูล คือใคร”? เนี่ย..ผมไม่ได้ถาม แต่เป็นคุณน้อง “เรโด้” พิธีกรรายการ “ไทยรัฐ ทอล์ก” ที่ถาม และไม่ได้ถามผู้ชม-คนดู หากแต่ได้ถามเอากับ “หมอปลาย พรายกระซิบ”..
ไม่ต้องกังวล?
แปะ แปะ แปะ! เนี่ย..ต้องขอปรบมือ (เท่าที่จะดังได้) ให้กับปฏิบัติการทวงคืน “หาดนุ้ย” จังหวัดภูเก็ต ภายใต้การนำทัพของคุณสุชาติ ชมกลิ่น รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

