
และแล้วก็มาถึงยุค “พุธสัญจร” ของรัฐนาวา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานจากสภาวะโควิด-19 ระบาด ครั้งนี้ก็มีเหตุปัจจัยเรื่องน้ำให้ “นายกรัฐมนตรี” และ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ที่มีตำแหน่งประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ต้องแบ่งสันปันส่วนกันลงพื้นที่ แต่ก็หลีกไม่พ้นที่จะต้อง ถูกจับถูกโยงว่ามีวาระซ่อนเร้นว่าด้วยการวัดพลังและความนิยมของ “น้องตู่” กับ “พี่ป้อม”จนได้...๐
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลก เพราะ “ควัน” ความระหองระแหงหลังจากการปลดฟ้าผ่า “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า-นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” ยังไม่จางหายไป งานนี้เลยต้องถูกสายตาการเมืองนำไปตีความกันจนได้ แต่หาก ย้อนรำลึกถึงการลงพื้นที่ของ “พล.อ.ประยุทธ์” และ “พล.อ.ประวิตร” กันให้ดีก็จะรู้ว่ามันเป็นเรื่องปกติ เพราะทั้งคู่แทบไม่เคยลงพื้นที่เดียวกันเลยถ้าไม่ใช่งานช้างหรืองานใหญ่จริงๆ ส่วนใหญ่ “น้องตู่” มักจะควงพี่ป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มากกว่า...๐
แต่ครานี้เนื่องจาก “ควัน” สงครามในพรรคพลังประชารัฐยังคุกรุ่นอยู่ ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าจะถูกโยงไปถึงเรื่องของคะแนนนิยม ซึ่งงานนี้หากวัดกันที่จำนวน ส.ส.ที่ติดสอยห้อยตามทั้งคู่แล้ว ก็ต้องบอกว่า “บารมี” พี่ป้อมดูเหมือนจะแซงน้องตู่อย่างเห็นได้ชัด เพราะมีจำนวน ส.ส.มากถึง 55 คนมาต้อนรับ แต่หากวัดถึงเรื่อง “อำนาจ” แล้วก็ต้องบอกว่า “น้องตู่” ก็ใช่ย่อย เพราะมีบรรดารัฐมนตรีติดสอยห้อยตามเยอะกันเช่นกัน ฉะนั้นเมื่อบวกลบคูณหารกันแล้วก็ต้องบอกพอฟัดพอเหวี่ยงกันเลยทีเดียว...๐
พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ 3 ป.ว่า เรื่องนี้ว่า “ผมกอดคอกับนายกฯ สนิทสนมกันมา 50 กว่าปี จำไว้ ให้ตายจากกัน เรา 3 ป.ถึงจะเลิกรักกัน บ้าบอมากกับข่าวทะเลาะกัน ซึ่งนายกฯ ก็มาหาผมทุกวันที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ใครจะไปทะเลาะกัน จะมีแต่นักข่าวเท่านั้นที่คอยเสนอข่าวทะเลาะกัน” แหม! บิ๊กป้อมพูดอย่างนี้ก็ไม่แฟร์นะจ๊ะ เพราะ ข่าวขัดแย้งหรือข่าวเลื่อยขาเก้าอี้ต่างๆ นั้นก็ออกมาจากคนในพรรคพลังประชารัฐทั้งนั้น แล้วไอ้ที่อึมครึมไม่รู้ชัดว่าเอาอย่างไรก็มาจากคนใน พปชร.อีกเช่นกัน...๐
ดูง่ายๆ ในเรื่องการลงพื้นที่ เมื่อนักข่าวถาม “วิรัช รัตนเศรษฐ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งสวมหัวโขนรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ในการลงพื้นที่บ่อยขึ้น ถือเป็นสัญญาณว่าจะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ ประธานวิปบอกว่า “ให้ดูกันเอาเอง เพราะส่วนตัวก็จะร่วมลงพื้นที่ด้วยเช่นกัน” เล่นตอบให้ตีความแบบนี้ “บิ๊กป้อม” จะมาโทษสื่อได้อย่างไร เพราะใครต่อใครก็ต้องไพล่ไปคิดว่าเป็นการลงพื้นที่หาเสียงทั้งนั้นจริงไหม แทนที่จะตอบให้เคลียร์ชัดๆ ว่าเป็นแค่การปฏิบัติหน้าที่ของนายกฯ และรองนายกฯ ที่ดูแลรับผิดชอบเรื่อง “น้ำ” รัฐบาลยังไม่คิดยุบสภา จะอยู่จนครบวาระแน่นอน ทำไมถึงตอบไม่ได้เล่า...๐
งานนี้จึงไม่แปลกที่บรรดาใครต่อใครต่างวิเคราะห์วิจารณ์ถึงการลงพื้นที่ดังกล่าวอย่างถ้วนทั่ว ไล่มาตั้งแต่ “วัชระ เพชรทอง” อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่มองว่า “พล.อ.ประยุทธ์” เตรียมจะยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ ขณะที่ “อรุณี กาสยานนท์” โฆษกพรรคเพื่อไทย ก็ระบุว่าเป็นการแบ่งขั้วทางการเมืองระหว่าง “น้องตู่” กับ “พี่ป้อม” การลงพื้นที่ดูปัญหาน้ำท่วมเป็นแค่การจัดฉากเพื่อเอาประชาชนมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเท่านั้น...๐
ต้องเรียกว่า “ศึกธรรมนัส” ครานี้ใหญ่หลวงนัก ขนาด “รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร” อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังออกมาวิเคราะห์ถึงอนาคต พปชร.กันเลย ว่าในระยะเวลา 1 ปีครึ่งที่เหลือจะออกมาในรูปแบบใด ความแนบแน่นของ 3 ป.ที่บอกว่าไม่มีอะไรมาโยกคลอนได้จริงหรือไม่ จะเป็นอย่างไร ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้นก็อยู่บนตัวแปรบุคคล 2 คน ก็คือ “บิ๊กตู่” และ “บิ๊กป้อม” นั่นแล โดยในส่วนของ “ลุงตู่” นั้นก็ต้องดูว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ในขณะที่ “บิ๊กป้อม” เชื่อแน่ว่าไปต่อ แต่อย่าลืมว่า “สังขาร” จะเป็นตัวชี้วัดหลักเสียมากกว่าว่าเมื่อถึงวันนั้นแล้วจะยังไหวหรือไม่อย่างไร ในขณะที่ “ป.ป๊อก” นั้นดูทิศทางลม ก็ต้องบอกว่าถ้าน้องตู่ยังไม่วางมือ พี่ป๊อกก็พร้อมเป็นกันชนให้ต่อไป แต่ถ้าโบกมือลาแค่นี้ก็เชื่อว่าก็จะลาโรงการเมืองเฉกเช่นกัน งานนี้ไม่อดใจรอดู เชื่อว่าไม่เกิน 365 วันนับจากนี้ก็จะรู้แล้วว่าไผเป็นไผ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
เปิดบันทึกในวันน้ำท่วมถ้วนทั่วกรุงเทพมหานคร มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ชัยภูมิที่ตั้งของแต่ละเขต ...0
บันทึกหน้า 4
"เธอคือที่สุด ความสุขของคนไทย" ปลาบปลื้มตื้นตันกันทั้งโลก "เนเน่ รอยัล" น้องแพรว-รัตติกานต์ อำลอย นักร้องและมือกีตาร์สาวน้อยภูเก็ตวัย 16 ปี สร้างประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ คนไทยคนแรกคว้าแชมป์ America's Got Talent 2026
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาของ “สุกันยาณี ยะวิญชาญ” อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ที่มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23-27 กันยายน 2569 ฉบับที่ 4-5 เมื่อวันพุธนั้น ไม่สามารถกลบกระแสข่าวในโลกออนไลน์ว่าด้วย “มหาอุทกภัย” ได้ดีนัก เพราะสาเหตุหนึ่งก็มาจากการออกประกาศที่เหมือน “เอไอ” หรือหุ่นยนต์เกินเหตุ คือ เป็นการออกตามกำหนดเวลา แทนที่จะออกมาชี้แจงแบบเป็นจริงจังในช่วงจังหวัดเวลาที่เหมาะสม ...๐
บันทึกหน้า 4
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 ที่สหรัฐอเมริกา ขณะที่เมืองไทยมีข่าวสะพัดว่าจะมีการปรับ ครม. ดึงพรรคกล้าธรรม (กธ.)
บันทึกหน้า 4
กรณีที่ นายวรชัย เหมะ แกนนำคนเสื้อแดง ออกมาเรียกร้องให้ยุติการจองล้างจองผลาญตระกูลชินวัตร พร้อมหยิบยกปมภาษีหุ้นชินคอร์ปและผลกระทบทางคดีขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง สอดรับกับกระแสสังคมต่อร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ซึ่งถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสร้างความปรองดอง ทว่า ในความเป็นจริงกฎหมายฉบับดังกล่าวไม่สามารถคุ้มครองหรือนิรโทษกรรมให้แก่
บันทึกหน้า 4
บันทึกในวันฟ้าอึมครึมไม่น้อยหน้าไปกว่าความรู้สึกมืดๆ มัวๆ ของประชาชนในสังคมไทยเวลานี้ หลังได้ยินได้ฟังผลการวินิจฉัยของ “กกต.” ที่ตัดสินใจส่งเรื่องราวฟ้องร้องกล่าวโทษใน “คดีฮั้ว สว.” ไปแค่ 77 คน จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 ราย โดยเป็น สว. 26 คนเท่านั้น ที่เหลือคนที่อยู่ข้างหลังรอด!! ...0

