Just Stop Oil โดนใจหรือโดนด่า?

    ผมว่าผมเป็นคนหนึ่งที่ตระหนักถึงเรื่องปัญหาโลกร้อน เรื่องที่ผมสามารถบรรเทาปัญหาโลกร้อน ผมก็จะทำในส่วนที่ผมทำได้ เช่น ไม่สนับสนุนให้ใช้หลอดพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง พยายามใช้ถุงผ้าหรือถุงกระดาษแทนถุงพลาสติกในโอกาสที่เป็นไปได้ หรือแม้แต่สนใจดูรถไฟฟ้าถ้าเผื่อต้องเปลี่ยนรถเมื่อไหร่

    ผมตระหนักถึงเรื่องโลกร้อน แต่ไม่ถึงกับสุดโต่งเหมือนคนที่เอาจริงเอาจัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีก็แล้วแต่ครับ อย่างน้อยผมไม่ใช่คนหนึ่งที่ปิดบังและไม่ยอมรับว่าโลกเรากำลังมีปัญหาจริงๆ แต่ผมไม่ใช่นักอนุรักษ์โลก

ประเภทชอบเทศน์ให้คนอื่นฟัง เช่นเดียวกัน ผมทำสิ่งที่ ผมทำได้ผมจะโยงเรื่องที่ไม่เกี่ยวกันเลยเข้ามาเป็นเรื่องที่จะเขียนในวันนี้ครับ

    จากเหตุการณ์กราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ ในจังหวัดหนองบัวลำภูนั้น มีสาวแรปเปอร์ไทยแสดงความหงุดหงิดการเยือนของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ไปที่เหตุการณ์ว่าเป็น “ภาระ” ไปไม่ได้ช่วยอะไร ซึ่งทำให้คนจำนวนไม่น้อยแสดงความไม่พอใจกับแรปเปอร์สาวคนนี้

    เราอยู่ในโลกและยุคที่เดาใจคนยาก เพราะเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สังคมทั้งสังคม ยิ่งเฉพาะคนที่ออกมาด่าแรปเปอร์สาวคนนี้ล่าสุดนั้น แห่กันชื่นชมและยกย่อง เมื่อเขาเอาข้าวเหนียวมะม่วงมาทานบนเวทีคอนเสิร์ตในต่างประเทศ ทุกคนชื่นชมความทันสมัยและความฉลาดในการแสดง ความเป็นตัวของตัวเอง บวกกับความเป็นคนไทย

    ตอนนั้นแห่กันชื่นชมและเข้าแถวยกย่อง ว่าเป็นตัวอย่างเยาวชน (หรือคนรุ่นใหม่) ที่ดี แล้วเป็นอนาคตของประเทศที่สดใส แต่พอเขาแสดงความคิดเห็นที่ไม่ถูกใจและไม่ลื่นหูคนจำนวนไม่น้อย กลับถล่มด่าเขาและประณามเขาอย่างสะใจ

    เมื่อเขาทำในสิ่งที่คุณถูกใจ คุณชื่นชมการแสดงความคิดและความเป็นตัวของตัวเอง แต่พอเขาแสดงในสิ่งที่คุณไม่ถูกใจ คุณกลับประณามเขาว่า “ใช้อะไรคิด?” และรุมกันด่าเขาอย่างสะใจ ถ้าเป็นเช่นนั้นจะให้เขาแสดงความคิดเห็นเฉพาะเรื่องที่คุณถูกใจใช่ไหมครับ?

    แต่อย่างว่าครับ เรื่องความชอบส่วนใหญ่เป็นเรื่องอารมณ์ แล้วถึงแม้พูดด้วยเหตุผลจากฝ่ายตรงข้าม เมื่อใจเราไม่ชอบ ยังไงก็ไม่ชอบ ทั้งกายและใจเปลี่ยนยาก อย่าว่าแต่เปลี่ยนเลยครับ แค่เปิดใจรับฟังอีกฝ่ายหนึ่งแทบจะไม่อยากทำ

    เกิดข้อสงสัยอย่างนึง สมมติฐานว่ามีนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมประเภทสุดโต่ง ขับรถไฟฟ้าของเขาและรีบไปสักแห่งหนึ่ง แต่ระหว่างทางเกิดรถติดอย่างมหาศาล ไม่รู้ว่ารถติดเพราะอุบัติเหตุ หรือจำนวนรถเยอะเฉยๆ รู้แต่ว่ารถไม่ขยับและไปไหนไม่ได้ ในขณะที่เขาเร่งรีบและหงุดหงิดที่รถขยับไม่ได้ เขาจะรู้สึกอย่างไร ถ้าเผื่อรู้สาเหตุที่รถติดเป็นเพราะมีกลุ่มผู้ประท้วง (หรือจะเรียกว่านักเคลื่อนไหวดีกว่า) นั่งกลางถนนบังไม่ให้รถวิ่งต่อ เพราะอยากให้คนตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนเหมือนในกรณีกลุ่ม Just Stop Oil ในประเทศอังกฤษ

    สำหรับใครที่เห็นคลิป หรือดูข่าวผ่านตา จะเห็นภาพผู้ประท้วงใส่เสื้อสีส้มนั่งกลางถนนหลักบ้าง เห็นโยนสีตามงานศิลปะบ้าง เห็นพ่นสเปรย์ตามโชว์รูมยี่ห้อรถหรูบ้างใช่ไหมครับ? กลุ่มนี้แหละที่เป็นกลุ่ม Just Stop Oil กลุ่มนี้เป็นกลุ่มพันธมิตรนักเคลื่อนไหวสิ่งแวดล้อม ที่พยายามรณรงค์ให้คนทั่วไปตระหนักถึงปัญหาโลกร้อน

    ซึ่งวิธีการคือ Disruption แท้ๆ แต่เขามีมาตรการทำภารกิจเบาถึงหนัก ในช่วงแรกๆ รวมกลุ่ม เขาออกมาแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษเลิกใช้พลังงานจากถ่านหิน ซึ่งก็เป็นแถลงการณ์ทั่วไปที่คนฟังบ้างไม่ฟังบ้าง แต่พอกลางปีนี้เป็นต้นมา (Just Stop Oil เพิ่งเริ่มรวมตัวกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้) เขายกระดับการประท้วงตามภาพที่เห็น คือนั่งกลางถนนหลักๆ ไม่ให้รถวิ่งผ่าน โยนสีใสศิลปะเก่าๆ ตามพิพิธภัณฑ์ และพ่นสเปรย์ตามโชว์รูมรถหรูๆ

    ซึ่งถามว่าเขาทำเพื่อความสะใจ หรือความซ่า หรือแค่คิดอยากกวนๆ เล่นๆ ก็ไม่ใช่นะครับ ถ้าเขาไม่ทำในสิ่งที่เขาทำ ถ้าเขาไม่ Disrupt ขณะที่เขา Disrupt นั้น จะมีใครฟังสิ่งที่เขาพูดหรือเปล่า เขาเริ่มจากวิธีการที่ “ถูกต้อง” คือแถลงการณ์ไม่เดือดร้อนใคร แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วไม่มีใครสนใจ

    แต่พอออกมา Disrupt เขาได้เป็นข่าว เขาได้สร้างกระแส ถึงแม้จะสร้างความโกรธแค้นและความโมโหจากผู้เดือดร้อนก็ตาม แต่ถ้าเขาไม่ทำจะมีใครสนใจไหมครับ? หรือที่สำคัญไปกว่านั้น วิธีการ Disrupt ของกลุ่ม Just Stop Oil จะทำให้กลุ่มคนที่ไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน หันมาสนใจเรื่องที่เขากำลังประท้วงได้หรือไม่?

    ผมตั้งคำถามแบบนี้เพื่อให้แฟนคอลัมน์ย้อนดูตัวเอง (หรือให้ผมมองตัวเองก็ได้) ตอนมีกลุ่มสีเสื้อต่างๆ ออกไปชุมนุมบนท้องถนนในบ้านเรา ตอนที่คุณรถติดเพราะถนนถูกปิดจากผู้ชุมนุมนั้น เมื่อเป็นกลุ่มที่ใส่เสื้อสีเดียวกับที่คุณใส่ คุณให้อภัยและเข้าใจเขา มากกว่าผู้ชุมนุมที่ใส่เสื้อคนละสีใช่ไหมครับ?

    กลับไปที่กรณีนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต้องเจอรถติดระหว่างที่เขาเร่งรีบ เพราะกลุ่มประเภท Just Stop Oil นั่งขวางถนน นักอนุรักษ์คนนี้จะนั่งอยู่ในรถปรบมือผู้ประท้วง หรือจะด่าพ่อแม่เขาเหมือนคนอื่นๆ ที่เดือดร้อน?

    ทิ้งท้ายในวันนี้ ตอนนี้เรากำลังนับถอยหลังเข้าสู่การประชุมเอเปก ผมหวังว่าการประชุมจะราบรื่นและเป็นผลที่ดีต่อประเทศ แต่จากการประชุมเอเปกทุกครั้งจะต้องมีการประท้วง มีการชุมนุม และมีการเคลื่อนไหวจากกลุ่มต่างๆ เนื่องจากผู้นำของโลกมารวมตัวที่เดียวกัน พวกเราอย่าตกใจและอย่าแปลกใจ ถ้าเผื่อกลุ่ม Just Stop Oil จะจัดการประท้วงที่เอเปกครั้งนี้ครับ ผมมีความรู้สึกว่าเวทีแบบนี้จะเป็นโอกาสทองของพวกเขา.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“…Throw things close to the criminal, use them as weapons; scream; act with all your might…”

ไม่ว่าเราจะอยู่ในยุคใด อายุเท่าไหร่ ถือสัญชาติอะไร และนับถือศาสนาอะไรนั้น คนเราทุกคนมีความเหมือนอยู่อย่างหนึ่งคือ สำหรับข่าวคราวที่เราได้รับจากสื่ออะไรก็แล้วแต่ มันจะมีบางเรื่องสามารถทำให้เราหยุดชะงัก ตกใจ และสะเทือนใจระดับหนึ่ง ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นมาก่อน เช่น เหตุการณ์ 9/11

Isra Sunthornvut…UN Goodwill Ambassador…“ไปรษณีย์ไทย”…จ้า

ในยุคที่สังคมเราแตกแยก เป็นยุคที่คนเราพร้อมถกเถียงทุกเรื่องเพื่อหวังชนะ เป็นยุคที่ “เรา” ถูก และ “มัน” ผิด มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทุกคนคงเห็นพ้องกัน ไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไร ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ไม่ว่าจะถือสัญชาติอะไร หรือนับถือศาสนาอะไร เรื่องที่ทำให้ทุกคนสามัคคีกันคือเรื่องการระแวงเมื่อเห็นเบอร์แปลกๆ โทร.เข้ามือถือของเรา

คน'ขี้แพ้'ที่'ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง'จริง

เมื่อไม่นานมานี้ ในช่วงที่บ้านเรามีปัญหาทางการเมือง มีการชุมนุม มีการประท้วงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ซีกฝ่าย “ประชาธิปไตย” มักพูดอยู่เสมอว่า พรรคฝ่ายตรงข้ามเป็นพวก “ขี้แพ้” “ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง” “ค้านมันทุกเรื่อง” บวกกับข้อกล่าวหาอื่นๆ อีกมากมาย

Damned if you do, damned if you don’t

เหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญแฟนกีฬาอเมริกันฟุตบอลเมื่อคืนวันจันทร์ (เช้าวันอังคารบ้านเรา) ในเมือง Cincinnati รัฐ Ohio ระหว่างทีม Buffalo Bills กับ Cincinnati Bengals ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ทั้งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

“...ที่ต้องการเพียงจะลา มองหน้าเธออีกครั้ง เอ่ยคำลา...คำที่มันคาใจ...”

วันนี้เป็นวันดี เป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ เป็นวันแห่งความหวังสำหรับตลอดทั้งปีที่อยู่ข้างหน้า เป็นวันแรกที่เราจะต้องหัดเขียนพุทธศักราชใหม่ จาก 2565 (หรือ 2022) เป็น 2566 (หรือ 2023) เวลาจะเซ็นเอกสารหรือเซ็นเช็คก็ตาม ซึ่งน่าจะหลายอาทิตย์ (หรือเดือน) กว่าเราจะเขียน 2566 (2023) แบบอัตโนมัติได้

Merry Christmas, President Zelensky

ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุการณ์สำคัญระดับประวัติศาสตร์เกิดขึ้น ในเรื่องที่พวกเรารู้สึกเย็นชา หรือลืมด้วยซ้ำ