ทำไมต้องมีการเลือกตั้งที่อเมริกาทุก2ปี?

วันที่ผมเขียนคอลัมน์นี้เป็นช่วงระหว่างสองเหตุการณ์ที่คนให้ความสนใจ สำหรับสัปดาห์หน้าทั้งสัปดาห์ ทั้งคนและสื่อไทยจะมุ่งมั่นสนใจเรื่องของเอเปก 2022 เพราะถือว่าเป็นงานระดับต้นๆ ของโลก ที่จะเอาผู้นำจากหลายประเทศมารวมตัวกันในที่เดียว ส่วนเนื้อหาสาระ หรืออะไรที่แตะต้องเป็นรูปธรรมจะเป็นเช่นไร ก็ว่ากันไปครับ แค่ระดับผู้นำมารวมตัวกันในบ้านเราก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าสนใจและเรื่องสนุก

ถึงแม้ผู้นำของรัสเซียและสหรัฐอเมริกาไม่ได้มาร่วมก็ตาม แต่ถือว่าในฐานะประเทศเราเป็นเจ้าภาพ ยังไงหวังขอให้งานออกมาราบรื่น ไม่มีใครคิดถล่ม ไม่มีใครคิดบุกทำลายการประชุมเหมือนกรณีอาเซียนในพัทยาเมื่อหลายปีก่อน และสิ่งที่คู่กับเอเปก หรือการประชุมแบบนี้ ก็คือการชุมนุมหรือการประท้วงจากกลุ่มนานาชาติต่างๆ

แต่ก่อนจะมีการชุมนุมและประท้วงเรื่องโลกาภิวัตน์ เรื่องความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศร่ำรวยกับประเทศกำลังพัฒนา แต่สมัยนี้การชุมนุมที่ยอดฮิตและถือว่ายกระดับให้ก้าวร้าวมากขึ้น คือบรรดากลุ่มผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น Greenpeace หรือกลุ่มที่ผมเขียนถึงเมื่อสัปดาห์ก่อน Just Stop Oil กลุ่มเหล่านี้เขาเลยจุดเพียงถือป้าย ถือโทรโข่ง และเดินขบวนเป็นพันๆ คน กลุ่มเหล่านี้เน้นเรื่อง Disruption ประเภทสุดโต่ง เพื่อให้คนสนใจและเป็นกระแส ไม่งั้นการชูป้าย พูดโทรโข่งและเดินเป็นพัน ไม่ได้ผลอะไรครับ ดังนั้นผมจะไม่แปลกใจถ้าเผื่อมีการแสดงจุดยืนหรือแสดงพลังอะไรบางอย่าง จากกลุ่มประเภท Greenpeace กับ Just Stop Oil ในครั้งนี้ด้วยครับ

ส่วนอีกเหตุการณ์หนึ่งเพิ่งจบไปเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ การเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา ที่เรียกกันว่า Mid-term elections ซึ่งวันเวลาที่ผมเขียนคอลัมน์นี้อยู่ มันยังไม่สามารถประกาศ ชัดเจนว่าพรรคไหนชนะ เพราะยังมีบางรัฐนับคะแนนไม่หมด และบางรัฐยังต้องนับอีกรอบหนึ่ง วันนี้ผมจะไม่วิเคราะห์ผลเลือกตั้งที่ออกมา ปล่อยให้บรรดา “ผู้เชี่ยวชาญ” วิเคราะห์แม่น….หลังผลออกมา…ทำหน้าที่ของเขา วันนี้ผมจะตอบคำถามที่หลายคนอาจมีในใจมานานเกี่ยวกับการเลือกตั้งอเมริกา

มีคนเคยถามว่า ทำไมถึงต้องเรียกว่า Mid-term elections ต่อเมื่อไม่ได้เกี่ยวกับการเลือกประธานาธิบดี คำว่า Mid-term มันเป็น Mid-term ของใครต่อเมื่อ Congress (ส.ส.) มีวาระ 2 ปี ประธานาธิบดีมีวาระ 4 ปี และ Senator (วุฒิสมาชิก) มีวาระ 6 ปี ต่อเมื่อคนอเมริกันเลือกประธานาธิบดีเมื่อสองปีที่แล้วพร้อมกับ Congress ทั้งชุดทำไมยังเรียกว่า Mid-term elections? แล้วทำไมวาระของ Congress มันเพียงแค่ 2 ปี? ทำไมไม่ให้มันครบ 4 ปีไปเลย?

สิ่งที่พวกเราต้องเข้าไจคืออเมริกาก่อตั้งมากว่า 250 ปี ในยุคนั้นเป็นยุคที่คนอพยพมาจากทวีปยุโรปเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ หรือหาโอกาสที่ดีกว่า ดังนั้นในการก่อตั้งประเทศ เขาเลียนแบบระบบเดิมที่อยู่ในทวีปยุโรป และมาประยุกต์ใช้ในประเทศใหม่ คิดเสียว่า “คิดใหม่…ทำใหม่” ของแท้ คือ คิดใหม่…กว่าระบบเดิม ทำใหม่…กว่าเก่า

การร่างรัฐธรรมนูญในยุคนั้นที่ยังเป็นกระดูกสันหลังของสหรัฐอเมริกาจนถึงบัดนี้ ยึดหลักการ การกระจายอำนาจ และไม่ให้มีการผูกขาด การครองอำนาจจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะเรียกว่าสร้างระบบกระจายอำนาจ หรือระบบถ่วงอำนาจ หรือระบบตรวจสอบ ก็ได้หมดครับ

แนวความคิดให้ระดับ Congress (ส.ส.) มีวาระเพียง 2 ปี คือให้มีการสมดุลกันระหว่างผู้มีประสบการณ์กับพลังของคนรุ่นใหม่ ให้มีความผสมผสานกันระหว่างความเก๋าทางการเมืองกับความสดทางการเมือง คือพูดง่ายๆ ครับ ให้เลือดเก่ากับเลือดใหม่ทำงานคู่กันตลอดเวลา ให้ระบบเป็นการคัดเลือกเป็นการสรรหา เป็นการล้างระบบในตัว ในแนวความคิดของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ คิดว่าวาระ 2 ปีทำให้ผู้ดำรงตำแหน่งต้องทันต่อความต้องการของประชาชน

ที่เขาลงเอยที่วาระละ 2 ปี อาจมาจากแนวความคิด “คิดใหม่…ทำใหม่” คือในยุคนั้นผู้ดำรงตำแหน่งระดับรัฐมีการเลือกตั้งทุกปี และจากหลายประเทศในทวีปยุโรปมีการเลือกตั้งผู้แทนของเขาทุก 3 ปี ก็เลยเอา 2 ปีสำหรับวาระผู้แทนในประเทศใหม่

กลับกัน ที่ประธานาธิบดีมีวาระ 4 ปี ก็เพื่อให้ผู้ดำรงตำแหน่งได้ทำงานเต็มที่โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องการเลือกตั้งใหม่ จะได้ทำงานต่อเนื่องและเต็มประสิทธิภาพ ส่วนวุฒิสมาชิกที่มีวาระ 6 ปี ก็เพื่อให้ผู้ดำรงตำแหน่งเน้นการทำงานต่อเนื่อง โดยที่ไม่ต้องใกล้ชิดความต้องการของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่อาจมีความต้องการเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ในหลักความคิด คือให้วุฒิสมาชิกสร้างความมั่นคงอีกชั้นหนึ่งในระบอบประชาธิปไตย

ส่วนวุฒิสมาชิก ถึงแม้มีวาระ 6 ปีก็ตาม เวลามีการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นปีที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี หรือเป็นช่วง Mid-term elections ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งจะต้องมีการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกไปด้วย แต่ไม่ได้เป็นการเลือกวุฒิสมาชิกทั้งคณะ

ในระบบของการเมืองสหรัฐอเมริกาจะเป็นการเผื่อสิ่งร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างหรือสุญญากาศทางอำนาจ ดังนั้นทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งจะต้องมีการเลือกวุฒิสมาชิกจำนวนหนึ่งในสามทุกๆ ครั้ง เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรร้ายแรง ทำให้ฝ่ายบริหารสูญหายไปหมด พร้อมกับระดับ ส.ส.ต้องหายไปหมดเช่นเดียวกัน ยังมีกลุ่มวุฒิสมาชิกยังคงอยู่ตลอดเวลา

ขออธิบายแบบนี้เพิ่มเติมครับ ในระบบการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา ยังไงๆ จะมีการเลือกตั้งทุกสองปี และจากการเลือกตั้งทุกครั้ง (คือทุก 2 ปี) จะต้องมีการเลือกตั้งระดับ ส.ส.ทั้งหมด และวุฒิสมาชิกจำนวนหนึ่งในสาม ส่วนปีไหนที่ตรงกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีจะมีการเลือกตั้งทั้ง ประธานาธิบดี (1 คน) ส.ส. (ทั้งหมด) และวุฒิสมาชิก (จำนวนหนึ่งในสาม) ทุกครั้งครับ

ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งว่า ทำไมถึงต้องให้หนึ่งในสามวุฒิสมาชิกมีการเลือกตั้งทุก 2 ปี เหตุผลคือ เพื่อไม่ให้วุฒิสมาชิกทั้งคณะอยู่ห่างไกลความต้องการของประชาชน ถ้าเผื่อวุฒิสมาชิกทั้งคณะมีการเลือกตั้งทุก 6 ปี จะทำให้ห่างเหินประชาชนทั้งคณะ แต่ถ้าทุก 2 ปี มีหนึ่งในสามต้องมีการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกที่ยังอยู่ในตำแหน่ง ที่ยังไม่ถึงคิวเลือกตั้ง ยังต้องเกาะความต้องการของประชาชนอยู่ดีเพื่อเป็นการช่วยพรรค

ผมไม่แน่ใจว่า ผมอธิบายให้แฟนคอลัมน์เข้าใจระบบการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกามากน้อยเพียงใด เพราะถ้าจะให้ลึกกว่านี้ มันลึกกว่านี้ได้อีกเยอะครับ แต่ผมว่าเราเอาเพียงหลักๆ ไว้ก่อน เพราะผมกลัวว่าการอธิบายของผมในวันนี้จะทำให้สับสนไปกว่าความรู้เดิมที่มีอยู่ เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสในวันข้างหน้า ผมจะพยายามอธิบายดีกว่านี้ครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“…Throw things close to the criminal, use them as weapons; scream; act with all your might…”

ไม่ว่าเราจะอยู่ในยุคใด อายุเท่าไหร่ ถือสัญชาติอะไร และนับถือศาสนาอะไรนั้น คนเราทุกคนมีความเหมือนอยู่อย่างหนึ่งคือ สำหรับข่าวคราวที่เราได้รับจากสื่ออะไรก็แล้วแต่ มันจะมีบางเรื่องสามารถทำให้เราหยุดชะงัก ตกใจ และสะเทือนใจระดับหนึ่ง ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นมาก่อน เช่น เหตุการณ์ 9/11

Isra Sunthornvut…UN Goodwill Ambassador…“ไปรษณีย์ไทย”…จ้า

ในยุคที่สังคมเราแตกแยก เป็นยุคที่คนเราพร้อมถกเถียงทุกเรื่องเพื่อหวังชนะ เป็นยุคที่ “เรา” ถูก และ “มัน” ผิด มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทุกคนคงเห็นพ้องกัน ไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไร ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ไม่ว่าจะถือสัญชาติอะไร หรือนับถือศาสนาอะไร เรื่องที่ทำให้ทุกคนสามัคคีกันคือเรื่องการระแวงเมื่อเห็นเบอร์แปลกๆ โทร.เข้ามือถือของเรา

คน'ขี้แพ้'ที่'ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง'จริง

เมื่อไม่นานมานี้ ในช่วงที่บ้านเรามีปัญหาทางการเมือง มีการชุมนุม มีการประท้วงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ซีกฝ่าย “ประชาธิปไตย” มักพูดอยู่เสมอว่า พรรคฝ่ายตรงข้ามเป็นพวก “ขี้แพ้” “ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง” “ค้านมันทุกเรื่อง” บวกกับข้อกล่าวหาอื่นๆ อีกมากมาย

Damned if you do, damned if you don’t

เหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญแฟนกีฬาอเมริกันฟุตบอลเมื่อคืนวันจันทร์ (เช้าวันอังคารบ้านเรา) ในเมือง Cincinnati รัฐ Ohio ระหว่างทีม Buffalo Bills กับ Cincinnati Bengals ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ทั้งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

“...ที่ต้องการเพียงจะลา มองหน้าเธออีกครั้ง เอ่ยคำลา...คำที่มันคาใจ...”

วันนี้เป็นวันดี เป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ เป็นวันแห่งความหวังสำหรับตลอดทั้งปีที่อยู่ข้างหน้า เป็นวันแรกที่เราจะต้องหัดเขียนพุทธศักราชใหม่ จาก 2565 (หรือ 2022) เป็น 2566 (หรือ 2023) เวลาจะเซ็นเอกสารหรือเซ็นเช็คก็ตาม ซึ่งน่าจะหลายอาทิตย์ (หรือเดือน) กว่าเราจะเขียน 2566 (2023) แบบอัตโนมัติได้

Merry Christmas, President Zelensky

ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุการณ์สำคัญระดับประวัติศาสตร์เกิดขึ้น ในเรื่องที่พวกเรารู้สึกเย็นชา หรือลืมด้วยซ้ำ