อย่าใช้เพลงเป็นอาวุธ

 “ขอให้เชื่อผมสักครั้ง”!

นี่..ถ้า “ทวีพงษ์ มณีนิล” นักแต่งเพลงเจ้าของรางวัลเสาอากาศทองและรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ยังมีชีวิตอยู่

เชื่อเหลือเกินว่า “นักร้องแห่งชาติ” คุณธานินทร์ อินทรเทพ ต้องนำคำพูดประโยคข้างบนนี้ไปบังคับให้เพื่อนรัก-คู่ซี้ แต่งเป็นเพลงให้อย่างไม่ต้องสงสัย

ด้วยเป็นคำสะดุดตา เป็นภาษาที่เข้ากับเพลงแนวรักหวานซึ้ง อกหัก เศร้า เหมือนกับที่เพลง “ฝากเพลงถึงเธอ” ได้อุบัติขึ้น หลังจากคุณธานินทร์เล่าเรื่องตัวเองกับผู้หญิงคนหนึ่งให้ทวีพงษ์ฟัง!

ก็..ไม่รู้ใครเป็นคนคิด-คนเขียนให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นำมาตบท้ายข้อความ “บทที่ 2 ก้าวสู่วิถีประชาธิปไตย” ที่โพสต์เมื่อวันวาน ซึ่งเห็นจะต้องขอยกนิ้วชื่นชม..

คมภาษา จนใจ(แทบ)ยอมเชื่อ ให้ พล.อ.ประวิตร ได้เป็น “นายกรัฐมนตรี” สักครั้งเลยเชียว!

พูดเรื่องเพลง พูดถึงนักแต่ง ก็ได้รู้ว่าคุณสุรชัย จันทิมาธร หรือ “หงา คาราวาน” ศิลปินแห่งชาติ พี่ใหญ่แห่งวงการเพลงเพื่อชีวิต ตอนนี้อายุ 75 ปีบริบูรณ์แล้ว

และได้รู้อีกว่า ตั้งแต่ครั้งกินขี้ปี้นอนอยู่ในป่ามาจนเข้ามาใช้ชีวิตสุขสบายอยู่ในเมืองจวบจน พ.ศ.นี้ น้าหงา (ขออนุญาตนำญาติไปกับเขาด้วย) ได้แต่งเพลงมาแล้วเกือบ 700 เพลง

น้าหงาบอกเองกับปากในวันงานแถลงข่าวคลาสส์ซี่ ไลฟ์ โปรเจ็ค ครั้งที่ 8 (Classy Live Project No.8) “75 บริบูรณ์ สุรชัย จันทิมาธร” ซึ่งจะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ของเขา

“ผมเคยเพลงแต่งเอาไว้ประมาณ 600-700 เพลง ก็จะคัดสรรบทเพลงที่คนฟังอยากฟังมาส่วนหนึ่ง และเพลงที่คนฟังไม่ค่อยได้ฟังและไม่ค่อยได้เล่นที่ไหนอีกส่วนหนึ่ง

ผมจะพยายามสื่อสารให้มากที่สุด ตามบรรยากาศบนเวทีในตอนนั้น และในเวลาที่เรามี ชีวิตผมมันเดินทางไปกับเพลงอยู่แล้ว เจอต้นไม้สวยๆ ก็จะเขียนออกมาเป็นเพลง

ฉะนั้น ผมจะเล่าเรื่องความเป็นมาของแต่ละเพลงที่หลายคนก็จะพูดต่างๆ กันไปตามความเข้าใจของเขาเอง แต่ในวันนั้นคุณจะได้ฟังเรื่องจริงจากปากผม”

ในฐานะครูเพลงเพื่อชีวิต น้าหงายังได้แสดงความคิดเห็นต่อคำถามเกี่ยวกับความหลากหลายของแนวเพลงในยุคสมัยนี้ด้วยว่า..

“ผมอยากให้สังคมไทยเป็นแบบนี้มานานแล้วครับ แต่ก่อนมีครูเพลงเขียนเพลง นักร้องไปร้องเพลง ปัจจุบันนี้ทุกคนสามารถเขียนเพลงได้ อยากเห็นเค้าแต่งมาเยอะๆ

แต่งสะท้อนยุคสมัยของเค้าเอง เล่าสิ่งที่เค้าอยากพูด ตะโกนความในใจของเค้าออกมาเป็นเพลง แต่อย่าใช้เพลงเป็นอาวุธไปประหัตประหารด่าทอใคร ผมขออย่างเดียวเท่านั้นครับ”

ครับ..จะเป็นการ “ขอ” ที่มากไปหรือเปล่าไม่ทราบ ถ้าเผื่อไม่ได้มากมายเกินไปนัก ก็อยากให้นักร้องที่มีพรสวรรค์แต่งเพลงได้เองทั้งหลายได้เก็บไปคิด-ใคร่ครวญ..

เลี่ยงการแต่งเพลงเป็นอาวุธประหัตประหารหรือด่าทอใครได้ ก็กรุณาเลี่ยงเถอะ!

ในวงการสื่อพวกผมก็เช่นกัน คนอื่นไม่รู้มีครูให้คำแนะนำ-บ่มเพาะหรือไม่อย่างไร สำหรับผมมี และพึงปฏิบัติมาตลอดเท่าที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเองได้

ครู-รุ่นพี่สอนไว้ (ในวงเหล้า) คนสื่อ-คนเขียนหนังสืออย่างเรา จักต้องไม่ใช้ปากกาเป็นอาวุธประหัตประหาร ทำร้ายใคร และที่จำฝังหัว..

“ชมคนที่ควรชม ข่มคนที่ควรข่ม” ที่แปลจากภาษาบาลี “นิคฺคณฺเห นิคฺคหารหํ ปคฺคณฺเห ปคฺคหารหํ” และเป็นคำขวัญของหนังสือพิมพ์สยามรัฐ แหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชาให้กับตัวผม!

เอ้า..เกือบลืม คอนเสิร์ตน้าหงาจะมีขึ้นในวันที่ 7 พ.ค.นี้ ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมฯ (รอบเดียว) จองบัตรได้ที่ Line: @classyrecords และ thaiticket major ทุกสาขา..

ขอให้เชื่อผมสักครั้ง..ต้องไปดู!.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฐานันดร4ตายแล้ว?

 “จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”

กระบอกเสียง..อาสา!

“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม

สังคมของวาทกรรม

ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ

จะเลือกทำไม?

“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.

ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?

“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”

ชุดไทยพระราชนิยม

ต้องบอกว่า..สะอาดตา-สบายใจที่ได้เห็น.. ผมหมายถึง “ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด” และจอดิจิทัลที่มีสาวงามสวม “ชุดไทย” เป็นนางแบบของกระทรวงวัฒนธรรมที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ในขณะนี้น่ะ!