ร้อยกลั่น และกลอนปล่อย

“รักต้องการอ้อมแขนไม่ใช่กรงขัง

นกต้องการรัง ไม่ใช่กั้นกรง ด้วยกรง..มีไว้ขัง รัง..มีไว้อุ่น

อย่าให้ความห่วงใย แปรเป็นโซ่ดอกไม้ ล่ามไว้เพียงเพื่อจะให้หอม

มีอ้อมแขนไว้ปกป้อง แต่ต้องไม่ปกปิด เราใกล้ชิดเพื่อที่จะได้อบอุ่น

มีนกตัวไหน สุขใจเมื่ออาศัยอยู่ในกรงสวย ฉันจึงรักเธอด้วย แต่ก็ต้องบินไป..”

นี่..เป็นบทแรกในหนังสือชื่อ “มีรังไว้ให้รักอุ่น” ของคุณจุ้ย-ศุ บุญเลี้ยง ศิลปินผู้มากความสามารถ ซึ่งจับพลัดจับผลูอย่างไรไม่ทราบ..

อยู่กรุงเทพฯ หลายปีดีดักไม่เคยปะหน้า แต่ดันไปเจอกันที่บ้านนายหัวชวน จ.ตรังโน่น!

และหลังทักทายโอภาปราศัยกันพอหอมปากหอมคอ ก่อนขอตัวขึ้นรถ คุณจุ้ยได้ยื่นหนังสือเล่มนี้ให้พร้อมลายเซ็นแปลกตา

แต่ที่แปลกใจ เห็นหน้าปกข้างล่างชื่อหนังสือเขียนว่า “ร้อยกลั่น และ กลอนปล่อย” .. มันหนังสืออะไรนี่ ผมให้สงสัย ด้วยร้อนใจ-ใคร่รู้ เลยเปิดอ่านซะบนรถในฉับพลัน!

หน้าแรก..เป็นข้อเขียนของคุณศักดิ์สิริ มีสมสืบ ไม่ได้บอกด้วยว่าเป็นคำนิยม-นิยาม ถัดอีกหน้า ก็ไม่บอกอีกว่าเป็นความในใจของผู้เขียน เริ่มต้น..

ร้อยกลั่น และกลอนปล่อย ตามด้วยบรรทัดต่อมา..ฉันได้ยินคำว่า “กลอนปล่อย” จากพ่อ พ่อบอกว่า พ่อลองปล่อยตัวหนังสือออกจากกรอบของฉันทลักษณ์ที่บังคับอยู่

ฉันฟังแล้ว ชอบ รู้สึกได้ความหมายกว่าคำว่า “กลอนเปล่า” ที่นิยมใช้เรียกกัน ซึ่งฟังดูว่างเปล่าราวกับไม่มีอะไรอยู่ในนั้น

ในความคิดของฉัน บทกวีนั้นต่างจากบทกลอน ในงานฉันทลักษณ์ เรามีร้อยแก้ว เรามีร้อยกรอง คล้ายกระบวนการแปรสภาพน้ำ

ซึ่งมีการกรองแล้วยังมีการกลั่น การกลั่นนั้นแตกต่างไปจากการกรอง

ในการทำงานกวีของฉัน ไม่เพียงแต่จะเลือกกรองเอาคำมาใช้ ฉันพยายามกลั่นเอาประสบการณ์ของชีวิต ความเชื่อ และศรัทธา

กลั่นมันออกมาเป็นภาษาที่มีจังหวะ มีลีลาอย่างที่ฉันต้องการ อาจเป็นฉันทลักษณ์บ้าง และไม่เป็นบ้าง ตามแต่ความตั้งใจที่จะสร้าง ให้เป็นเช่นนั้น

บางครั้งเลือกคำสวย เพื่อจะสะท้อนความงาม แต่บางครั้งก็หลีกเลี่ยงคำสวย คำฟุ่มเฟือย เลือกคำที่แห้ง ที่แข็งกว่า เพื่อสะท้อนความหยาบ

ฉันจึงอยากเรียกงานของฉันในชุดนี้ว่า ร้อยกลั่น และกลอนปล่อย

ฉันอาจเขียนกลอนได้วันละหลายสิบบท แต่หากจะให้รู้สึกว่างานชิ้นใดมีคุณค่า พอจะเรียกว่า บทกวี นั้น

ฉันอาจสร้างมันขึ้นมาได้เพียงปีละไม่กี่บท จึงปิติ ยินดี กับบทกวีเล่มแรกของชีวิตยิ่งนัก”

ครับ..ก็ให้รู้ทันที อ๋อเป็นบทกวีของคุณศุ บุญเลี้ยง และบทแรกที่ผมคัดมาให้ท่านผู้อ่านได้ลองลิ้มรสชื่อ “ไออุ่นรัก” ถ้าเผื่อสะดุดตา สะกิดใจ อยากสัมผัสบทต่อๆ ไป

ก็..แนะนำ หยิบหาจากแผงหนังสือได้แล้ววันนี้ ราคา 200 บาท แพงกว่ากาแฟหรู-ยี่ห้อดังไม่กี่บาทเอง!

เอ้า..ไหนๆ โฆษณาหนังสือคุณจุ้ยแล้ว ก็อย่าเหนียมเลย ขออนุญาตโฆษณาคอนเสิร์ต “วงเฉลียง” บอยแบนด์วงแรกของประเทศไทย ต่อนิด..

ซึ่งเป็นการกลับมารวมตัว “เฉพาะกิจ” แบบครบทีมของวงดนตรีอารมณ์ดีระดับตำนาน นำโดย ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค, เจี๊ยบ-วัชระ ปานเอี่ยม, จุ้ย-ศุ บุญเลี้ยง

 แต๋ง-ภูษิต ไล้ทอง, เกี๊ยง-เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ และนก-ฉัตรชัย ดุริยประณีต นัยว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ไม่เคยมีมาก่อน ก็อยากให้ไปดู-ไปสนุกไปร่วมย้อนอดีตกัน!

วันสุก-ดิบ 25 สิงหา. รอบเพลส ส่วนรอบปกติวันที่ 26-27 สิงหา. ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน..

วันนั้น..คงรู้แล้วล่ะ “นายกฯ คนที่ 30” เป็นใคร..

ถือ..ไปร่วมฉลองกันเนาะ!.

 

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โชค(ไม่)ดีตั้งแต่ต้นปี!

เริ่มต้นศักราชใหม่.. ตั้งใจว่าจะไม่เขียนในเรื่องที่ไม่ดี-ไม่เป็นมงคล เพื่อให้ทั้งจิตใจตัวเองและท่านผู้อ่านไม่ขุ่นมัวเสียแต่วันแรกของปี 2569

ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

ก่อนที่ปฏิทินจะพลิกหน้ารับปีใหม่-พรุ่งนี้ (1 มกราคม พ.ศ.2569) ผมใคร่ขอกล่าวคำอำนวยพรให้ท่านผู้อ่าน “ไทยโพสต์” ในทุกแพลตฟอร์ม อย่าเจ็บ อย่าจน ขอให้สุขภาพแข็งแรงและมีความสุขสมหวังกับทุกๆ สิ่งครับ!

ใครจะขึ้นยกมือ

อีกไม่กี่วันก็จะปี พ.ศ.2569 แล้ว.. แต่..วานซืน คุณตั้ม-ชรัมภ์ เทพชัย ก็มาจากลาโลกไปซะก่อน โดยผมได้ทราบข่าว (เศร้า) จากคุณธานินทร์ อินทรเทพ นายกสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ ว่า..

ฝากถึง ‘อาจารย์เชน’

“สรรพลี้หวน” (อ่านว่า สับ-พะ-ลี้-หวน).. ใครที่เป็นคนปักษ์ใต้ ก็น่าจะพอได้ยิน-ได้รู้มาบ้างหมายถึงอะไร หรือหากสงสัยด้วยไม่คุ้นตา-คุ้นหูมาก่อน ก็ลองอ่านจากที่วิกิพีเดียบันทึกไว้ก็ได้..

ใครต้องการ?

ธาตุไฟแตกอาการเป็นอย่างไร? ดูได้จากคุณอนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ที่โพสต์เมื่อวานนี้.. “การเมืองที่ดี ต้องพาประเทศไปข้างหน้า ไม่ใช่พากลับไปซ้ำรอยเดิม