
ถึงจะเพียรพยายามฝึกจิต ควบคุมจิต ในยามที่เป็น ไม้ใกล้ฝั่ง ยิ่งเข้าไปทุกที เพื่อไม่ให้เกิดอาการซัดๆ ส่ายๆ หรือพอให้เกิดความสงบ ความเย็น ขึ้นมาได้มั่ง แม้แต่เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี แต่เพราะดันไปอ่านข่าว ติดตามข่าว เห็นรูป เห็นภาพ เรื่องราวของเด็กนักเรียนโรงเรียนสตรีในประเทศอิหร่านเขา ที่ถูกกองทัพอเมริกาและอิสราเอลบุกถล่มขณะที่เด็กนักเรียนชั้นประถมกำลังฝึกซ้อมวอลเลย์บอลอยู่ในโรงเรียนตัวเองแท้ๆ จนสิ้นชีพตักษัยไปชนิดรวดเดียว 100 กว่าศพ ทั้งที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วยเลยกับสิ่งที่เรียกว่า สงคราม ส่งผลให้ไม่เพียงจิตตัวเองต้องซัดๆ ส่ายๆ ขึ้นมาเท่านั้น แต่ยังทำให้หัวแม่ตีน
หัวแม่เท้า พลอยที่อดจะกระดิกไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ แบบที่เรียกว่าเกิดอาการ เปรี้ยวเท้า-เปรี้ยวตีน ต่อผู้นำอิสราเอลและผู้นำอเมริกา ที่ได้ร่วมกันเปิดประตูนรก ร่วมกัน จุดชนวนสงคราม ขึ้นมาในตะวันออกกลาง ด้วยปฏิบัติการ ชิงโจมตีก่อน ต่อประเทศอิหร่านเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา...
โดยเฉพาะผู้นำอิสราเอล อย่างนาย Benjamin Netahyahu นั้น...อาจต้องถือเป็น เทรดมาร์ก เป็นเครื่องหมายการค้าไปแล้วก็ว่าได้ สำหรับการ ฆ่าเด็ก พร่าผลาญ สังหาร ผู้ที่ยังแทบไม่รู้ประสีประสา เช่น การเปิดฉากสงครามในดินแดนปาเลสไตน์ เขตฉนวนกาซา ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามที แต่การออกคำสั่งให้เข่นฆ่า ล้างผลาญ ฝ่ายตรงข้ามแบบชนิดไม่เลือกหน้า ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้หญิง คนชรา ตายไปเกือบแสน หรือราวๆ 70,000 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กๆ อายุแค่ไม่กี่ปี ไม่กี่ขวบเท่านั้นเอง ชนิดกว่าครึ่งต่อครึ่งเอาเลยก็ว่าได้ มันเลยทำให้รูปร่าง หน้าตา บุคลิกลักษณะของนายกรัฐมนตรีอิสราเอลรายนี้ แทบไม่ต่างอะไรไปจากผี ปิศาจ หรือซาตาน ยิ่งเข้าไปทุกที!!!
ส่วนผู้นำอเมริกาที่เรียกจนติดปากว่า ทรัมป์บ้า นั้น...ก็น่าจะถูกต้อง เหมาะสมแล้ว ที่ต้องให้ชื่อ ฉายา ออกไปในแนวนั้น เพราะสำหรับผู้ยังมีสติ-สัมปชัญญะ มีความรู้เนื้อ-รู้ตัว มีหิริโอตตัปปะติดปลายนวมอยู่มั่งแค่เล็กๆ น้อยๆ ย่อมไม่น่าจะมีลักษณะใดๆ ที่จะเอามาเทียบเคียงกับผู้นำอเมริการายนี้ได้เลย ไม่ว่าในแง่การ โกหก ที่ไม่น่าจะน้อยไปกว่าสี่หมื่นห้าพันครั้ง นับตั้งแต่ผงาดขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีอเมริกันอย่างแทบไม่น่าเชื่อสายตา หรือในแง่ของความ ปลิ้นปล้อน กลับกลอก หลอกลวง โดยยังอาจไม่นับรวมถึงการ ใคร่เด็ก เพราะยังไม่ได้ถูกเปิดเผยหลักฐานให้เห็นกันชัดๆ ฯลฯลฯ แต่ด้วยการ จับคู่ กันระหว่างผู้นำอิสราเอล ประเภท ไอ้เหี้ย...มม์ม์ม์ กับผู้นำอเมริกาที่หนักไปทาง ไอ้บ้า ทุกสิ่งทุกอย่างก็เลยลงเหว ลงนรก ปั่นป่วน รวนเร กันไปทั่วทั้งโลกเอาเลยก็ว่าได้...
ด้วยเหตุนี้...อย่างที่บอกเอาไว้แล้วนั่นแหละว่า ทั้งที่พยายามฝึกจิต ควบคุมจิต ไปตามลำดับขั้น จนพอที่จะเกิด ความสงบ ความเย็น อยู่พอประมาณ แต่เมื่อไหร่ที่ความเคลื่อนไหวของบุคคลทั้ง 2 คือ ไอ้บ้า กับ ไอ้เหี้ย...มม์ม์ม์ เกิดไหลเข้ามาสู่อายตนะ สู่ประสาทสัมผัสทั้ง 5 กระบวนการ Concoct หรือกระบวนการ ปรุงแต่ง เลยมักจะทำปฏิกิริยา ก่อให้เกิดอาการ กระดิก บริเวณฝ่าเท้า หัวแม่เท้า ไปจนถึงส้นตีน ชนิดต้องจับเข่า จับเท้า ไม่ให้กระตุกมากมายจนเกินไป โอกาสที่จะเกิดความสงบ ความเย็น ได้อย่างสม่ำเสมอ จึงแทบเป็นไปไม่ได้ แนวโน้มที่จะต้อง เวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสาร ไปอีกกี่ชาติ ต่อกี่ชาติ เพราะหวังจะได้มีส่วนร่วมในการไล่เหยียบ ไล่กระทืบ บรรดา ไอ้ๆ เหล่านี้ คงทำให้หนีไม่พ้นต้อง เกิดเป็นสุธี อีกกี่ร้อย กี่พันชาติ ก็ยังมิอาจรู้ได้...
แต่ครั้นจะ ปิดหู-ปิดตา ไม่พยายามรับรู้ รับทราบ ก็ยากจะเป็นไปได้อีกนั่นแหละ ด้วยเหตุเพราะยังต้องขีดๆ เขียนๆ ยังต้องเปิดรับความเป็นไปของโลก ของฉากสถานการณ์ต่างๆ เพื่อนำมาใช้เป็นข้อคิด อุทาหรณ์ ให้เหมาะสม สอดคล้องไปกับความหมุนเวียน เปลี่ยนแปลง ในแต่ละห้วง แต่ละระยะ ทั้ง ไอ้บ้า และ ไอ้เหี้ย...มม์ม์ม์ ก็เลยหลุดเข้ามาสู่อายตนะ สู่ประสาทสัมผัส อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ ไม่ต่างไปจาก ผลกระทบ ต่างๆ นานาที่กำลังจะอุบัติตามมาต่อโลกทั้งโลก ไม่ว่าเรื่องพลังงาน เงินเฟ้อ ภาวะขาดแคลนอาหาร ฯลฯ อันจะนำมาซึ่งความยุ่งยาก ยุ่งเหยิง ลามไปถึงการเมือง หรือไปถึง เสถียรภาพและความมั่นคง ของแต่ละประเทศ...
ทำไงได้!!!...ในเมื่อโลกใบนี้ กลายเป็นโลกที่หันไปใช้ กฎแห่งป่า แทน กฎหมายระหว่างประเทศ ยิ่งเข้าไปทุกที อำนาจ กลายเป็น ความถูกต้อง หรือ อำนาจคือธรรม ไม่ใช่ ธรรมคืออำนาจ อีกต่อไปแล้ว บรรดาผู้ที่ยังอยากจะมีชีวิตอยู่ หรือบรรดาผู้ที่พร้อมจะ เอาตัวรอด ทั้งหลาย เลยต่างหันมาปรับเนื้อ-ปรับตัว ดิ้นรน ตะเกียกตะกายแสวงหาอำนาจในแต่ละรูป แต่ละแบบ อย่างเอาจริง-เอาจังยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่กระจอกงอกง่อยแต่ละราย แต่ละสังคม แต่ละประเทศ โดยถ้าโลกมันต้องเป็นไปในแนวนั้น เพราะไม่มีใครกล้าขัดขืน กล้าลุกขึ้นมาหยัดยืน แบบที่อิหร่านเขากำลังแสดงให้เห็นเช่นในทุกวันนี้ โลกใบนี้...มันก็น่าจะเป็นโลกที่ โชคดี...ที่ตายก่อน อย่างมิอาจปฏิเสธใดๆ ได้เลย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พระมหากษัตริย์ไทยคือธรรมราชา
คนไทยโชคดี เพราะตั้งแต่เรามีประเทศที่เป็นเอกราช พระมหากษัตริย์ของเราก็เป็นธรรมราชา คือทรงเป็นพระราชาที่ทรงธรรม ทรงมีทศพิธราชธรรมเป็นหลักธรรม 10 ประการที่พระมหากษัตริย์ของเราทรงยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของอาณา
คนรุ่นใหม่กับ 'อำนาจ' และ 'ประสบการณ์'
ช่วงหลังๆ มานี้...ดูเหมือนว่า พวกเด็กๆ หรือพวกนักการเมืองรุ่นใหม่ รุ่นเจเนอเรชันเอ็กซ์ เจเนอเรชันวาย ทั้งหลาย ที่มีคะแนนนิยมระดับสูงล้ำเทียมเมฆ แต่ออกจะ ไร้ประสบการณ์
ความเปลี่ยนแปลงที่นำมาซึ่ง'การอยู่ร่วมกันโดยสันติ'
อย่างที่เคยว่าๆ ไว้แล้วนั่นแหละว่า...การปะทะ ขัดแย้ง ที่จะนำมาสู่ จุดเปลี่ยน นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่กำลังอุบัติขึ้นมากับโลกทั้งโลก
ระบอบสีน้ำเงิน...อย่าฟังเพลินๆ...คิดให้ดี
ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลยังคงรุมด้อยค่า ด่ารัฐบาล ชักจะไปไกลอย่างน่าเป็นห่วง จากระบอบเนวิน ระบอบอนุทิน มาจนถึง “ระบอบสีน้ำเงิน”
ห้าม 'พงส.' ช่วยราชการ
เก็บตกอีกหนึ่งข้อสั่งการ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สำนักปทุมวัน ในการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 ปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
วาทกรรมครอบงำสาวกผู้ภักดี
สังคมยุคนี้เขาเรียกกันว่าเป็น “สังคมข่าวสาร” เป็นสังคมที่มีการแข่งขันทางการเมืองใช้ “ข่าว” มากกว่า “เงิน” ดังนั้น คนที่ต้องการชัยชนะทางการเมืองจะต้องเก่งด้านการข่าวในทุกๆ มิติ 1)

