
วันก่อนเห็นข่าวแวบๆ....
ส.ส.พรรคก้าวไกลบอกว่างง! ก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านกลับถูกตรวจสอบ
ก็จริงนะ... รัฐบาลโน้น ควรจะถูกตรวจสอบไม่ใช่ฝ่ายค้าน
สื่อจะมายุ่งอะไรกับฝ่ายค้าน
ถ้าใช้ตรรกะไดโนเสาร์ที่พรรคก้าวไกลชอบด่าอยู่เรื่อย ก็ต้องเป็นแบบนั้นครับ
แต่การเมืองสมัยนี้มันไว้ใจใครได้หละครับ
"โตโต้-ปิยรัฐ จงเทพ" สส.กทม. พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความเอาไว้แบบนี้ครับ
" ตอนนี้กำลัง งง ว่า ก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน หรือ รัฐบาลกันแน่ ทำไมดูจะเป็นฝ่ายถูกตรวจสอบซะเอง งง ไปหมด"
โพสต์นี้เป็นผลต่อเนื่องจากโพสต์ก่อนหน้า
"...อันนี้ฮามาก บอกโตโต้รวยมีรถหลายคัน ฮ่าๆๆๆๆ ก็รวมกัน ๕ คัน แต่ไม่มีใครสงสัยว่า ๕ คัน ทำไมราคา รวม ๑ ล้าน จริงๆแล้วแต่ละคันซื้อต่อมาเพราะชอบ และอยากขับ
แต่มันรถเก่าทั้งหมด ผมไม่เคยซื้อรถป้ายแดงเลยในชีวิต ชอบสะสมรถเก่า ซื้อมาซ่อมๆแต่งๆเบื่อก็ขาย หรือแลกคันใหม่ แบบนี้ปีหนึ่งก็หลายคัน ตั้งแต่อยู่ กฟน แล้ว ตอนแจ้ง ปปช กฎหมายบอก ตีราคาตลาด หรือเราพอใจขาย ผมก็เลยตีราคาแต่ละคันตามตลาดบ้าง อันไหนรถเก่ารักมากไม่อยากขายก็ตีราคาสูง มันเลยรวมกัน ๕ คันเป็นล้านหนึ่งไง
บางคนไม่รู้จักกันมากพอคิดว่า ผมเป็นนักกิจกรรมไม่มีงานทำ มาก่อน จะบอกให้ว่าผมทำงาน กฟน มา ๔ ปี บ้านไม่ได้เช่าข้าวไม่ได้ซื้อกินที่บ้าน และที่บ้านไม่ลำบากพอมีอยู่มีกิน ผมคนไม่เที่ยวไม่สูบบุหรี่ ไม่มีภาระ เงินเดือนรวมมากพอจะเหลือเก็บก่อนลาออกรวมแล้วก็หลายแสนอยู่ พอลาออกมาทำงานการเมืองกับอนาคตใหม่ก็รับเงินเดือนครับแม้จะไม่สูงเท่า กฟน แต่ไม่ลำบาก ประหยัดได้..."
ที่มาของเรื่องคือ...โตโต้ แสดงบัญชีทรัพย์สินกับป.ป.ช. สื่อไปเห็นว่ามีรถหลายคัน ก็เลยนำมาเสนอ เมื่อเจ้าตัวอธิบาย มันก็จบ รู้เรื่องกันไป
มันก็จบแค่นั้นครับ
เว้นเสียว่าหลังจากนี้ เกิดมีทารัพย์สินของ "โตโต้" โผล่มา เป็นทรัพย์สินที่ไม่ได้แจ้งกับป.ป.ช. ก็ต้องว่ากันอีกมที
ถือเป็นการตรวจสอบขั้นเบสิคครับ ส.ส.ทุกคนไม่ว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ถูกตรวจสอบเสมอเหมือนกัน ตามสโลแกน "คนเท่ากัน" ของพรรคก้าวไกลนั่นแหละครับ
ฉะนั้นเมื่อก้าวเข้าสู่การเมือง นักการเมืองทุกคนต้องพร้อมสำหรับการถูกตรวจสอบ
ยิ่งเป็นส.ส.พรรคก้าวไกลด้วยแล้ว ยิ่งต้องยอมรับการตรวจสอบจากทุกฝ่ายโดยไม่มีข้อแม้ เพราะพรรคก้าวไกลคือพรรคชั้นยอด เต็มเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ที่จะเปลี่ยนประเทศ
การจะเปลี่ยนประเทศ ต้องเปลี่ยนตัวเองก่อน
เปลี่ยนยังไง?
ต้องไม่บ่นเรื่องการถูกตรวจสอบ
ถ้างอแงเรื่องแค่นี้ อย่าๆไปคิดเปลี่ยนคนอื่นเลยครับ
ครับ...ยกเรื่อง "โตโต้" ก็เพื่อจะพูดถึง ท่านรองหมูกระทะ "ปดิพัทธ์ สันติภาดา" เพราะตอนนี้ถึงท่านรองฯ ไม่หิวแสง แต่แสงก็สาดไปที่ท่าน
เมื่อไหร่จะลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ ๑
หลังจากพรรคก้าวไกลได้หัวหน้าพรรคคนใหม่คือ "ชัยธวัช ตุลาธน" ขั้นตอนต่อไปคือ กระบวนการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
แต่ก่อนจะไปถึงขั้นตอนนั้น การที่พรรคก้าวไกลยอมตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ก็แสดงว่าเป็นการยอมรับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๖
"...ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีเข้าบริหารราชการแผ่นดินแล้วพระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุด และสมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร..."
คือการยอมรับในตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่พระมหากษัตริย์ทรงโปรดเกล้าฯ และจะเป็นการสละเก้าอี้ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ ๑ ไปโดยอัตโนมัติ
แต่ดูเหมือนว่า "ทั่นรองหมูกระทะ" ไม่ค่อยจะเข้าใจเรื่องพวกนี้
หรือเข้าใจดี แต่ตีนมันกลายเป็นตีนตุ๊กแกไปแล้ว
แทนที่จะออกมาแสดงสปิริตทางการเมือง ลาออก โดยไม่ต้องให้ใครมาสั่ง มาบีบให้ออก ให้มันวุ่นวาย ทั่นรองหมูกระทะ กลับรอมติพรรค
แต่ไม่ผิดหรอกครับที่ท่านจะรอมติพรรค เพราะพรรคคุมทุกอย่าง แต่ที่ท่านพูดหล่อๆว่า...
"...ผมบอกว่าการตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของตัวผมเอง แต่เป็นการตัดสินใจด้วยการสะท้อนเสียงประชาชนให้ได้มากที่สุด และมีผลประโยชน์ให้กับประเทศให้ได้มากที่สุด..."
มันเข้าใจยากครับ!
ไม่รู้หมายถึงอะไร
คือ...รัฐธรรมนูญมันล็อกไว้แล้ว พรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคเป็นผู้นำฝ่ายค้าน จะมีส.ส.เป็นประธานหรือรองประธานสภาผู้แทนฯมิได้
มันไม่เกี่ยวอะไรกับประชาชน หรือผลประโยชน์ของประเทศอะไรทั้งนั้น
คิดจะหล่อมันต้องดูรัฐธรรมนูญด้วย
หรือพรรคก้าวไกลกำลังจะทำในสิ่งที่ตัวเองเคยเรียกว่าการเมืองไดโนเสาร์
เอา "ทั่นรองหมูกระทะ" ไปฝากเลี้ยงที่พรรคเป็นธรรมตามที่ด้อมส้มเชียร์กันอยู่
อย่าทำเลยครับ
อุมการณ์การพวกท่านสูงส่งเกินไปที่จะทำเรื่องพวกนี้
ถ้าจะทำ ก็ทำได้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกท่านพูดเรื่อง เปลี่ยนประเทศ มันจะกลายเป็นเรื่องตลกไปทันที
การเมืองที่สวมสูทดูเท่มาตั้งแต่แรก จู่ๆเปลี่ยนมาใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น ดูยังไงก็เป็นของปลอม
"สปิริต" เป็นของจิตวิญญาณ ที่ต้องแสดงออกมาเองโดยไม่มีใครมาบังคับ หรือชี้ให้ทำตาม
สปิริตทางการเมือง คือสิ่งที่ประชาชนคนไทยโหยหามาตลอด
และโดยอุดมการณ์ทางการเมืองแล้ว พรรคก้าวไกลสร้างภาพให้เห็นว่า อยู่เหนือกว่าพรรคการเมืองอื่นมาโดยตลอด
แต่เมื่อต้องปฏิบัติจริง ทำไมถึงกลายเป็นคนละเรื่องกันหละครับ
นี่ขนาดเป็นฝ่ายค้าน ยังงอแงได้ขนาดนี้
เลือกตั้งสมัยหน้าแลนด์สไลด์ ได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียวมันจะขนาดไหน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ต้องโค่นระบอบฮุนเซน
เขมรยังไว้ใจไม่ได้ครับ... ขณะที่ไทยปล่อยตัว ทหารเขมรที่ถูกจับตัว ๑๘ นายกลับประเทศ ทางฝั่งกัมพูชาเริ่มปั่นข่าวแล้วว่า ทั้ง ๑๘ คน ถูกกองทัพไทยจับกุมอย่างผิดกฎหมาย
หัวใจติดปีก
สื่อโซเชียลร้อนฉ่าครับ ไม่ใช่เรื่อง “พี่โดม” กระเหี้ยนกระหือรือ แต่เป็นเรื่อง คนขับเครื่องบินเป็นคนหนึ่งไปส่งหัวใจให้ถึงมือหมอโดยแข่งกับเวลา
'เรามีดำ ไม่มีเทา'
นับคำขอโทษได้สักล้านคำกระมัง วานนี้ (๒๙ ธันวาคม) เป็นอีกวันของการพิสูจน์ว่า พรรคส้ม ใช่พรรคที่ความดีไม่มีความชั่วไม่ปรากฏจริงหรือไม่
ทหารไทยระดับโลก
ได้เบอร์พรรคกันไปเรียบร้อยแล้วครับ วานนี้ (๒๘ ธันวาคม) กกต.รับสมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ จับได้เลขอะไร แต่ละพรรคทั้งประเทศเบอร์เดียวกันหมด
ผลงานรัฐบาล-กองทัพ
น่าจะจบอีกยกครับ... นับว่าเป็นข่าวดีต้อนรับปีใหม่ วานนี้ (๒๖ ธันวาคม) มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) เป็นวันที่ ๓ ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
ไม่เอาคนเนรคุณ
แยกข้างแบ่งขั้วกันตั้งแต่หัววัน... วานนี้ (๒๕ ธันวาคม) นายกฯ อนุทิน ประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคที่มีนโยบายแก้ ม.๑๑๒ “...ถ้ายังหมกมุ่นอยู่กับเรื่องนี้ พรรคภูมิใจไทยไม่ร่วมด้วยแน่นอน พรรคไหนจะร่วมก็เป็นสิทธิของแต่ละพรรค แต่เท่าที่ดูแคนดิเดตของทุกพรรค ไม่มีพรรคไหนตอบว่าจะแก้ไขมาตรา ๑๑๒ ยกเว้นพรรคประชาชน...”

