นิรโทษก้าวไกล

ได้อ่านกันหรือยังครับ...

ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. .... ที่พรรคก้าวไกลเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร

ภาพรวมออกมาดูดีทีเดียว

เช่นกรณี การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ นั้น ห้ามมิให้นิรโทษกรรม

ม.๑๑๓ บัญญัติว่า ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ

 (๑) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ

 (๒) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือ

 (๓) แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร  

ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

สรุปคือ...ใครที่เคลื่อนไหวแบ่งแยกราชอาณาจักร จะไม่ได้นิรโทษกรรม

 เช่นเดียวกับกลุ่มที่ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ล้มสภา ล้มรัฐบาล ก็จะไม่ได้รับการนิรโทษกรรม

ซึ่งประเด็นนี้ พรรคก้าวไกลอาจตั้งใจให้ครอบคลุมไปถึงคณะรัฐประหารด้วย แต่ไม่เป็นผลครับ เพราะคณะรัฐประหารได้รับการนิรโทษจากรัฐธรรมนูญไปนานแล้ว

ก็ดูเอาเถอะครับว่าที่ผ่านมา มีใครเคลื่อนไหวในลักษณะล้มล้างการปกครอง จะเปลี่ยนไทยเป็นสาธารณรัฐบ้าง

ระบุตัวคนได้ไม่ยาก!

มีประเด็นที่ต้องถามกลับไปยังพรรคก้าวไกล เพราะเกิดความคลุมเครือในถ้อยความ ซึ่งระบุไว้ในมาตรา ๓

"...บรรดาการกระทำใดๆ ของบุคคลผู้เข้าร่วมเดินขบวนและชุมนุมประท้วงทางการเมือง ที่ได้กระทำขึ้นระหว่างวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๙ จนถึงวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ ตลอดจนการกระทำใดๆ ของบุคคลซึ่งไม่ได้เข้าร่วมเดินขบวนและชุมนุมประท้วงทางการเมือง ที่ได้กระทำขึ้นระหว่างวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๙ จนถึงวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ แต่การกระทำนั้นมีมูลเหตุเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมือง อันเป็นความผิดตามประกาศที่คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำความผิดเพื่อการนิรโทษกรรมกำหนด หากการกระทำดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นการกระทำทางกายภาพหรือการแสดงความคิดเห็นเป็นความผิดตามกฎหมายอันผู้กระทำได้กระทำไปโดยมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิด และความรับผิดโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้เท่าที่ไม่ขัดกับพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ..."

อ่านผ่านๆ เหมือนไม่มีอะไร

วันเสาร์ที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ คือวันที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เพื่อขับไล่ ทักษิณ ชินวัตร ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า

เท่ากับว่า เหลือง แดง ส้ม หลากสี ได้ประโยชน์จากร่างกฎหมายฉบับนี้ทั้งหมด

แต่สะดุดตรงที่ บุคคลซึ่งไม่ได้เข้าร่วมเดินขบวนและชุมนุมประท้วงทางการเมือง แต่การกระทำนั้นมีมูลเหตุเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมือง... หมายความว่าอย่างไร

มาชัดเจนเอาประโยคต่อไปครับ

หากการกระทำดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นการกระทำทางกายภาพหรือการแสดงความคิดเห็นเป็นความผิดตามกฎหมายอันผู้กระทำได้กระทำไปโดยมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิด และความรับผิดโดยสิ้นเชิง

ก็หมายความว่าคนนั้นไม่ได้ชุมนุม แต่นอนแสดงความเห็นอยู่บ้าน ก็ต้องได้รับการนิรโทษกรรมด้วย

แถมมีติ่้งว่า ทั้งนี้เท่าที่ไม่ขัดกับพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ใครที่เป็นผู้ต้องหา จำเลย หรือนักโทษ คดี ๑๑๒ ให้พ้นผิดทั้งหมดใช่หรือไม่?

เอากฎหมายระหว่างประเทศมาคว่ำอีกต่างหาก

ถ้ายึดตามนี้ พ้นผิดหมดครับ ตั้งแต่ศาสดาอย่าง สมศักดิ์ เจียม ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ จรัล ดิษฐาอภิชัย ยันแก๊งทะลุวัง 

ไม่มีใครผิดสักคน!

ร่างกฎหมายฉบับนี้ ให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำความผิดเพื่อการนิรโทษกรรมอันประกอบด้วยกรรมการจำนวน ๙ คน โดยประธานรัฐสภาเป็นผู้แต่งตั้ง

 (๑) ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานกรรมการ

 (๒) ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นรองประธานกรรมการ

 (๓) บุคคลซึ่งได้รับเลือกโดยคณะรัฐมนตรี จำนวน ๑ คน

 (๔) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒ คน โดยต้องมาจากพรรคการเมืองที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดของพรรคดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จำนวน ๑ คน และต้องมาจากพรรคการเมืองที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดของพรรคมากที่สุดซึ่งมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จำนวน ๑ คน

 (๕) ผู้พิพากษาหรืออดีตผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวน ๑ คน

 (๖) ตุลาการหรืออดีตตุลาการในศาลปกครองซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด จำนวน ๑ คน

 (๗) พนักงานอัยการหรืออดีตพนักงานอัยการซึ่งได้รับเลือกโดยคณะกรรมการอัยการ จำนวน ๑ คน

 (๘) เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการและเลขานุการ

ตามสเปกนี้ ใน ๘ คนเป็นคนของพรรคก้าวไกลแล้ว ๒ คน

คือผู้นำฝ่ายค้านกับ สส.จากฝ่ายค้าน ซึ่งเขียนข้อความย้อนเกล็ด รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๐๖ ที่สร้างปัญหาให้รองอ๋องอยู่ในตอนนี้

โควตารัฐบาลมี ๓ คน คือประธานรัฐสภา บุคคลที่รัฐมนตรีเลือก และ สส.รัฐบาล แต่บางกรณี อาจเหลือ ๒ เพราะประธานมักงดออกเสียง

ที่เหลือก็ไปวัดกันครับ ว่าใครจะอยู่ข้างไหน

และที่ไม่ควรปรากฏในร่างกฎหมายฉบับนี้เลยคือ ในกรณีที่มีกฎหมายห้ามมิให้บุคคลใดดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการหรือห้ามการปฏิบัติหน้าที่อื่นใดในการดำรงตำแหน่ง มิให้นำกฎหมายนั้นมาใช้บังคับแก่การได้รับเลือก และการปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำความผิดเพื่อการนิรโทษกรรม

คือ กรรมการวินิจฉัยชุดนี้ใหญ่จริงๆ ครับ ห้ามแตะ

ไม่ว่าหน้าไหนก็ตามจะมาสั่งให้ยุติปฏิบัติหน้าที่มิได้

ก็เป็นไปได้ว่า พรรคก้าวไกล ยังอยู่ในสภาวะหลอน! หลัง "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ 

มันควรหรือที่จะเขียนกฎหมายเพื่อปกป้องตัวเองล่วงหน้าแบบนี้

จะนิรโษกรรมกันทั้งที ควรจะตรงไปตรงมามากกว่านี้

แต่...เดิมพันขี้หมาสองกอง ร่างกฎหมายฉบับนี้ร่วงครับ หรือไม่ก็ไม่ได้เป็นร่างกฎหมายหลัก

สาเหตุ ไม่มีอะไรซับซ้อน รัฐบาลจะเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเช่นกัน

งานนี้เลี่้ยงไม่ได้ เพราะจะเป็นการทำผลงานเพื่อแย่งมวลชน

ยังมีคนเสื้อแดงติดคดีเพียบครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สินค้า (เหนือ) ควบคุม

ไม่น่าเชื่อ... เขียนเรื่องน้ำมันทัวร์ลงเยอะเหมือนกัน ราวกับว่าโลกใบนี้มีความจริงคู่ขนาน แต่ก็คงต้องเขียนอธิบายกันต่อไป

นี่คือมหาวิกฤต

วันก่อน...ไต้หวันเจอเฟกนิวส์เรื่องไต้หวันจะประสบปัญหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หมดภายใน ๑๑ วัน และจะเผชิญกับไฟฟ้าดับเนื่องจากอิหร่านจำกัดการผ่านของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

วิธีลดราคาน้ำมัน

เรื่องน้่ำมัน มีคำถาม มีข้อสงสัยกันเยอะครับ ไอ้ที่ด่ารัฐบาลก็ด่ากันไป ที่ปั่นกระแสก็ปั่นกันสนุก แต่เรื่องข้อเท็จจริง ไม่ค่อยจะพูดถึงกันเท่าไหร่

เพราะคนไทยโง่

"...ช่วยไม่ได้ครับ เลือกกันมาเอง ผมก็พูดทุกที ใครมาถามก็บอก ช่วยไม่ได้ครับ เลือกกันมาเอง..."

มิตรสหายของเรา

เป็นการเริ่มต้นที่ดี... สารจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านประจำประเทศไทย ได้เห็นแล้วใจชื้นครับ

แก้วิกฤตด้วยความจริง

เห็นโผ ครม.ล่าสุด น่าจะเป็นหยดสุดท้ายแล้ว แต่...ก็ไม่มีอะไรให้เซอร์ไพรส์! จะมีที่แปลกใจนิดหน่อยก็ชื่อ "ปกรณ์ นิลประพันธ์" นี่แหละครับ ทิ้งเก้าอี้เลขาธิการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มารับตำแหน่งรองนายกฯ