มีคำถามที่น่าสนใจในการเกาะติดข่าวคราวสงครามอิสราเอลกับฮามาส ว่าไฉนประเทศเล็กๆ แต่ร่ำรวยอย่างกาตาร์ จึงกลายเป็น “ผู้ไกล่เกลี่ย” ที่มีบทบาทสำคัญในการหาทางลดความรุนแรงของสงคราม
ถ้าติดตามข่าวจะสังเกตว่า คนที่กุมกุญแจเพื่อคลายวิกฤตตัวประกันที่ไม่ธรรมดาในตะวันออกกลางนั้น ไม่ใช่ทั้งชาวอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์
หากแต่เป็นผู้ปกครองกาตาร์ที่อายุน้อยและค่อนข้างจะเงียบขรึม
นับตั้งแต่ขึ้นครองอำนาจเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ชีค ทามิม บิน ฮาหมัด อัลธานี วัย 43 ปี ประกาศนโยบายที่สำคัญคือ ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะวางตำแหน่งประเทศเล็กๆ ของเขาให้มีบทบาททางการทูตระดับนานาชาติที่มีคุณค่า
กาตาร์เป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
แม้จะมีประชากรเพียง 2.7 ล้านคน แต่ประเทศนี้มีปริมาณสำรองก๊าซที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก และมีรายได้ต่อหัวสูงสุดเป็นอันดับ 6
แม้จะพยายามยกระดับตนเองขึ้นมาเป็น “ผู้เล่นในภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก” แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จได้ในเวลาอันรวดเร็วนัก
จะว่าไปแล้ว ความพยายามส่วนใหญ่ที่ผ่านมาก็ไม่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จมากนัก
ตอนที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ผู้นำกาตาร์ก็คาดว่าจะสามารถยกระดับประเทศขึ้นเป็น “ผู้เล่นแถวหน้า” ของการทูตระหว่างประเทศได้
แต่พอเกิดสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาสรอบใหม่ คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายของสงครามก็ให้ความไว้วางใจในบทบาทของกาตาร์
เพราะเคยมีการช่วยเหลือเกื้อกูลที่เป็นหนี้บุญคุณกันมาก่อน
ทำให้ผู้นำกาตาร์มีโอกาสได้แสดงบทบาทการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยเหนือกว่าผู้นำอาหรับคนอื่นๆ
จะว่าไปแล้ว “ท่านอัลธานี” อยู่ในฐานะที่น่าจะทลายกำแพงระหว่างสองฝ่ายของสงคราม เพื่อนำไปสู่การปล่อยตัวประกันมากกว่า 200 คนให้ปลอดภัยได้มากที่สุด
ผู้นำกาตาร์คนนี้อยู่ในจุดที่ได้เปรียบผู้นำเพื่อนบ้านในภูมิภาค ตรงที่ว่าเขาไม่กังวลเกี่ยวกับการลุกฮือหรือการท้าทายต่อการปกครองของเขาจากกลุ่มอิสลามิสต์ทางการเมือง
เพราะ “ท่านอัลธานี” พร้อมจะยื่นมือแห่งมิตรภาพให้กับทุกกลุ่มที่มีข้อพิพาทระหว่างกัน
เช่น เขาต้อนรับกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ รวมถึงฮามาส ควบคู่ไปกับสำนักงานการค้าสำหรับอิสราเอล และกองทหารอเมริกันหลายพันนายที่ฐานทัพอากาศอัลอูเดอิด
อันเป็นฐานทัพอากาศที่สหรัฐฯ ใช้เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารในตะวันออกกลางเป็นประจำ
เกือบไม่ต้องสงสัยเลยว่า ตัวเขาเองนั้นมีความเห็นอกเห็นใจต่อชาวปาเลสไตน์เป็นหลัก
แต่ก็ไม่ปฏิเสธที่จะรับฟังจุดยืนของฝั่งอิสราเอล
กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ไม่ลังเลที่จะออกแถลงการณ์ตำหนิอิสราเอลสำหรับการเปิดศึกกับกลุ่มฮามาส
แต่ก็ไม่ออกมาประณามความโหดร้ายในสงครามครั้งนี้ของทั้งสองฝ่าย
แต่การที่กาตาร์มีความใกล้ชิดกับกลุ่มฮามาส อาจเป็นความหวังเดียวสำหรับครอบครัวอิสราเอลที่สิ้นหวังที่จะได้พบกับลูกชาย ลูกสาว ปู่ย่า ตายาย และคนที่รักคนอื่นๆ ที่ถูกลักพาตัวไป
ในปี 2012 ขณะที่สงครามโหมกระหน่ำในซีเรีย และผู้นำของกลุ่มฮามาสต่อต้านรัฐบาลซีเรีย กาตาร์ก็จัดหาที่พักพิงให้กลุ่มผู้นำฮามาส
โดยชี้แจงว่า การตัดสินใจเช่นนั้นเกิดจากความร่วมมือกับสหรัฐฯ และได้รับความเห็นชอบจากสหรัฐฯ ที่อยู่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีบารัค โอบามา
ฮามาสเป็นหนี้บุญคุณกาตาร์ไม่เพียงแต่กรณีการให้ที่หลบภัยแก่ผู้นำของกลุ่มตน และจัดหาฐานในการวางแผนและเจรจากับผู้อุปถัมภ์ชาวอิหร่านเท่านั้น
แต่กาตาร์ยังเป็น “ผู้ใหญ่ใจดี” ที่ควักกระเป๋าหลายล้านดอลลาร์เป็นเงินช่วยเหลือต่างประเทศประจำปี เพื่อช่วยคนยากจนในฉนวนกาซา เช่น ช่วยจ่ายค่าไฟฟ้า
และมีคนเชื่อว่า เงินช่วยเหลือที่ว่านี้อีกก้อนหนึ่งก็ยังเจียดเอาไปช่วยจ่ายเงินเดือนให้เจ้าหน้าที่ประจำของฮามาสด้วย
กาตาร์สามารถโน้มน้าวกลุ่มฮามาสให้ปล่อยตัวนักโทษ 4 คนซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมด
“เรายังคงมีความหวังเกี่ยวกับสถานการณ์ตัวประกัน" มาเจด อัล อันซารี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์บอก
และเชื่อว่าการเจรจามีความคืบหน้าพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเปรียบเทียบกับตอนเริ่มต้นของสงครามที่ต่างฝ่ายต่างถล่มใส่กันอย่างไม่ยั้งมือ
ในกระบวนการเจรจาให้ปล่อยตัวก็ใช่จะราบรื่นเสียทั้งหมด
เพราะเป็นกระบวนการที่ค่อยๆ คืบคลานไปและช้ากว่าที่ฝ่ายกาตาร์คาดไว้ล่วงหน้า
สาเหตุเป็นเพราะมีการวางระเบิดในโรงพยาบาล ซึ่งทำให้ทุกอย่างต้องชะงักไป
แต่ก็มีสัญญาณเชิงบวกพอสมควร
ตอนแรกกลุ่มฮามาสต้องการแลกเปลี่ยนเชลยศึกแบบสมบูรณ์ซึ่งรวมถึงพลเรือนด้วย
แต่ต่อมาก็ยอมปล่อยทีละกลุ่มเพื่อทดสอบความจริงใจของกันและกัน
เท่ากับเป็นการให้คะแนนความสามารถในการปรับศิลปะในการเจรจาต่อรองของ “คนกลาง” อย่างกาตาร์เหมือนกัน
อิสราเอลและพันธมิตรตะวันตกจำนวนมากเชื่อว่า “ท่านอัลธานี” เป็นที่เกรงอกเกรงใจของฮามาสมากกว่าที่ปรากฏภาพข้างนอก
เป็นไปได้ว่า ผู้นำกาตาร์อาจจะเพิ่มแรงกดดันต่อผู้นำฮามาสให้ปล่อยตัวประกันมากขึ้นได้อีก
“ประชาคมระหว่างประเทศควรเรียกร้องให้กาตาร์ ซึ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มฮามาส บอกให้ฮามาสปล่อยตัวประกันที่จับไว้ทันที” เอลี โคเฮน รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอล กล่าวในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อสัปดาห์ก่อน
“เรารู้ว่ากาตาร์สามารถใช้อิทธิพลเหนือกลุ่มฮามาสได้ และเราไม่มีเหตุผลที่จะเชื่อว่ากลุ่มฮามาสจะไม่ทำตาม” ปีเตอร์ สตาโน โฆษกหัวหน้าฝ่ายกิจการภายนอกของสหภาพยุโรปบอกกับนักข่าว
กลุ่มฮามาสตั้งเงื่อนไขให้อิสราเอลหยุดทิ้งระเบิด เพื่อรวบรวมเชลยมากกว่า 200 คนที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วฉนวนกาซา ก่อนจะปล่อยตัวได้ตามคำเรียกร้องของกาตาร์
สันนิษฐานว่า ตัวประกันบางส่วนอยู่ภายใต้การควบคุมของญิฮาดอิสลาม ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรง และบางส่วนซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่อยู่อาศัยของพลเรือนชาวปาเลสไตน์
เมื่อพลเรือนได้รับการปล่อยตัว กลุ่มฮามาสหวังที่จะเจรจาแลกเปลี่ยนนักโทษ หมายถึงนักโทษชาวปาเลสไตน์ที่อิสราเอลจับไว้ในระยะเวลาที่ผ่านมา เพื่อแลกกับทหารอิสราเอลติดอาวุธที่ฮามาสจับไป
ผู้นำของกลุ่มฮามาสออกข่าวว่า ทางกลุ่มมีตัวประกันของฝั่งอิสราเอลมากพอที่จะขอแลกให้อิสราเอลปล่อย “นักโทษทั้งหมดของเรา”
กาตาร์กังวลว่า หากอิสราเอลยังเดินหน้าทิ้งระเบิดต่อไป และกลุ่มฮามาสรู้สึกว่าใกล้จะถึงจุดพ่ายแพ้ การเจรจาก็อาจล้มเหลว
ยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นในฉนวนกาซา และความกลัวว่าตัวประกันอาจเสียชีวิตยังนำไปสู่การเรียกร้องให้มีการประกาศ “หยุดยิงเพื่อมนุษยธรรม” ดังขึ้นตลอด
ดังนั้น เราพอจะเห็นว่าวันนี้ “กาตาร์” เล่นบทเป็น “พระเอก” ที่คุยกับทุกฝ่ายได้...ถ้าทุกฝ่ายที่ว่านี้เชื่อว่า การยอมฟังเสียงชักชวนให้สงบศึกของกาตาร์จะเป็นประโยชน์แก่ตนในวันข้างหน้า!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


