สงครามอิสราเอล-ฮามาสเข้าสู่วันที่ 31 วันนี้...ยอดคนตายในฉนวนกาซาล่าสุดเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาทะลุ 9,000 ไปมาก...และยูเอ็นบอกว่า 62% เป็นผู้หญิงและเด็ก
ความหวังจะมีการ “หยุดยิง” หรือที่ภาษาสงครามเรียก Ceasefire ยังเลือนราง
แต่สหรัฐฯรู้ดีว่าหากกองทัพอิสราเอลยังเดินหน้าถล่มเป้าหมายของฮามาสที่รวมถึงเขตพลเรือนด้วย ยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บก็จะยิ่งพุ่งขึ้นสูง
ทั้งโลกก็จะประณามทั้งอิสราเอลและสหรัฐฯ
จึงเป็นที่มาของสหรัฐฯกดดันให้รัฐบาลอิสราเอล “พักรบ” ชั่วคราว
โดยใช้คำว่า Pause เพื่อหลีกเลี่ยงคำว่า Ceasefire
อย่างแรกคือการตัดสินใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จะหยุดการโจมตี
แต่คำหลังหมายถึงการตกลงกันทั้งสองฝ่ายเพื่อระงับการสู้รบชั่วคราวเพื่อนำไปสู่การเจรจา
แต่ Ceasefire เป็นเรื่องสลับซับซ้อน เพราะต่างฝ่ายต่างมีเงื่อนไขที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับ
ฝ่ายอิสราเอลบอกว่าจะยอมเจรจาสงบศึกก็ต่อเมื่อฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมดประมาณ 220 คนเสียก่อน
แต่ฮามาสยื่นเงื่อนไขกลับว่าถ้าอย่างนั้น ฝ่ายอิสราเอลก็ต้องปล่อยเชลยศึกชาวปาเลสไตน์ที่จับไปทั้งหมดรวมทั้งที่เกิดขึ้นก่อนสงครามรอบนี้
เป็นเงื่อนไขที่ต่างฝ่ายต่างยังเล่นแง่กันอยู่
เพราะทั้งสองฝ่ายยังเชื่อว่าตนกำลังได้เปรียบในสมรภูมิ
เจ้าหน้าที่สหประชาชาติที่ทำงานอยู่ในกาซาบอกว่า “ไม่มีจุดไหนที่ปลอดภัยในฉนวนกาซา”
ทุกจุดล้วนล้วนอยู่ในรัศมีทำการของอาวุธร้ายแรงที่ทั้งสองฝ่ายใช้ประหัตประหารกันทั้งสิ้น
ข่าวปล่อยชิ้นหนึ่งบอกว่าอิสราเอลเสนอเงื่อนไขใหม่ว่าถ้าจะยอมปล่อยให้แกนนำของฮามาสออกจากฉนวนกาซาอย่างปลอดภัยก็จะแลกกับการหยุดยิง
แต่น่าสงสัยว่าฮามาสจะยอมรับข้อเสนอนี้ได้อย่างไรในเมื่อหากยอมเช่นนั้นก็เท่ากับเป็นการยอมจำนน และจะไม่มีโอกาสได้ฟื้นกลับมาต่อกรกับอิสราเอลอีก
อีกทั้งหากเป็นเช่นนั้นจริง อิสราเอลก็คงจะเข้ามายึดครองฉนวนกาซาทั้งหมดเป็นของตน
และอาจจะขับไล่ชาวปาเลสไตน์ 2.7 ล้านคนออกจากกาซา
ซึ่งเท่ากับเป็นการเปิดทางให้อิสราเอลเข้ามายึดพื้นที่ทั้งผืน
เป็นการเสียพื้นที่ของฝ่ายปาเลสไตน์ครั้งสำคัญซึ่งฝ่ายปาเลสไตน์คงไม่ยอมเป็นแม่นมั่น
สหรัฐฯกับอิสราเอลเจรจากันเองอย่างไรไม่มีใครรู้ แต่มีสัญญาณว่าวอชิงตันพยายามอย่างมากที่จะกดดันให้นายกฯเนทันยาฮูของอิสราเอลระงับแผนที่จะยึดกาซาทั้งหมดด้วยกำลัง
หรือที่เรียกว่า Ground Invasion
แต่นายกฯสายเหยี่ยวอย่างแรงกล้าของอิสราเอลคนนี้ยืนยันมั่นเหมาะว่าจะต้อง “บดขยี้” ให้ฮามาสหมดสภาพไปให้จงได้
เพราะหากทิ้งเอาไว้จะเป็นหอกข้างแคร่ที่จะกลับมาโจมตีอิสราเอลอีกเมื่อใดก็ได้
โดยทางการแล้วรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แอนโทนี บลิงเคนเตือนอิสราเอลว่าสันติภาพจะเกิดไม่ได้หากว่ารัฐบาลอิสราเอลไม่เร่งสร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยต่อการช่วยประชาชนในกาซา
นั่นหมายความว่าอิสราเอลจะต้องเลิกโจมตีเป้าหมายที่เสี่ยงจะกระทบต่อพลเรือน
แต่อิสราเอลอ้างว่าทหารฮามาสต่างหากที่สร้างเงื่อนไขนี้เพราะใช้พลเรือนเป็นเกราะกำบัง
ทหารอิสราเอลได้ประกาศให้พลเรือนปาเลสไตน์อพยพจากเหนือไปทางใต้เสียเพื่ออิสราเอลจะได้เปิดปฏิบัติการทางทหารโดยไม่มีผลกระทบต่อพลเรือน
แต่แม้ยูเอ็นยังประกาศซ่าคำสั่งของอิสราเอลให้ผู้คนจำนวนมหาศาลเคลื่อนย้ายไปทางใต้อย่างฉับพลันเช่นนั้นย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
เมื่อเป็นเช่นนั้น อิสราเอลจึงอ้างว่าจำเป็นต้องปฏิบัติการอย่างจำกัดบริเวณเพราะทหารฮามาสใช้พลเรือนเป็นโล่ป้องกันตนเอง
แต่เมื่อระเบิดจากอิสราเอลไปลงที่โรงพยาบาลมากกว่าหนึ่งแห่ง และยังถล่มรถพยาบาลอีกหลายคันจนมีคนหลายรวมกันหลายร้อยคน ก็หนีไม่พ้นว่าจะต้องถูกกล่าวหาว่าเป็น “ฆาตกรสงคราม”
บลิงเคนเรียกร้องให้อิสราเอล “พักปฏิบัติการ” ของกองทัพชั่วครู่เพื่อเปิดทางให้เกิดการขนส่งของบรรเทาทุกข์สู่ประชาชน
โดยรัฐมนตรีต่างประเทศอ้างว่าหากการสู้รบยังดำเนินต่อไปก็จะเข้าทางปาเลสไตน์เเนวคิดสุดโต่งที่จะปลุกกระแสต่อต้านยิวอย่างหนักหน่วงและรุนแรงขึ้น
ซึ่งก็เท่ากับปิดประตูการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติความขัดเเย้ง
บลิงเกนเคนบอกว่า "จะไม่เกิดหุ้นส่วนเพื่อสันติภาพถ้าผู้เกี่ยวข้องต้องเผชิญกับหายนะด้านมนุษยธรรม และถูกแปลกแยกโดยสิ่งที่คนมองว่าเป็นความไม่รู้สึกเดือดร้อนต่อความทุกข์ของพวกเขา"
แต่เนทันยาฮูปฏิเสธคำร้องขอของสหรัฐฯหากฮามาสยังไม่ปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอล
มิหนำซ้ำเนทันยาฮูยังย้ำว่าอิสราเอลจะเดินหน้า “ลุยแหลก”
บลิงเคนต้องกลับไปอิสราเอลเป็นครั้งที่สามในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์เพราะต้องมีภารกิจกดดันและหว่านล้อมผู้นำอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ เขาส่งเสียงสนับสนุนอิสราเอลอย่างแรงกล้า อ้างว่าอิสราเอลมี "สิทธิ์และพันธะ" ในการปกป้องตนเองและประชาชนของอิสราเอลเพราะถูกฮามาสโจมตีก่อน
แต่ยอมรับว่ารู้สึกสะเทือนใจมากเมื่อเห็นคลิปวิดีโอที่เด็ก ๆ อิสราเอลถูกสังหารโดยฮามาส
ในทำนองเดียวกันก็บอกว่ามีความรู้สึกหดหู่พอ ๆ กันเมื่อภาพเด็กบาดเจ็บและเสียชีวิตทางฝั่งปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา
ขณะเดียวกัน แกนนำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่มีอิหร่านหนุนหลัง ก็ประกาศจะเพิ่มการโจมตีอิสราเอลตามแนวชายแดนเลบานอน
เป็นสัญญาณว่าสงครามจะขยายวงได้ค่อนข้างแน่นอน
บลิงเคนบอกด้วยว่าประเด็นสำคัญที่อิสราเอลกับรัฐบาลต่าง ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางและสหรัฐฯ รวมถึงประเทศอื่น ๆ ต้องพิจารณาว่าต่อไปคือ
อนาคตของดินเเดนกาซาจะเป็นเช่นใดหากอิทธิพลของฮามาสหมดไปในที่สุด
และต้องพยายามไม่ให้เหตุการณ์ทำนองก่อน 7 ตุลาคมเกิดซ้ำอีกในวันข้างหน้า
แต่ไม่มีใครรับรองอะไรได้ทั้งสิ้นตราบที่ยังไม่มีข้อเสนอใดที่จะได้รับการพิจารณาจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
รวมถึงสูตร “สองรัฐ” หรือ Two-State Solution ซึ่งหมายถึงการยอมให้ปาเลสไตน์สถานปนาความเป็นรัฐเท่าเทียมกับอิสราเอล
เพื่อจะได้ดำรงอยู่เคียงคู่กันอย่างเสมอภาคและเคารพในบูรณภาพแห่งดินแดนและอิสรภาพในการดำรงวิถีชีวิตแห่งตนได้โดยไม่ต้องทำสงครามกันอีก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


