เพราะเหยียบตีน

การเมืองวันนี้เปลี่ยนไปเยอะ

มันมีอะไรขาดๆ เกินๆ

หน้าที่มีให้ทำกลับไม่ทำ ที่ไม่ใช่หน้าที่ก็ขยันกันจัง

บางเรื่องไม่ควรทำ ก็ดึงดันจะทำให้ได้

ไอ้ที่ต้องทำ กลับทำเฉยซะงั้น

ครับ...การเมืองภาพรวมปัจจุบันมันเป็นเช่นนั้น

รัฐบาลเศรษฐา เล่นบทเศรษฐี เห็นว่า วันที่ ๑๐ พฤศจิกายนนี้ "เศรษฐา ทวีสิน" จะแถลงความคืบหน้าแจกเงินดิจิทัลด้วยตัวเอง

แต่ดูแนวโน้มแล้ว น่าจะลิ้นพัน ไม่น่าจะมีอะไรคืบหน้ามากนัก โดยเฉพาะประเด็นสำคัญคือ เอาเงินมาจากไหน

เพราะถ้ารู้ ขึ้นปีใหม่ก็แจกได้แล้ว ไม่ต้องเลื่อนไปเมษายนอย่างที่ รัฐมนตรีช่วยคลังพูดไปเมาหมัดไปให้ประชาชนงงเล่น

ส่วนฝ่ายค้าน ดูจะยังไม่สมบทบาทสักเท่าไหร่ เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปหลบเลียแผล 

ไอ้ที่เคยชี้นกเป็นนก ไม้เป็นไม้ มาวันนี้ ชี้ไปมองไม่ชัด

ไม่รู้ว่านกหรือตะกวด 

จากที่เคยพูดจาเสียงดัง โผงผาง ประกาศลั่น! ข้าคือผู้ถูกต้อง ก็กลายเป็นหงอ เอาแต่ก้มหน้าก้มตากระซิบกระซาบ

ฟังไม่ถนัดไม่รู้ว่าพูดอะไร  

เพราะข้างหลังมีแผลเหวอะหวะ เหม็นคาวคละคลุ้งไปหมด

วันนี้ถ้าจะให้คะแนนพรรคก้าวไกลในฐานะฝ่ายค้านที่ประชาชนเลือกมา ๑๔ ล้านเสียง   น่าจะต้องนอนเอาตีนก่ายหน้าผาก

ไม่รู้จะเอาคะแนนที่ไหนมาให้

หย่อนยานในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ถือเป็นเรื่องใหญ่ หากไม่รีบแก้ไขระวัง โซเชียลเขาจะตั้งคำถาม

"มีฝ่ายค้านไว้ทำไม"!

ดูกรณี "นักโทษชายทักษิณ" ชั้น ๑๔ โรงพยาบาลตำรวจ กรณี แจกเงินดิจิทัล ๕.๖ แสนล้านบาท กลายเป็นว่าพรรคที่มี สส.มากที่สุดในสภา แทบไม่มีบทบาทอะไรเลย

ที่ออกมาก็แค่น้ำจิ้ม

สุดท้ายก็กลายเป็นแค่น้้ำล้างจาน

แทนที่จะทำงานขยันขันแข็ง ให้สมกับเป็นตัวเอก กลับเป็นได้แค่ตัวประกอบปลายแถว

เห็น "หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม" หัวหน้าพรรคไทยภักดี ไปรวบรวมบทบาทของพรรคก้าวไกล ช่วง ๑ สมัยประชุมที่ผ่านมา ก็น่าสนใจดี

โพสต์เอาไว้ในเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ตั้งหัวข้อว่า.... 

 “หนึ่งสมัยประชุมของการเมืองใหม่”

สิ่งที่เราเห็น การเมืองใหม่ในช่วง ๑ สมัยประชุมที่ผ่านมา พอสรุปได้ดังนี้

๑.ล้มล้างการปกครอง ด้วยการเอามาเป็นเงื่อนไขแก้มาตรา ๑๑๒ ในการจัดตั้งรัฐบาล สุดท้ายต้องไปเป็นฝ่ายค้าน

๒.ยุบ กอ.รมน. โดยอ้างจะเอา Homeland security แบบอเมริกามาใช้ แต่ของอเมริกานั้น เป็นความมั่นคงมาตุภูมิเพื่อการคุกคาม แต่ของไทยเราเพื่อความสงบภายในประเทศ เข้าใจว่าน่าจะแฝงเร้นเรื่องการแบ่งแยกเป็นรัฐ

๓.เสนอแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ควบคู่กับ NGO ที่รับเงินต่างชาติ เพื่อเปลี่ยนแปลงสถาบันฯ โดยใช้รัฐธรรมนูญ

๔.คุกคามทางเพศ แต่ก็ยังมี สส.จำนวนไม่น้อยที่โหวตอุ้มคนเหล่านี้

๕.ใช้ภาษีกูดูงาน ทั้งๆ ที่เคยประกาศคัดค้านการศึกษาดูงาน การใช้งบรับรอง แต่เมื่อมีตำแหน่งรองประธานสภา ทุกอย่างก็ทำหมด ยังไม่รวมหมูกระทะที่สุดท้ายยอมจ่ายเงินส่วนตัว

๖.ฝากเลี้ยง สส. เพราะต้องการทั้งตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน และรองประธานสภา เลยใช้วิธีขับ สส.ออกจากพรรค แล้วไปฝากเลี้ยง ซึ่งเป็นวิธีที่การเมืองเก่าเขาทำกัน

๗.มีการแฉว่า ผู้ช่วย สส.ของปราจีนบุรี (จากโควตาของพรรค) เกี่ยวพันกับการเอื้อรับผลประโยชน์จากโรงงานกำจัดขยะหลายล้านบาท

นี่คือบทสรุปเบื้องต้นการเมืองใหม่ ของคนรุ่นใหม่ เพียงแค่สมัยประชุมเดียว และขนาดยังเป็นฝ่ายค้าน ถ้าเป็นรัฐบาลมีอะไรน่าสนใจมากกว่านี้...

จริงแท้แน่นอนเลยทีเดียว เป็นฝ่ายค้านยังขนาดนี้ ถ้าเป็นรัฐบาลจะขนาดไหน

จู่ๆ ก็นึกถึงแรงงานไทยในอิสราเอลขึ้นมา ถ้าก้าวไกลเป็นรัฐบาล "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" เป็นนายกรัฐมนตรี พี่น้องแรงงานที่ตกค้างอยู่จะซวยขนาดไหน

เพราะสายสัมพันธ์กับชาติอาหรับมีปัญหาแน่นอน

ก็อย่างที่เห็น พรรคก้าวไกล ทำตัวเป็นเด็กดีของยุโรป และอเมริกา

ยกตัวอย่างหลัง "รัฐบาลลุงตู่" ฟื้นสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย ที่รัฐบาลที่บอกว่ามาจากประชาชนไม่เคยทำได้ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ การส่งแรงงานไทยไปทำงานที่ซาอุฯ

แต่...พรรคก้าวไกล ทำตัวเก๋ากว่า

"ศิริกัญญา ตันสกุล" รัฐมนตรีคลังโซเชียล ไปพูดว่า “การส่งแรงงานไปประเทศซาอุดีอาระเบีย จะสะท้อนวิกฤตการณ์สมองไหล”

ถ้าคิดแบบนั้นคนไทยไม่ต้องไปไหนกันแล้วครับ ทำงานอยู่ในประเทศนี่แหละ  ส่วนชาวต่างชาติก็ไม่ต้องมาทำงานในไทยเพราะสมองไหล

หรืออย่าง "อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล" ถือเป็นระดับบิ๊กในพรรคก้าวไกล โพสต์ทวิตเตอร์ ถึงกรณีการเดินทางไปเยือนซาอุฯ ของ "ลุงตู่" ช่วงต้นปี ๒๕๖๕

"ไปซาอุทำไม อะไรคือ hidden agenda จะค่อยๆ เฉลยให้ฟัง!"

พร้อมติดแฮชแท็ก #นายกเฮงซวย

มีคนเฝ้าดูต่อครับว่า ที่ "เจี๊ยบ ก้าวไกล" บอกว่าจะแฉวาระซ่อนเร้นนั้น มันคืออะไร

แต่...จากนั้นก็เงียบหายไปแบบเฮงซวย

การกลับไปคบกับซาอุฯ ในสายตาของพรรคก้าวไกลคือปัญหา ฉะนั้นหากวันนี้พรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล การนำพี่น้องแรงงานไทยกลับบ้าน จะยากกว่าที่เป็นอยู่หลายเท่าตัว

อ้อ...๗ ข้อของ "หมอวรงค์" เพิ่มเติมด้วย "พี่แจ้-วุฒิพงศ์ ทองเหลา" ล่าสุดมีเรื่องเหยียบตีนกันในพรรคก้าวไกล

 “ผมไม่รู้ว่าเหยียบเท้ากรรมการบริหารแรงขนาดไหน แต่เรื่องนี้จำเป็นต้องเคลียร์ การทุจริตไม่ว่าหน่วยงานไหน ต่อให้จะเป็นแค่ผู้ช่วย สส. ก็ควรจะมีการสอบสวน และตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เพราะเวลาผ่านมากว่าสี่เดือนแล้ว  ไม่สามารถที่จะรอให้เป็นกระแสแล้วค่อยมาทำ ค่อยมาบอกว่า จะตั้งกรรมการวินัย ไม่ควรละเลยเรื่องทุจริต และไม่ควรพูดแบบนั้น เลิกปฏิเสธว่าผู้ช่วยท่านนี้ไม่ใช่ผู้ช่วย เพราะหลักฐานของผมชี้ให้เห็นว่า มีความสนิทตั้งแต่ร่วมกันทำงานในอนาคตใหม่ ผมไม่ต้องการให้มีการปฏิเสธเช่นนี้”

แฉกันขนาดนี้ ถ้ายังเงียบ

เสียหมากันทั้งพรรค.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต้องโค่นระบอบฮุนเซน

เขมรยังไว้ใจไม่ได้ครับ... ขณะที่ไทยปล่อยตัว ทหารเขมรที่ถูกจับตัว ๑๘ นายกลับประเทศ ทางฝั่งกัมพูชาเริ่มปั่นข่าวแล้วว่า ทั้ง ๑๘ คน ถูกกองทัพไทยจับกุมอย่างผิดกฎหมาย

หัวใจติดปีก

สื่อโซเชียลร้อนฉ่าครับ ไม่ใช่เรื่อง “พี่โดม” กระเหี้ยนกระหือรือ แต่เป็นเรื่อง คนขับเครื่องบินเป็นคนหนึ่งไปส่งหัวใจให้ถึงมือหมอโดยแข่งกับเวลา

'เรามีดำ ไม่มีเทา'

นับคำขอโทษได้สักล้านคำกระมัง วานนี้ (๒๙ ธันวาคม) เป็นอีกวันของการพิสูจน์ว่า พรรคส้ม ใช่พรรคที่ความดีไม่มีความชั่วไม่ปรากฏจริงหรือไม่

ทหารไทยระดับโลก

ได้เบอร์พรรคกันไปเรียบร้อยแล้วครับ วานนี้ (๒๘ ธันวาคม) กกต.รับสมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ จับได้เลขอะไร แต่ละพรรคทั้งประเทศเบอร์เดียวกันหมด

ผลงานรัฐบาล-กองทัพ

น่าจะจบอีกยกครับ... นับว่าเป็นข่าวดีต้อนรับปีใหม่ วานนี้ (๒๖ ธันวาคม) มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) เป็นวันที่ ๓ ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

ไม่เอาคนเนรคุณ

แยกข้างแบ่งขั้วกันตั้งแต่หัววัน... วานนี้ (๒๕ ธันวาคม) นายกฯ อนุทิน ประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคที่มีนโยบายแก้ ม.๑๑๒ “...ถ้ายังหมกมุ่นอยู่กับเรื่องนี้ พรรคภูมิใจไทยไม่ร่วมด้วยแน่นอน พรรคไหนจะร่วมก็เป็นสิทธิของแต่ละพรรค แต่เท่าที่ดูแคนดิเดตของทุกพรรค ไม่มีพรรคไหนตอบว่าจะแก้ไขมาตรา ๑๑๒ ยกเว้นพรรคประชาชน...”