ข่าวล่าสุดตอนที่ผมเขียนอยู่นี้บอกว่า ศาลอุทธรณ์ของสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยแล้วว่าโดนัลด์ ทรัมป์ แม้จะเคยเป็นประธานาธิบดี ก็ไม่มีเอกสิทธิ์ที่จะได้รับการยกเว้นในการถูกดำเนินคดีหลายๆ กระทงที่ถูกฟ้องร้อง
นี่อาจจะเป็นประเด็นการเมืองที่ร้อนแรงที่สุดในอเมริกาขณะนี้
เพราะเส้นทางกฎหมายของทรัมป์จะเป็นอย่างไรต่อนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับอนาคตการเมืองของทั้งประเทศไม่น้อย
และยังเป็นปัจจัยเกี่ยวกับการเมืองระหว่างประเทศในหลายๆ มิติเช่นกัน
ภายใต้การบริหารงานของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา สหรัฐฯ ได้ผลักดันข้อตกลงหุ้นส่วน Trance-Pacific (TPP) เพื่อขยายวงของการค้าเสรี
แต่พอทรัมป์เข้าทำเนียบขาวเมื่อรอบก่อน ก็ถอนอเมริกาออกจากข้อตกลงการค้าทันที
โดยอ้างว่ามันจะเป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมและการจ้างงานของสหรัฐฯ
แต่ในอีกด้านหนึ่ง จีนซึ่งเป็นคู่แข่งในด้านการค้ากับสหรัฐฯ ตัวหลักก็เพิ่มอำนาจต่อรองของตนในภูมิภาคนี้ด้วยการกลายเป็นผู้นำในความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)
อันเป็นข้อตกลงการค้าเสรีที่ลงนามกับ 10 ประเทศในอาเซียน (รวมทั้งไทย) ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ 1 มกรา.ปีก่อน
พอถึงเดือนกันยายน พ.ศ.2564 ปักกิ่งสมัครเป็นสมาชิกในข้อตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ซึ่งเป็นผู้สืบทอดต่อ TPP
นอกจากนี้ ปักกิ่งยังได้ผลักดันโครงการริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ในเอเชียอย่างคึกคักอีกด้วย
พอเห็นจีนขยับคึกคักอย่างนี้ โจ ไบเดน ก็จึงเปิดตัว IPEF (Indo Pacific Economic Framework) เพื่อฟื้นอิทธิพลของตนในย่านนี้
โดยเรียกร้องให้มีการสร้างกฎเกณฑ์ทั่วไปสำหรับธุรกรรมสินค้าและบริการใน 4 ด้าน ได้แก่ การค้า ห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจที่สะอาด และเศรษฐกิจที่เป็นธรรม
ญี่ปุ่นพยายามเรียกร้องให้สหรัฐฯ กลับไปสู่ข้อตกลงการค้า แต่ไบเดนปฏิเสธ
ในแง่หนึ่ง ไบเดนก็มองเรื่องการค้าเสรีเหมือนกับทรัมป์ตรงที่ว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อจีนเพื่อแลกกับความเสียหายของสหรัฐฯ เท่านั้น
แต่ไบเดนไม่เหมือนทรัมป์ตรงที่ว่าทรัมป์เพียงแค่ปฏิเสธการค้าเสรีเท่านั้น แต่ไบเดนพยายามเปลี่ยนแนวคิดพื้นฐานโดยการนำเอาปัจจัยต่างๆ เช่น ความมั่นคงของชาติ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนมาใส่ในข้อเสนอใหม่ด้วย
แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็ยังกังขาเกี่ยวกับประโยชน์ของ IPEF ที่มีต่อผู้ที่เข้าร่วม เพราะกรอบการทำงานนี้แตกต่างจาก TPP, RCEP และข้อตกลงการค้าเสรีอื่นๆ
เพราะกรอบการทำงานของ IPEC ไม่ได้กำหนดให้สหรัฐฯ ต้องเปิดตลาดด้วยการลดภาษี
แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่าประเทศในกลุ่มอาเซียนเลือกที่จะเข้าร่วมโครงการนี้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ถูกกดดันให้เปิดเสรีการเข้าถึงตลาด
แต่ก็อาจจะมีเหตุผลอื่นซ่อนเร้นอยู่ด้วยก็ได้
ในแง่หนึ่งแม้ว่าข้อตกลง IPEF จะไม่มีการระบุการเข้าถึงตลาด แต่ก็มีข้อกำหนดเกี่ยวกับประเด็นการค้าร่วมสมัย เช่น ห่วงโซ่อุปทานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่ง FTA ทั่วไปในปัจจุบันไม่มี
การเจรจาเกี่ยวกับ IPEF เคลื่อนไหวค่อนข้างจะรวดเร็ว เนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกับการเจรจาเรื่องภาษี
เพราะทุกครั้งที่มีเรื่องผลประโยชน์ของชาติก็หนีไม่พ้นความขัดแย้ง
ปีเศษๆ ที่มีการเจรจาก็มีการบรรลุข้อตกลงในสามในสี่เสาหลัก โดยการค้ายังอยู่ระหว่างการเจรจา
รัฐมนตรีการค้าของ 14 ประเทศในการเจรจา IPEF ตกลงที่จะทำให้ห่วงโซ่อุปทานมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2566 และลงนามข้อตกลงในเดือนพฤศจิกายน
ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ครั้งแรกของการเจรจา
เพราะมีความกระตือรือร้นที่จะลดการพึ่งพาเซมิคอนดักเตอร์และทรัพยากรแร่ของจีน สหรัฐฯ จึงเร่งเดินเรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด
เหตุผลสำคัญน่าจะเป็นว่าวอชิงตันต้องการสร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่นในข้อเสนอใหม่นี้
สหรัฐฯ แสดงให้เห็นศักยภาพและ "ความรอบรู้" ของตนในฐานะมหาอำนาจในการประชุมสุดยอดกับอินโดนีเซียเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
ในการประชุมกับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โจโก "โจโควี" วิโดโด ซึ่งอยู่ในสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก และฟอรัม IPEF ไบเดนตกลงที่จะร่วมมือในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุ
ในวันเดียวกันนั้น เอ็กซอนโมบิล บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ประกาศแผนการขุดลิเทียม ซึ่งเป็นวัสดุที่อินโดนีเซียไม่ได้ผลิตในรัฐอาร์คันซอ
ออสเตรเลีย ชิลี และจีนรวมกันคิดเป็น 90% ของผลผลิตลิเทียมทั่วโลก ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับแบตเตอรี่ EV
อินโดนีเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตนิกเกิลรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งเป็นวัสดุแบตเตอรี่หลักอีกชนิดหนึ่งใช้เงินลงทุนของจีนเพิ่มความสามารถในการแปรรูปแร่นิกเกิล
แต่ในขณะเดียวกันก็ร่วมมือกับออสเตรเลียในการจัดหาลิเทียม
ตอนนี้สหรัฐฯ พร้อมที่จะแทรกตัวเองเข้ามาในเกมนี้เหมือนกัน
เพราะไม่ต้องการจะเดินตามหลังจีนในเรื่องสำคัญอย่างนี้แน่นอน
ไม่ต้องแปลกใจว่า IPEF ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้สหรัฐฯ สามารถจัดหาอุปทานที่มั่นคงจากประเทศเกิดใหม่ที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์
แต่โครงการอาร์คันซอแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ เองสามารถกลายเป็นแหล่งพลังงานหลักที่สามารถจัดหาเงิน เทคโนโลยี และตลาดได้
ไบเดนพยายามย้ำให้โจโควีตระหนักในประโยชน์ของการกระชับความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับสหรัฐฯ ในขณะที่ประเทศในเอเชียสร้างกระแสชาตินิยมด้วยการเน้นย้ำเรื่องทรัพยากรธรรมชาติที่ตนมี
หากทรัมป์ชนะเลือกตั้งครั้งนี้ เขาอาจไม่คัดค้าน IPEF เพราะมันไม่เกี่ยวข้องกับการเปิดตลาดสหรัฐฯ และมีองค์ประกอบของการทำข้อตกลง
ส่วน CPTPP มีเพียงสี่ประเทศจากกลุ่มอาเซียนเท่านั้นที่เป็นสมาชิก
ในขณะที่ IPEF มีเจ็ดประเทศจากกลุ่มนี้
หากสหรัฐฯ แยกตัวจาก IPEF ก็อาจส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือมากกว่าการออกจาก TPP ครั้งแรกด้วยซ้ำไป
สหรัฐฯ จึงจะผิดซ้ำซากในย่านนี้บ่อยๆ ไม่ได้
แต่ชัยชนะของไบเดนก็อาจไม่เป็นผลดีต่ออาเซียนทั้งหมด
เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องกับการเจรจา IPEF วิจารณ์รัฐบาลสหรัฐฯ ว่ามักจะชักชวนสมาชิกใหม่โดยไม่ปรึกษาหารือกับสมาชิกดั้งเดิม
แต่ไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้ที่อเมริกา มหาอำนาจที่เป็นผู้นำระเบียบหลังสงครามในเอเชียจะยังคงเป็นตัวแปรที่สำคัญวันยังค่ำ
จึงเป็นเรื่องที่ไทยเราจะต้องเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของทรัมป์และไบเดนอย่างใจจดใจจ่อจากนี้ถึงวันเลือกตั้งที่สหรัฐฯ ชนิดที่ละสายตาไม่ได้เลย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


