
รัฐมนตรีต่างประเทศแอนโทนี บลิงเกนไปเมืองจีนครั้งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อนเจอกับ “เล็กเชอร์” จากประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเป็นชุด
ฝ่ายจีนย้ำว่า “โลกใบนี้ใหญ่พอสำหรับเราสองประเทศ”
และยืนยันว่าจีนกับสหรัฐฯควรเป็น “หุ้นส่วน” ไม่ใช่ “คู่แข่ง” ที่จะเอาเป็นเอาตาย
สีบอกบลิกเกนว่าปักกิ่งกับวอชิงตันต้องไม่สร้างปัญหาด้วยการเข้าสู่ “การแข่งขันที่ดุเดือดเลือดพล่าน”
และควรแสวงหา “ความสำเร็จร่วมกัน” ไม่ใช่ “ทำร้ายซึ่งกันและกัน”
“จีนยินดีที่ได้เห็นความมั่นใจ เปิดกว้าง และเจริญรุ่งเรืองของ สหรัฐ เราหวังว่าฝ่ายสหรัฐฯ จะสามารถมองการพัฒนาของจีนในแง่บวกและเชิงรุกได้เช่นกัน” สีกล่าว
“เมื่อปัญหาพื้นฐานนี้ได้รับการแก้ไขเท่านั้น ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ จึงจะมีเสถียรภาพและก้าวไปข้างหน้าอย่างแท้จริง” สีกล่าวเสริม
แต่ทั้งสองฝ่ายก็ยอมรับว่ายังมีเรื่องที่เห็นขัดแย้งกันและเป็นข้อพิพาทที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่อเมริกาจี้ไปที่จีนว่าควรจะเลิกสนับสนุนรัสเซียในการทำสงครามในยูเครน
บลิงเกนพูดพบปะกับสีว่าได้ “พยายามกระชับความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นโดยที่ผลประโยชน์ของเราสอดคล้องกัน”
บลิงเกนตั้งข้อสังเกตว่าจีนเป็นซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านเครื่องมือกล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ไนโตรเซลลูโลส และสินค้าใช้งานคู่อื่นๆ ซึ่งมีความสำคัญต่อฐานอุตสาหกรรมด้านกลาโหมของรัสเซีย
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯบอกว่าเมื่อขอกันตรง ๆ ให้จีนหยุดช่วยรัสเซียทำสงครามในยูเครน ก็จะรอการตอบสนองจากจีน
“แต่หากจีนไม่ทำ ฝ่ายเราก็จะดำเนินการเอง”
บลิงเกนพูดอย่างนี้เหมือนขู่จีน แต่ก็คงจะเป็นวิธีการนำเสนอที่ต้องการจะสะท้อนว่าไม่ได้มาปักกิ่งเพื่อมารับฟังฝ่ายจีนอย่างเดียว
แต่ต้องการจะมาบอกว่าอเมริกาอยากจะเห็นจีนตอบสนอง “ความกังวล” ของวอชิงตันด้วย
ก่อนพบสี จิ้นผิง บลิงเกนคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศ หวัง อี้ของจีนก่อน
โดยยกความสำคัญของการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้และรอบๆ ไต้หวัน
และแน่นอนว่าหวัง อี้ก็ย้ำกับบลิงเกนอีกครั้งว่าเรื่องไต้หวันเป็น “เส้นแดง” ที่อเมริกาต้องระวัง อย่าเดิมข้ามมา เพราะจีนไม่อาจจะยอมรับการมาแทรกแซงของสหรัฐฯในเรื่องนี้ได้
หวัง อี้บอกว่าแม้ว่าการเจรจาและความร่วมมือกับสหรัฐฯจะเพิ่มขึ้นใน "สาขาต่างๆ" แต่ในทางกลับกัน ปัจจัยลบในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ยังคงเพิ่มขึ้นและยังสะสมเพิ่มขึ้นตลอดเวลา
หวัง อี้บอกบลิงเกนว่าปัญหาใหญ่อีกด้านหนึ่งคือการที่สหรัฐฯยังเดินหน้าสกัดจีนในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
เช่น การปิดกั้นการส่งออกเทคโนโลยี และการเผยแพร่เรื่องเล่าเท็จเกี่ยวกับกำลังการผลิตล้นเกินของอุตสาหกรรมจีนเพื่อทุ่มสินค้าจีนเข้าตลาดประเทศอื่น
บลิงเกนบอกว่า “จีนผลิตหนึ่งในสามของการผลิตทั่วโลก แต่เป็นอุปสงค์หนึ่งในสิบของโลก ดังนั้นจึงมีความไม่ได้สัดส่วนกันอย่างชัดเจน” บลิงเกนกล่าว
เขาตั้งข้อสังเกตว่าการอุดหนุนอย่างหนักของปักกิ่งสำหรับอุตสาหกรรมทำให้เกิดกำลังการผลิตล้นเกินในประเทศและมีการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศในราคาที่ต่ำมาก
ด้านความร่วมมือระหว่างสองยักษ์ใหญ่ก็มีหลายด้านที่มีความคืบหน้า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมการขายสารตั้งต้นเฟนทานิลโดยบริษัทจีน
แต่ความขัดแย้งก็ทวีความรุนแรงขึ้นในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนอ้างสิทธิ์เกือบทั้งหมด
เรือของจีนพยายามสกัดไม่ให้ฟิลิปปินส์ส่งเสบียงนาวิกโยธินบนเรือ Sierra Madre ซึ่งเกยตื้นอยู่ที่ Second Thomas Shoal อันเป็นแนวปะการังที่จมอยู่ใต้น้ำในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฟิลิปปินส์
สหรัฐฯ เตือนว่าสนธิสัญญาป้องกันร่วมกันกับฟิลิปปินส์ใช้กับเซียร์รา มาเดรได้
แปลว่าถ้าฟิลิปปินส์ร้องขอความช่วยเหลือในกรณีนี้ วอชิงตันอาจจะต้องทำตามพันธะกรณี
อันหมายความว่าสหรัฐฯอาจต้องเผชิญหน้ากับจีน
ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะสานต่อการแลกเปลี่ยนระหว่างกองทัพทั้งสองและการปรึกษาหารือในด้านอื่นๆ เช่น ความร่วมมือด้านการควบคุมยาเสพติด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญญาประดิษฐ์
หวัง อี้เตือนสหรัฐฯ ไม่ให้ทำให้ความสัมพันธ์เสื่อมทรามจนกระทบเสถียรภาพและอาจเข้าสู่ “เกลียวก้นหอย”
อันจะทำให้กลายเป็นการการแข่งขัน การเผชิญหน้า และแม้แต่ความขัดแย้ง
บลิงเกนเยือนจีนเป็นครั้งที่สองในรอบหนึ่งปี
ตอบด้วยน้ำเสียงที่ระมัดระวัง และกล่าวว่า "การทูตที่แข็งขัน" เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อก้าวไปข้างหน้าตามวาระที่ไบเดน และนายสี ได้กำหนดไว้ในการพบกันที่ซานฟรานซิสโกครั้งล่าสุดเมื่อพฤศจิกายน ปีที่แล้ว
มีคลิปที่ส่งต่อกันในโซเชียลมีเดียที่ถูกกล่าวขวัญถึงอย่างกว้างขวาง
คลิปแรกเห็นสี จิ้นผิงยืนรอบลิงเกนมาจับมืออย่างกระวนกระวาย พร้อมถามเจ้าหน้าที่จีนที่ประสานงานว่า
“เขา (บลิงเกน) จะกลับวันไหน?”
คล้าย ๆ จะมีความรำคาญผู้มาเยือนจากวอชิงตันคนนี้ไม่น้อย
กับอีกภาพที่เห็นบลิงเกนจับมืออำลาทูตสหรัฐฯประจำปักกิ่งก่อนขึ้นเครื่องบินกลับไปอเมริกา
พร้อมคำบรรยายจากนักสังเกตการณ์บางคนว่า
“เห็นไหมว่าไม่มีเจ้าหน้าที่จีนแม้แต่คนเดียวมาส่งบลิงเกน แค่นี้ก็พอจะเดาออกมาบรรยากาศการมาเยือนจีนของบลิงเกนครั้งนี้อบอุ่นหรือเย็นชาเพียงใด”
ทั้งหมดนี้สะท้อนใน “อาการ” ที่แสดงออก แต่ไม่ได้ปรากฏในเนื้อหาของการแถลงข่าวจากทั้งสองฝ่าย
เพราะนี่เป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ ฉากของความสัมพันธ์ของสองมหาอำนาจโลกที่ยังมีอีกหลายตอนนัก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน

