ผมอ่านแถลงการณ์จาก “ประธานอาเซียน” (บรูไน) ที่สรุปมติของที่ประชุม “นัดฉุกเฉิน” ของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่ออกมาเมื่อวันศุกร์แล้วก็เห็นได้ว่ารอยแตกระแหงระหว่าง มิน อ่องหล่าย กับอาเซียน กำลังจะเข้าสู่โหมดของการ “จำกัดความเสียหาย” ได้ยากขึ้นทุกที
แถลงการณ์นี้เริ่มด้วยการบอกว่า เป็นการประชุมนัดพิเศษของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เมื่อวันที่ 15 ตุลา. ผ่านวิดีโอเพื่อปรึกษาการเตรียมการประชุมสุดยอด ASEAN Summit and Related Summits ระหว่าง 26-28 ตุลาคมนี้ (ผ่านวิดีโอเหมือนกัน)
“ทูตพิเศษของประธานอาเซียนว่าด้วยกิจการเมียนมา” (หมายถึงรัฐมนตรีต่างประเทศบรูไน Erywan Yusof) ได้รายงานที่ประชุมเกี่ยวกับความคืบหน้าของฉันทามติ 5 ข้อของผู้นำอาเซียนที่ประชุมกันวันที่ 24 เมษายนปีนี้ ที่สำนักงานเลขาธิการอาเซียนที่กรุงจาการ์ตา
รัฐมนตรีต่างประเทศแสดงความชื่นชมในการทำหน้าที่ของทูตพิเศษ
โดยให้ความสำคัญกับการที่ทูตพิเศษจะไปเยือนเมียนมาแต่ก็เน้นความสำคัญของการที่จะ “เข้าถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง” และการยึดมั่นตามหลักฉันทามติ 5 ข้อ
การย้ำความสำคัญของ “การเข้าถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง” (access to all parties concerned) มีนัยสำคัญมาก เพราะถึงวันนี้ทูตพิเศษอาเซียนก็ยังไม่ได้รับคำยืนยันว่าจะทำเช่นนั้นได้
แถลงการณ์บอกต่อว่า ได้ “ฟังอย่างระมัดระวัง” รายงานจากเมียนมาว่าด้วยการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อ
รายงานจากเมียนมาที่ว่านี้มาจากรัฐมนตรีต่างประเทศของรัฐบาลทหารพม่าคือ วันนา หม่อง ลวิน ที่เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์
แถลงการณ์บอกว่าตัวแทนจากเมียนมาได้แจ้งว่าทูตพิเศษอาเซียนควรจะ “หลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์กับฝ่ายที่กำลังอยู่ภายใต้กระบวนการกฎหมาย”
และระบุชื่อของ อองซาน ซูจี กับ อู วิน มิน (ประธานาธิบดีภายใต้รัฐบาลก่อน)
รวมถึง CRPH, NUG และ PDF
นั่นคือคำย่อของ Committee Representing the Pyidaungsu Hluttaw, National Unity Government และ People’s Defence Forces
ซึ่งรัฐบาลทหารพม่าถือว่าเป็นองค์กร “ผิดกฎหมาย” ในนิยามของเขา พอตัวแทนเมียนมาระบุเช่นนี้ก็เห็นได้ชัดว่ามีปัญหาแน่
เพราะเจตนาของฉันทามติ 5 ข้อนั้นต้องการจะให้ มิน อ่องหล่าย ผู้ก่อรัฐประหารนั่งลงปรึกษาหารือกับองค์กรและบุคคลต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากกลุ่มคนที่ประชาชนเลือกตั้งมาอย่างท่วมท้น และเป็นองค์กรที่เกิดขึ้นหลังรัฐประหารเพื่อเรียกร้องให้กลับไปสู่กระบวนการประชาธิปไตย แสดงว่าผู้นำอาเซียนกับแกนนำของรัฐบาลทหารเมียนมาตีความฉันทามติไปคนละข้างกันโดยสิ้นเชิง
แถลงการณ์บอกว่า รัฐมนตรีต่างประเทศต้อนรับ “ความพร้อม” ของรัฐบาลทหารพม่าที่บอกว่าพร้อมจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับทูตพิเศษอาเซียน
แต่ก็เน้นความจำเป็นที่จะต้องใช้ความยืนหยุ่นในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน
และตอกย้ำความสำคัญของการที่จะให้ทูตพิเศษอาเซียน “เข้าถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง”
เห็นได้ชัดว่าพูดกันคนละภาษาแล้ว
แถลงการณ์บอกต่อว่า รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนยืนยันที่จะยึดหลักการของกฎบัตรอาเซียน และขณะเดียวกันก็ตระหนักว่าสถานการณ์ในเมียนมามีผลต่อความมั่นคงและความเป็นเอกภาพของภูมิภาค
ตลอดจนความน่าเชื่อถือและสถานภาพความเป็นแกนหลักของอาเซียน (credibility and centrality of ASEAN)
ในฐานะที่อาเซียนเป็นองค์กรที่ยึดกฎกติกาสากลเป็นหลัก (rules-based organization) แถลงการณ์ย้ำว่าเมียนมาเป็น “สมาชิกที่สำคัญของครอบครัวอาเซียน”
ประโยคต่อมาของแถลงการณ์ตอกย้ำการที่รัฐมนตรีต่างประเทศต้องตัดสินทำอะไรที่รัฐบาลทหารเมียนมาไม่เห็นด้วยแน่นอน
เพราะมี “บางประเทศสมาชิกอาเซียนได้เสนอว่า อาเซียนควรจะให้พื้นที่ (space) กับเมียนมาเพื่อฟื้นคืนกิจการภายในและกลับสู่ภาวะปกติตามแนวทางที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชนเมียนมา)”
ประโยคนี้แหละที่นำไปสู่ข้อสรุปว่า แล้วเมียนมาจะมีตัวแทนแบบไหนในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้นก่อนสิ้นเดือนนี้
มีการระบุว่าสมาชิกอาเซียนบางประเทศได้รับการติดต่อจาก NUG (รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร) ที่จะให้เชิญตัวแทนของเขามาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน
มาถึงประโยคสำคัญที่สุดของแถลงการณ์ที่บอกว่า
“หลังจากมีการปรึกษาหารือกันอย่างกว้างขวาง ปรากฏว่าไม่มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าด้วยการเชิญตัวแทนทางการเมืองจากเมียนมา” มาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้
จึงสรุปด้วยประโยคสุดท้ายว่า
เมื่อมีการแก่งแย่งจากหลายฝ่ายในเมียนมาเพื่อส่งตัวแทนของตนมาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ ที่ประชุมนัดพิเศษของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนจึงสรุปว่า จะต้องยืนยันยึดมั่นในหลักการ “ไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิก”
แต่ขณะเดียวกันก็จะ “เปิดทางให้พื้นที่แก่เมียนมาในการฟื้นคืนกิจกรรมภายในและกลับสู่ภาวะปกติ”
ที่ประชุมจึงตัดสินใจที่จะเชิญ “ตัวแทนที่ไม่มีนัยทางการเมือง (non-political representative) จากเมียนมา” มาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้
ขณะเดียวกันก็รับทราบถึง “การสงวนสิทธิ์ในการเห็นต่าง” (reservations) จากตัวแทนเมียนมาในที่ประชุม
(แถลงการณ์ของรัฐบาลทหารพม่าหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงแสดงความ “ผิดหวังอย่างลุ่มลึก” และ “คัดค้าน” มติของที่ประชุมอาเซียนครั้งนี้อย่างขึงขังทีเดียว)
ผมสรุปว่าเป็นแถลงการณ์ที่ต้องใช้ความสามารถทางการทูตทั้งภาษาลีลาและการกำหนดนโยบายที่ท้าทายความสามารถของผู้นำอาเซียนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนจริงๆ
เคยเห็นนักกายกรรมไต่ลวดลอยฟ้าที่สร้างความหวาดเสียวให้กับผู้พบเห็นไหม? นั่นแหละสถานการณ์ของอาเซียนวันนี้!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


