วิกฤตยูเครนที่กำลังเป็นข่าวร้อนแรงไปทั่วโลกนั้นต้องมองจากทั้งฝั่งสหรัฐฯ และรัสเซีย
ประเด็นสลับซับซ้อนหลายประการที่ต้องทำความเข้าใจเพื่อประเมินได้ถูกว่าจะเกิดสงครามรอบใหม่ที่น่ากลัวหรือไม่
เริ่มด้วยข้อกล่าวหาจากสหรัฐฯ ว่ารัสเซียกำลังระดมกำลังทหารกว่าแสนนายเพื่อเตรียมบุกยูเครน
แต่ทางรัสเซียโต้กลับว่า สาเหตุที่ทำให้สถานการณ์ในยูเครนไม่มั่นคงนั้นอยู่ที่สหรัฐอเมริกาและประเทศสมาชิกนาโต (NATO) ทั้งหมด

มอสโกอ้างว่าสหรัฐฯ สนับสนุนรัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ 2014 ส่งผลให้ประธานาธิบดีและกลุ่มชาตินิยมได้เข้ามามีอำนาจ
ผลจากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผู้คนจำนวนหนึ่งในยูเครนเกิดไม่ไว้ใจในความปลอดภัยของตนเอง
ด้วยเหตุนี้ผู้ที่อยู่อาศัยในแหลมไครเมียและเขตดอนบาสจึงเลือกที่จะไม่อยู่ภายใต้รัฐบาลยูเครน
ส่งผลให้ไครเมียรวมตัวกับรัสเซีย
และทำให้ภูมิภาค Donetsk และ Luhansk ประกาศอิสรภาพ
รัฐบาลกลางของยูเครนที่กรุงเคียฟได้เริ่มสงครามกลางเมืองกับ Donbas ซึ่งยังคงดำเนินต่อไปจนถึงทุกวันนี้
รัสเซียอ้างว่ายูเครนและฝ่ายตะวันตกพยายามวาดภาพรัสเซียว่าเป็นฝ่ายยุยงกลุ่มที่ต้องการแยกตัวออก
แต่เป็นที่ยอมรับว่ารัฐบาลกลางยูเครนที่เคียฟนั้นเป็นคู่กรณีกับโดเนตสค์ และลูกาสค์ที่มีความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการทหารอย่างชัดเจน

รัสเซียอ้างถึงข้อตกลง Minsk Protocol ที่รัสเซียได้ร่วมกับองค์การ OSCE ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางใน Contact Group (CG) และรูปแบบ Normandy ควบคู่ไปกับเยอรมนีและฝรั่งเศส
รัสเซียกล่าวหาว่าอเมริกาและ NATO ต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของประชาคมโลกจากกิจกรรมทางทหารของตนเองในยูเครน
มอสโกบอกว่ากองกำลังติดอาวุธของยูเครนและกลุ่มพันธมิตรกำลังสร้างกิจกรรมทางทหารในบริเวณใกล้เคียงกับพรมแดนรัสเซีย และดำเนินการซ้อมรบทางทหารขนาดใหญ่ในระดับระหว่างประเทศ
ทางการรัสเซียอ้างว่ามีการวางแผนที่จะจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธทั้งหมด 10 กลุ่ม เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 เพื่อเปิดทางให้หน่วยกองกำลังติดอาวุธต่างชาติเข้ามาในยูเครน
และทำให้เกิดการขยายใหญ่ขึ้นของขนาดการซ้อมรบอย่างมีนัยสำคัญ
มอสโกโต้ข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ ว่า รัสเซียมีการซ้อมรบอย่างคึกคักเพื่อเตรียมบุกยูเครน
รัสเซียแย้งว่าทั้งหมดเป็นการซ้อมรบทางทหารในอาณาเขตของตนเป็นประจำอยู่แล้ว
แต่สหรัฐฯ ต่างหากที่ส่งกองกำลังติดอาวุธและอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ประเทศต่างๆ ในยุโรปตะวันออก ซึ่งอยู่ห่างจากพรมแดนของประเทศสหรัฐอเมริกาออกไปหลายพันไมล์
นั่นเท่ากับเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของยุโรปและเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์
มอสโกอ้างว่าการที่อเมริกาส่งอาวุธและที่ปรึกษาทางทหารไปยังยูเครนก็เท่ากับสนับสนุนให้รัฐบาลเคียฟดำเนินการบางอย่างต่อประชาชนในเขต Donbass
รัสเซียระบุว่า กว่า 20 ปีที่ผ่านมา กองกำลังของนาโตได้มุ่งมั่นในการขยายอิทธิพลไปทางตะวันออก ให้ชาติพันธมิตรรุกไปยังพรมแดนรัสเซีย
พร้อมกับสร้างและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและการขนส่งกองกำลังรบอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งรวมถึงการระดมสรรพกำลังข้ามมาจากมหาสมุทรแอตแลนติกด้วย
การเคลื่อนย้ายกองกำลังขนาดใหญ่ การติดตั้งขีปนาวุธในโรมาเนีย
การสร้างระบบการยิงขีปนาวุธในโปแลนด์
การสร้างโรงจัดเก็บอุปกรณ์ทางการทหารถูกสร้างขึ้นในประเทศยุโรปตะวันออกที่เป็นสมาชิกของนาโต มีการจัดเตรียมกองกำลังผสมในประเทศเหล่านี้
ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงของการทำงานร่วมกันของรัสเซีย-นาโตปี 2540
รัสเซียโต้ด้วยว่า จำนวนเรือรบของมหาอำนาจนอกภูมิภาคที่มุ่งหน้าสู่ทะเลดำได้มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้น่านน้ำกลายเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ไม่มั่นคง
ทะเลบอลติกที่เคยสงบและได้กลายเป็นเวทีสำหรับการเผชิญหน้าทางทหาร
เที่ยวบินโดยเครื่องบินสอดแนมของประเทศ NATO ได้กลายเป็นภัยคุกคามต่อการจราจรทางอากาศของพลเรือน
รัสเซียบอกว่าพันธมิตรนาโต (NATO) ได้ดำเนินการฝึกซ้อมทางทหารใกล้พรมแดนอย่างต่อเนื่อง
ปีที่แล้วเพียงปีเดียว มีการซ้อมรบประมาณ 120 ครั้ง ในระหว่างที่มีการซ้อมรบ โดยมีนัยว่ารัสเซียนั้นได้กลายมาเป็นศัตรูตามสมมุติฐานที่ตั้งขึ้น
“นาโต (NATO) กำลังดำเนินตามนโยบายที่ก้าวร้าวอย่างยิ่ง และกำลังจ้องดูฟินแลนด์ สวีเดน ยูเครน และจอร์เจีย ในขณะเดียวกันก็พยายามขยายอิทธิพลในเอเชียกลาง นอกจากนี้ยังสร้างอาวุธในพื้นที่ยุคหลังโซเวียตที่อาจก่อให้เกิดอันตรายทางชีวภาพ”
นี่คือแนวทางการตอบโต้ของรัสเซียต่อสหรัฐฯ และ NATO ที่ควรแก่การวิเคราะห์ต่อเนื่อง ในขณะที่เรากำลังเกาะติดสถานการณ์อย่างใจจดใจจ่อจากมุมมองของไทยเราด้วยเช่นกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


