
ร้องไห้หนักมาก..
จนทำให้รู้สึก..นี่ ดีใจ หรือเสียใจกันแน่สำหรับ “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” กับการได้ขึ้นรับรางวัล “นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม”
ทั้งจากละครยาวเรื่อง “ทองประกายแสด” และละครสั้นเรื่อง “ทิชา” จากเวทีการประกาศผลรางวัล “นาฏราช” ครั้งที่ 16 ประจำปี 2567..
ของ “สมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์” เมื่อคืนวันก่อน!
และหลังจากเช็ดน้ำตง-น้ำตา นางเอกสาว (โสด) ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมว่า.. “หนูเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำอาชีพนักแสดง เติบโตมากับวงการซีรีส์และภาพยนตร์ไทย
มองเห็นความเปลี่ยนแปลง ความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ พัฒนามากมายของพี่น้องในวงการ ได้มองวงการของเราเติบโตไปข้างหน้าด้วยความรักและความภาคภูมิใจอย่างที่สุด
ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในวงการซีรีส์และภาพยนตร์ไทยของพวกเรา ขอบคุณคณะกรรมการทุกท่าน พี่น้องในวงการทุกคนที่มองเห็นคุณค่าและความตั้งใจของนักแสดงคนนี้
ขอบคุณทุกๆ โอกาส ทุกๆ ความเมตตาที่หนูได้รับ ขอบคุณคุณครูทุกคนของหนู ขอบคุณครอบครัว ผู้จัดการคนเก่ง และแฟนคลับที่น่ารัก ที่คอยสนับสนุนความฝันความตั้งใจของหนูมาตลอด
ที่สำคัญที่สุดขอบคุณผู้ชมทุกท่านที่สนับสนุนผลงานของคนไทยเสมอมา หนูขอเป็นส่วนหนึ่งที่เติบโตไปพร้อมกับวงการซีรีส์และภาพยนตร์ไทย
และจะทำหน้าที่นักแสดงของหนูด้วยความรัก เคารพในวิชาชีพและทำมันด้วยความเคารพคนดูเสมอ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก 18-05-68”
ครับ..ก็สมควรที่เธอจะร้องไห้เป็นเรื่องเป็นราว ก็อย่างที่ผมได้เคยพูดตรงนี้แหละว่า รางวัลนาฏราชนั้น มีศักดิ์มีศรี มีความขลัง มีความยุติธรรม บริสุทธิ์ด้วยคะแนนโหวต
ทุกคนที่ได้รับต่างก็รู้สึกได้รับเกียรติ ภาคภูมิใจ ตื้นตัน ปีติเป็นธรรมดา ซึ่งไม่เฉพาะใบเฟิร์น คนอื่นที่ได้รับก็มีความสุข มีน้ำตาให้เห็นเช่นเดียวกัน!
ส่วน “รางวัลเกียรติยศด้านวิทยุและโทรทัศน์ ปีนี้ ผู้ที่ได้รับ “รางวัลเกียรติยศด้านวิทยุ” คือ คุณสมสุข กัลย์จาฤก กับ “รางวัลเกียรติยศด้านโทรทัศน์” คือ ดร.ภัทราวดี มีชูธน
และที่เห็นต้องปรบมือ แสดงความยินเป็นพิเศษก็อดีตพระเอก “คุณนิรุตติ์ ศิริจรรยา” แม้ว่าปัจจุบันอายุอานามย่างเข้า 78 ขวบเข้าไปแล้ว
แต่ฝีมือด้านการแสดงก็ยังคงมี “พลัง” อยู่อย่างคงเส้นคงวา..ปีนี้จึงเลยคว้า “รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม” จากละครเรื่อง “รถรางเที่ยวสุดท้าย” ไปครอง
ไม่ต้องทำหน้างง ละครเรื่องนี้ผลิตและแพร่ภาพออกอากาศทาง “ไทยพีบีเอส” ซึ่งหลายท่านคงไม่ได้ผ่านตาเช่นเดียวกับผม ก็หวังหลังจากนี้ทางช่องจะได้นำกลับมารีรันอีกรอบให้ได้ชมกัน
อีกท่านที่ขอเอ่ยถึง คือ คุณต่าย อรทัย นักร้องลูกทุ่งคนดัง แม้เธอจะไม่ใช่นักแสดงอาชีพ จะเน้นด้านร้องเพลงเสียมากกว่า
แต่ปีนี้เธอสามารถคว้า “รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม” ไปครองได้จากละครเรื่อง “ดั่งธรณี” ..ขอแสดงความยินดีด้วย!
แล้วใครอีกล่ะ..ที่ค่อยๆ ตรวจตราดู ด้วยเพราะมีมากหลายรางวัลจนตาลาย ซึ่งก็ไม่สามารถจะนำมาลงในเนื้อที่ตรงนี้ได้หมด อย่างไรเสียก็ต้องขออภัยเอาไว้กับผู้ที่ไม่ได้เอ่ยนาม
อ้อ..ได้มาอีกชื่อ “คุณทวีวัฒน์ วันทา” รายนี้นับว่าเป็น “ปีทอง” ของเขาเลยก็ว่าได้ นอกจากหนังที่กำกับอย่าง “ธี่หยด 1-2” ที่โกยเงินไป 200-300 ล้านบาทแล้ว
ด้านละครและซีรีส์ก็ยังได้รับรางวัล “ผู้กำกับยอดเยี่ยม” จากเรื่อง “นางนาคพระโขนง” ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อีกด้วย
เออ..เจอชื่ออีกคน “คุณชาคริต แย้มนาม” นี่ขนาดไปทุ่มเทแรงกาย-แรงใจ เป็น “เขยจัน” ปลูกทุเรียนอยู่เมืองจันทบุรีแบบเอาจริง-เอาจังอย่างเช่นเกษตรกร
กระนั้น งานด้านการแสดง ก็ยังคงรักษา “มาตรฐานฝีมือ” ไว้อย่างเหนียวแน่น จึงได้รับ “รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากละครเรื่อง “สงครามสมรส” ไปครองอีกปี!
นี่..สถาบันอื่นเขาก็จัด-แจกกันไปหมดแล้ว เหลือก็แต่งาน “ประกาศผลภาพยนตร์แห่งชาติ รางวัลสุพรรณหงส์” เท่านั้น จุ๊ๆ อย่าเอะอะเสียงดัง..
สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ยังหลับอยู่ (มั้ง)!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แหล่งรวมมิจฉาชีพ?
“กูรู เยอะจังคับสมัยนี้ วิแคะสงครามกันละเอียดทุกเม็ด มันจะต้องหยั่งงั้นหยั่งงี้ อพิโถ...ชีวิตจริงรบแต่กับยุง แมลงสาป และหมาที่บ้าน แต่ในโซเชียลอย่างเฟี้ยส”
แก้ปัญหาซื้อเสียง?
"การประชุมหน่วยราชการใด? ช่างสร้างภาพทันสมัย ช่วยชาวบ้านสวนมะพร้าว ต่อไปปลาหมอคางดำ ทุเรียน คงมีโอกาสได้ขึ้นโต๊ะประชุม เพื่อแก้ปัญหาด้วยภาพลักษณ์ เช่นเดียวกับให้ปั๊มน้ำมันแจกมะพร้าว
อินฟลูฯ กับ นักแสดง
“อีกไม่นานเกินรอ กำหนดการ คืนอิสรภาพให้กับ เสก โลโซ 23 มิถุนายน 2569 แน่นอน แล้วพบกัน”
แตกหักแล้ว?
ก็..ติดตามดูกันไปด้วยความระทึก! ทั้งสงครามการสู้รบระหว่างอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน ที่น่าจะตูมตามใส่กันดุเดือดเข้มข้นขึ้นตามลำดับ จนกว่าจะพินาศย่อยยับกันไปข้าง..
‘ตลก’เพราะช่วยเกษตรกร?
“การออกมาพูดจะวางมือทางการเมือง
แนะนำด้วยปรารถนาดี
ปล่อยผี 396 สส. หมายความว่าอย่างไร? เนี่ย..มีคนสงสัยถามเอากับผม ซึ่งจะตอบว่า “กูไม่รู้” ก็กลัวจะเสียฟอร์ม-เสียหน้า เพราะคำนี้ประชาชน-ชาวบ้านไม่ได้พูด

