
ตอนทับไม่ร้อง แต่พอท้องจะให้รับ!
ก็..เห็นต้องพูดอย่างนี้แหละ เพราะเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมดทั้งมวล เริ่มต้นก็จากฝ่ายโน้นลงมือก่อนทั้งนั้น
เริ่มจากการขุดคูเลต ขยับเคลื่อนกำลังพลเข้ามาประชิดเขตไทย พร้อมกับข่มขู่อ้างสิทธิ์โน่นนี่นั่น เรียกว่ายั่วยุยียวนกวนโอ๊ยไม่เว้นวัน เสมือนหนึ่งเห็นรัฐบาลไทยไร้น้ำยา (ก็จริง)!
ซึ่งระดับประชาชน-คนไทยหงุดหงิดรำคาญใจน่ะไม่เท่าไหร่ แต่มันดันรำคาญ-หงุดหงิดใจทหารเข้านี่สิ แล้วเป็นไงล่ะ แค่ปิดด่าน..
ฮุน เซน พ่อนายกฯ ฮุน มาเนต ก็โวยวายทันที.. “วันนี้ กองทัพไทยได้ปิดด่านชายแดนปอยเปตโดยฝ่ายเดียวก่อนกำหนด
เพราะฉะนั้นประเทศไทยต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่สำหรับการกระทำนี้ สำหรับพลเมืองกัมพูชา สิ่งสำคัญคือต้องมีวุฒิภาวะและมีสติ และหลีกเลี่ยงการยั่วยุให้เกิดเหตุต่างๆ
ผมเพียงต้องการเตือนไปยังทั้งชาวกัมพูชาและชาวไทยว่า หากสินค้าของไทยขาดหายไปจากตลาดกัมพูชา นั่นไม่ใช่เพราะชาวกัมพูชาร่วมกันบอยคอต
แต่เป็นผลที่ตามมาจากการปิดชายแดนมากกว่า เพราะเมื่อคนผ่านเข้ามาไม่ได้ สินค้าก็ผ่านเข้ามาไม่ได้เช่นกัน”
โถโถ..รีบโยนขี้เลยนะ ไม่เป็นไรน่า ปิดชายแดนแค่ไม่กี่เพลาประเดี๋ยวทหารไทยก็เปิดให้ ยกเว้นก็แต่ฮุน เซน กับฮุน มาเนต จะกวนโอ๊ยต่อ..
ถ้าอย่างนั้นไม่ได้ปิดแค่ชายแดน อาจถึงขั้นตัดไฟ-ตัดอินเทอร์เน็ตเอานู่นเลย..ลองดิ!
อืออ..ไม่พูดพร่ำทำเพลง และนั่งจดจ่ออยู่กับหน้าจอมือถือ ในท่ามกลางความตึงเครียดที่ชายแดน เพจอทิส อัมริท ได้โพสต์..
“วันนี้ พี่อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ บอสใหญ่ ของ อทิส ได้เดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา จังหวัดสุรินทร์ เพื่อส่งมอบสิ่งของจำเป็น
อาทิ แผงโซลาร์เซลล์ และน้ำดื่มให้กับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า อุปกรณ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต
แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างบังเกอร์ป้องกันการโจมตี ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์ตึงเครียดเช่นนี้
เงินที่ใช้ในการจัดซื้ออุปกรณ์และสิ่งของจำเป็นครั้งนี้มาจากรายได้จากการทำงานร่วมกันของพวกเราทีม “อทิส”
เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ที่ได้สนับสนุนกำลังพลผู้เสียสละ ขอส่งแรงใจไปยังพี่น้องทหารทุกนายที่ยืนหยัดอยู่แนวหน้า
ขอให้ปลอดภัย และขอให้กำลังใจจากพวกเราทุกคนเป็นพลังในการทำหน้าที่เพื่อชาติ”
ก็..ถือเป็นนักแสดง-ดาราคนแรกกระมังที่ได้ “จุดประกาย” เดินทางเข้าไปยังพื้นที่ เพื่อมอบสิ่งของ อุปกรณ์จำเป็นให้กับทหารด้วยตัวเอง
ทำแบบนี้จะทิ่มแทงใจดำนักวิชาการ (หัวเกียง) หรือเปล่าไม่รู้ เพราะเห็น “ผศ.ทัศนัย เศรษฐเสรี” อาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็โพสต์..
“ไอ้พวกคลั่งชาติ คลั่งสงคราม คงจะดูหนังแนวบางระจัน แนวชนช้างอะไรพวกนี้มาก จนมีความคิดว่าถึงยามศึกสงครามจะวิ่งออกไปประจัญบาน ได้แกว่งดาบ
ได้ใช้วิชามวยที่ฝึกกันมาเหมือนคนในอดีต หรือไม่ก็ดูหนังมาจากหนังฮอลลีวูดประเภทซุ่มหลบกันสองฝ่ายแล้วผลุบๆ โผล่ๆ สลับกันขึ้นมายิงปืนเขวี้ยงระเบิดกันไปมา
ไม่งั้นก็อยู่กันคนละหุบเขาผลัดกันยิงๆ พอเที่ยงตะโกนขอเบรกพักกินข้าวอะไรทำนองนั้น..
ยิ่งพวกสลิ่...คงคิดว่าออกไปช่วยกันคนละไม้คนละมือในแนวรบ ตั้งเต็นท์ทำอาหารเหมือนช่วยน้ำท่วม ระดมข้าวปลาอาหารช่วยก็น่าจะทำได้ ตายห่...กันหมดนะครับ”
ขอโทษ..คนที่ออกมาให้กำลังใจทหาร ไม่ได้ต้องการให้ทหารไปรบราฆ่าฟันกับใครหรอก ว่าแต่..
อาจารย์เป็นไรมากรึเปล่าครับ?.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”
ชุดไทยพระราชนิยม
ต้องบอกว่า..สะอาดตา-สบายใจที่ได้เห็น.. ผมหมายถึง “ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด” และจอดิจิทัลที่มีสาวงามสวม “ชุดไทย” เป็นนางแบบของกระทรวงวัฒนธรรมที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ในขณะนี้น่ะ!

