
โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านพลังงานที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งปัจจัยระยะสั้นและระยะยาว กำลังส่งผลกระทบต่อราคาและความมั่นคงด้านพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ แม้ทั่วโลกจะให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่ Net Zero แต่ความเป็นจริงคือการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้เวลา เห็นได้จากการที่สหรัฐชะลอการผลักดันเป้าหมาย Net Zero ในขณะที่บริษัทพลังงานทั่วโลกยังคงเห็นว่าทิศทางนี้เป็นสิ่งที่ต้องเดินหน้า แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทาย
เช่นเดียวกับที่นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวในงาน iBusiness Forum Decode 2025 : The Mid-Year Signal ถอดสัญญาณเศรษฐกิจโลก พลิกอนาคต เศรษฐกิจไทย ว่า ทิศทางพลังงานโลกในปัจจุบันต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจผันผวน แรงกดดันจากเงินเฟ้อ นโยบายที่ไม่แน่นอน และการขยายตัวของเทคโนโลยีดิจิทัล
ในขณะที่ปัจจัยระยะยาวคือความท้าทายหลักในการลดคาร์บอนสู่เป้าหมาย Net Zero การเดินทางสู่พลังงานสะอาดจึงต้องอาศัยความสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ความยั่งยืน และราคาพลังงานที่เหมาะสม ที่ผ่านมา ปตท.เองก็ยังคงให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงานและความยั่งยืนควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งข้อมูลการใช้พลังงานโลกชี้ชัดว่า แม้พลังงานหมุนเวียนจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ถึง 20% ของการใช้พลังงานทั้งหมดจนถึงปี 2593 เนื่องจากข้อจำกัดด้านเสถียรภาพและราคา
ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สะอาดกว่าจึงยังคงมีบทบาทสำคัญและสัดส่วนการใช้เพิ่มขึ้นจาก 24% ในปี 2566 เป็น 26% ในปี 2593 ในขณะที่น้ำมันจะลดลงจาก 31% เหลือ 28% แนวโน้มนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มองว่าก๊าซธรรมชาติจะยังคงเป็นเชื้อเพลิงหลักในอีก 20-30 ปีข้างหน้า ด้วยความสามารถในการผลิตก๊าซธรรมชาติได้เองในภูมิภาค เช่น ไทย เมียนมา มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งตอบโจทย์ด้านความมั่นคงทางพลังงานได้เป็นอย่างดี
ทิศทางพลังงานของประเทศไทยเต็มไปด้วยทั้งโอกาสและความท้าทาย แม้กระทรวงพลังงานจะส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น แต่ยังคงมีข้อจำกัดด้านความเสถียรในการผลิตและต้นทุนที่สูง ซึ่งส่งผลต่อค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น ก๊าซธรรมชาติจึงยังคงมีบทบาทสำคัญและสัดส่วนการใช้ไม่ได้ลดลงในระยะยาว โดยประเทศไทยสามารถผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยได้ 50% ของการใช้ทั้งหมด นำเข้าจากเมียนมา 15% และที่เหลือเป็นการนำเข้า LNG ถึง 30%
และเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการเร่งสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจากแหล่งในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG ซึ่งมีความเสี่ยงด้านราคาในช่วงที่เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ การปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาไฮโดรเจน และการดักจับและจัดเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) การสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุน ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการลดระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ทั้งนี้ การลดการปล่อยคาร์บอนเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน กลยุทธ์ที่สำคัญประกอบด้วย 1.การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน : การใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด 2.การใช้พลังงานสะอาด : การส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์และลม 3.การปลูกป่า : การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ 4.การใช้กฎหมายและกฎระเบียบ : การออกนโยบายที่สนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอน
และ 5.CCS : เทคโนโลยีที่คาดว่าจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 500 โครงการทั่วโลกใน 5 ปีข้างหน้า รวมถึงการพัฒนาไฮโดรเจนซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่มีศักยภาพสูง แม้ปัจจุบันจะมีต้นทุนสูง แต่ในอนาคตเมื่อต้นทุนลดลง การนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น
ทิศทางพลังงานโลกและไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การสร้างความสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ความยั่งยืน และราคาที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทบาทของภาครัฐและบริษัทพลังงานจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการนำพาประเทศไทยฝ่าคลื่นความผันผวนและสร้างอนาคตพลังงานที่ยั่งยืน.
ณัฐวัฒน์ หาญกล้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เจาะกลไกพยุงราคา‘ก๊าซหุงต้ม’
ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
ทำความรู้จัก Financial Optionality
เคยไหม...รายได้เข้าทุกเดือน แต่เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิตกลับรู้สึกว่า “ยังทำไม่ได้” เพราะรายได้ในอนาคตส่วนหนึ่งถูกผูกไว้กับค่าบ้าน ค่ารถ และภาระผ่อนต่างๆ นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไม “มีรายได้” จึงไม่ได้แปลว่า “มีอิสระทางการเงิน” เสมอไป
อายุยืนบนโจทย์‘เงินออม’ที่ยาวขึ้น
การมีอายุยืนยาวขึ้นสะท้อนความก้าวหน้าด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต แต่ในอีกด้านหนึ่งกำลังเปลี่ยนโจทย์สำคัญของการใช้ชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่รายได้จากการทำงานลดลงหรือสิ้นสุดลง เมื่อช่วงชีวิตหลังเกษียณอาจกินเวลายาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ การวางแผนอนาคต จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการมีเงินเพียงพอสำหรับวันหยุดทำงาน แต่เป็นการออกแบบความมั่นคงให้สอดคล้องกับระยะเวลาของชีวิตที่ยืดยาวขึ้น
แรงงานไทยหาตัวเองให้เจอ
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจที่ต้องการแรงงานที่มีความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความทันสมัยของเทคโนโลยี และตลาดแรงงานยังต้องการคนที่พร้อมทำงานได้ทันที แต่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกลับยังไม่แน่ใจว่าตัวเองถนัดอะไร และอยากเติบโตไปในเส้นทางใด สำหรับเคทีซี การพัฒนาคนไม่ใช่เพียงการสร้างบุคลากรให้กับองค์กร แต่คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ค้นพบศักยภาพของตนเอง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ชูโมเดลจัดการน้ำไม่ท่วมไม่แล้ง
ภาพจำมหาอุทกภัยปี 2554 คือบทเรียนราคาแพงของภาคอุตสาหกรรมไทย แต่ในปัจจุบัน ท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้วจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง “พระนครศรีอยุธยา” ได้ก้าวข้ามจากการตั้งรับเฉพาะหน้า ไปสู่ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงแบบ 360 องศา เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ ให้นักลงทุนมั่นใจว่าโรงงานผลิตจะไม่สะดุด ไม่ว่าธรรมชาติจะเหวี่ยงมาทาง “น้ำหลาก” หรือ “เอลนีโญ”
Gastech 2026 ขับเคลื่อนพลังงานมั่นคง
งาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นมหกรรมนิทรรศการและการประชุมด้านก๊าซธรรมชาติ LNG โซลูชันคาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก กำลังจะจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่สองในรอบเกือบสองทศวรรษ งานนี้คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ พร้อมบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 ราย และวิทยากรระดับโลกกว่า 800 คน ครอบคลุมทั้งระดับรัฐมนตรี ผู้บริหารซีอีโอ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ภายใต้การเป็นเจ้าภาพของกระทรวงพลังงานไทย ร่วมกับพันธมิตรสำคัญอย่าง EGAT ปตท. และ Gulf ในฐานะ National Consortium Partners

