
เทรนด์การดูแลตัวเองตอนนี้เป็นกระแสมาแรง เพราะทั้งเรื่องร่างกายและจิตใจสามารถปฏิบัติได้ตามแบบฉบับของตัวเองตามที่ถนัดหรือความต้องการ
ซึ่งเราสามารถพัฒนาตัวเองไปในทิศทางที่ดีได้ เพราะการดูแลสุขภาพตัวเองเป็นเรื่องของบุคคล ซึ่งบางคนอาจจะเห็นผลมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติ
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เจอกับ เดอะแสน อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ พรรคกล้าธรรม เพื่อสัมภาษณ์ แต่เหล่าเหยี่ยวข่าวถึงกับพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แสน หน้าใสขึ้นมาก จึงได้ถามว่าทำไมหน้าใส
ทางเจ้าตัวที่ได้ยินถึงกับยิ้มและบอกแบบเขินๆ ว่า “เมื่อคืนนอนไม่ดึก” ทางผู้สื่อข่าวถามต่อว่า “ต้องใช้อะไรหน้าถึงใสขนาดนี้” ด้าน แสน จึงตอบแบบจริงจังว่า “ตอนเช้าใช้โฟมล้างหน้า และมอยซ์เจอไรเซอร์ ราคาหลักร้อย ไม่แพง”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ทางผู้สื่อข่าวที่ยืนตรงนั้นก็ถามอีกว่า “แล้วต้องมีขั้นตอนอะไรมากกว่านี้ไหม” ทาง สส.แสน ตอบกลับว่า “ทำฟาสติ้ง ตอนเช้าดื่มกาแฟดำ งดกินน้ำตาล ถ้าอยากกินน้ำตาลก็ต้องเปลี่ยนเป็นหญ้าหวาน”
แถมยังบอกด้วยว่า “มีช่วงนึงที่หน้าไหม้แดด ก็เลยไปซื้อที่มาส์กหน้าดู ใช้ได้ผลเลย” ถือว่าเป็นวิธีกู้หน้าไหม้ได้อย่างทันใจ
ส่วนเรื่องออกกำลังกายก็ออกตามความถนัด ซึ่งเมื่อดูจากโซเชียลส่วนตัวของ สส.แสน เจ้าตัวก็ลงคอนเทนต์ให้เห็นว่าเข้ายิมบ้าง
แหม่ๆ เคล็ดไม่ลับแบบนี้ ทำตามกันได้ง่ายๆ แถมยังประหยัดเงินในกระเป๋าอีกต่างหาก
ยิ่งช่วงนี้แดดในประเทศไทยแสบร้อน ครีมกันแดดก็ไม่น่าจะเอาอยู่ แต่ถึงอย่างไรก็อย่าลืมดูแลตัวเองทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ.
เจ้าพระพาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พร้อมเคียงข้าง
จากสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 4-10 ตุลาคมนี้ ที่จะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งวิกฤตนี้ทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบ รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ที่ “รัฐมนตรีท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งเตรียมแผนฟื้นฟูและมาตรการพรึ่บเพื่อรองรับไว้แล้ว
แม่พระของ ‘ช้าง’
ปิดทองหลังพระมาโดยตลอด แต่ปิดอย่างไรก็มีคนเห็น เพราะสิ่งที่ หนูนา–กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และประธานมูลนิธิบรรหาร–แจ่มใส ศิลปอาชา ทำให้กับชาวช้าง มันมากเสียเหลือเกิน
ไม่ทิ้งเด็ก กยศ.
แว่วเสียงถอนหายใจยาวของเหล่านิสิตนักศึกษาที่เคยมืดแปดด้านเรื่องทุนการศึกษา บัดนี้กลับมีรอยยิ้มและแสงสว่างแห่งความหวังฉายชัดขึ้นอีกครั้ง
ยอมโดนด่า ใจแลกใจ
ลุยน้ำท่วมรอบนี้ไม่หมูอย่างที่คิด สำหรับ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ควงทีมงานลงไปเหยียบน้ำท่วมดูทุกข์ชาวบ้านย่านแฟลตคลองจั่น
‘แพลนนิ่ง’
ในการประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา มีการพิจารณารายงานศึกษาเรื่องที่คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พิจารณา เสร็จแล้ว
ไม่ทิ้งชาวบ้าน
จากสถานการณ์น้ำท่วมสู่ขั้นวิกฤตในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมขัง กระทบการจราจรและการใช้ชีวิตของประชาชน

