วิกฤตยูเครนไม่แผ่ว การทูตยังติดมุมอับ

ภาพถ่ายทางอากาศชุดนี้บอกเล่าถึงการระดมพลครั้งสำคัญของรัสเซีย...อันเป็นเหตุของความตึงเครียดในวิกฤตยูเครนวันนี้ที่ยังไม่ลดอุณหภูมิลง

ผมเฝ้าข่าว “วิกฤตยูเครน” ตลอดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยใจระทึก

ไม่ได้ระทึกว่ารัสเซียจะบุกยูเครนหรือเปล่า

แต่ลุ้นว่าจะมีทางออกทางการทูตอย่างไรมากกว่า

เพราะผมไม่เชื่อว่ารัสเซียต้องการจะเปิดศึกสงคราม และสหรัฐฯ ก็คงไม่โง่พอที่จะก่อให้เกิดการสู้รบจนทำให้ยูเครนกลายเป็น “กับดัก” ใหม่ของกองกำลังทหารของตน

บทเรียนเวียดนาม, อิรัก, อัฟกานิสถาน คงจะยังไม่หายไปจากแนวทางวิเคราะห์ของคณะที่ปรึกษาทั้งด้านการเมืองและทางทหารของโจ ไบเดน

แต่ไม่ติดตามข่าวให้ต่อเนื่องก็ไม่ได้

เพราะข่าวแต่ละชิ้นที่ออกมาจากสหรัฐฯ และอังกฤษช่วงวันเสาร์-อาทิตย์นั้น ล้วนแล้วแต่สร้างความเครียดให้กับผู้คนที่เกาะติดสถานการณ์อย่างสูง

เช่นคำเตือนของประธานาธิบดีไบเดนให้คนอเมริการีบอพยพออกจากยูเครน

ถึงกับบอกว่าสถานการณ์ที่นั่นอาจจะเสื่อมทรุดลงได้อย่างรวดเร็วแบบ “บ้าคลั่ง” กันเลยทีเดียว

มิหนำซ้ำ “แหล่งข่าวในทำเนียบขาว” ที่สื่อสหรัฐฯ อ้างก็ยกระดับความตึงเครียดตลอดเวลา

เช่นข่าวที่บอกว่ารัสเซียมีกองทหารพร้อมที่จะบุกยูเครน "เมื่อใดก็ได้"

และขอให้พลเมืองอเมริกันควรออกจากยูเครนภายใน 48 ชั่วโมง

ข่าวอ้างทำเนียบขาวว่า การบุกรุกอาจเริ่มต้นด้วยการวางระเบิดทางอากาศ ซึ่งจะทำให้การเดินทางออกยากและเป็นอันตรายต่อพลเรือน

แต่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่าไม่จริง ตนไม่มีแผนจะบุกยูเครน เพียงต้องการให้สหรัฐฯ และนาโตเลิกแผนการที่จะให้ยูเครนกลายเป็นส่วนหนึ่งของนาโตเท่านั้น

แล้วทหารรัสเซียกว่า 100,000 นายที่ประชิดติดชายแดนยูเครนล่ะ?

ปูตินบอกว่าเป็นการซ้อมรบตามวงรอบปกติกับเพื่อนบ้านเบลารุส

แต่สำนักข่าวสหรัฐฯ อ้างคำพูดของแหล่งข่าวทำเนียบขาวว่า

“ข่าวกรองสหรัฐฯ ยืนยันว่าปูตินได้ตัดสินใจจะบุกยูเครนแล้ว”

จะไม่ให้ต้องคอยติดตามข่าวจากวอชิงตัน, มอสโก, เคียฟ, ลอนดอน และเบอร์ลินกับปารีสได้อย่างไร

เพราะอีกหลายประเทศก็ได้ออกประกาศให้พลเมืองของตนออกจากยูเครน

ไม่ว่าจะเป็นสหราชอาณาจักร แคนาดา เนเธอร์แลนด์ ลัตเวีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

กระทรวงต่างประเทศรัสเซียกล่าวหาประเทศตะวันตกว่าเผยแพร่ข้อมูลเท็จ

“เหยี่ยว” ตัวสำคัญด้านตะวันตกน่าจะเป็นเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ

ที่ให้สัมภาษณ์ต่อเนื่องว่า ขณะนี้กองกำลังของรัสเซีย "อยู่ในฐานะที่จะสามารถใช้เปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ได้แล้ว"

“เห็นได้ชัดว่าเราไม่สามารถทำนายอนาคตได้ เราไม่รู้แน่ชัดว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้ความเสี่ยงสูงพอแล้ว และภัยคุกคามก็เกิดขึ้นได้แบบฉับพลันทันทีได้เช่นกัน” เขากล่าว

ซัลลิแวนบอกว่ารัสเซียกำลังมองหา “ข้ออ้าง” ที่จะเปิดปฏิบัติการทางทหาร

และอาจเริ่มต้นด้วยการทิ้งระเบิดทางอากาศที่รุนแรงเพื่อปูทางสู่การรุกใหญ่

รัสเซียเดินหน้าซ้อมรบทางทหารในทะเลดำที่นักวิเคราะห์บางค่ายบอกว่า เป็นปฏิบัติการทางทหารที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่การสิ้นสุดของสงครามเย็นเมื่อปี 1989

คนที่มาเพิ่มน้ำหนักให้กับคำเตือนนี้คือรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แอนโทนี บลิงเคน ที่บอกว่าการระดมทหารรัสเซียที่ชายแดนติดกับยูเครนเป็น “สัญญาณที่น่าหนักใจอย่างยิ่ง ทำให้เห็นว่ารัสเซียจงใจจะยกระดับความรุนแรงขึ้น”

และยังโยงจังหวะการรุกทางทหารของรัสเซียกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ปักกิ่งอีกด้วย

“เราอยู่ในช่วงเวลาที่การบุกรุกสามารถเริ่มต้นได้ตลอดเวลา ซึ่งรวมถึงระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก (ซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 20 กุมภาพันธ์)”

ไบเดนคุยกับผู้นำยุโรปตะวันตกข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกวางแนวปฏิบัติการร่วมกัน เพื่อกดดันปูตินหากรัสเซียบุกยูเครนจริง

อเมริกาเตรียมส่งทหารอีก 3,000 นายจากฟอร์ตแบรกก์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ไปยังโปแลนด์ คาดว่าจะไปถึงในสัปดาห์หน้า

ไบเดนย้ำว่า ทหารอเมริกันจะไม่ถูกส่งไปสู้รบในยูเครน แต่เป็นการแสดงออกถึงการ “รับประกัน” ว่าวอชิงตันพร้อมจะป้องกันพันธมิตรของสหรัฐในวิกฤตยูเครนครั้งนี้

ผู้นำยูเครนบอกว่ารัสเซียพยายามจะปิดทางออกทะเล

รัสเซียบอกว่าการซ้อมรบกับเพื่อนบ้านเบลารุสเป็นเรื่อง “วงรอบ” ของกิจกรรมทางทหารปกติ และเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่จะมีกิจกรรมทางทหารภายในดินแดนของตน

แต่ภาพดาวเทียมที่ฝรั่งตะวันตกนำเสนอต่อสื่อหลายชุดตอกย้ำว่า การเคลื่อนไหวทางทหารของรัสเซียครั้งนี้ “ไม่ธรรมดา”

ผู้นำฝรั่งเศสมาครงพยายามจะเล่นบท “ผู้ไกล่เกลี่ย” ด้วยการใช้ “การทูตวิ่งรอก” ไปเจอผู้นำรัสเซีย, ยูเครน, โปแลนด์ และอื่นๆ

แต่เขาก็ยอมรับว่าเพียงแค่บินโฉบไปมา และนั่งประชุมกันไม่กี่ชั่วโมงคงจะไม่สามารถจะแก้วิกฤตอันสลับซับซ้อนนี้ได้

               ทุกรายละเอียดและทุกความเคลื่อนไหวขณะนี้อยู่ในความสนใจของทั้งโลก

เพราะหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพลี่ยงพล้ำ หรือ “ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด” อาจจะเกิดอุบัติเหตุที่นำไปสู่สงครามรอบใหม่

ที่ไม่มีใครต้องการ

แต่ยังไม่มีใครรู้ว่าทางออกคืออะไรเช่นกัน

หวังว่าจะคุ้มกับการอดหลับอดนอนของผมในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อเกาะติดทุกสื่อของตะวันตกและรัสเซีย

หวังว่าปูตินกับไบเดนจะ “ฉลาดพอ” ที่จะหาทางออกที่วันนี้ยังมองไม่เห็น

เพราะหากหาทางออกจาก “ทางตัน” ไม่ได้จริงๆ โลกวุ่นวายแน่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’

ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon  โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!

ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568

นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน