จะได้รู้..คนขายชาติ?

กูขอเตือน..

เปล่า..ไม่ใช่ผมหรอก แต่เป็นคุณต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค ผู้กำกับหนังคนดังนู่น เห็นวันก่อนโพสต์ข้อความพร้อมภาพโปสเตอร์หนัง “บุปผาราตรี”..

“ประกาศ: ‘บุปผาราตรี’ ยุทธเลิศคือเจ้าของลิขสิทธิ์และจักรวาลของหนังแต่ผู้เดียวบนโลกใบนี้

ยังไม่เคยอนุญาตให้ใครเอาไปทำภาคต่อ ไม่ว่าจะ Reboot หรือ Remake หรือรีอื่นใดทั้งสิ้น มีเพียงครั้งเดียวที่อนุญาตให้ไปทำใหม่คือ ‘บุปผาราตรี The Musical’

แต่นั่นก็เฉพาะในแบบละครเวที และขอลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถ้าในแบบหนังภาคต่อไม่มีนะครับ

ที่จะมีคือ ‘Buppah in New York’ หรือบุปผาราตรี 5 ซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาบท ซึ่งยุทธเลิศยังคงอยู่ในตำแหน่งเขียนบท กำกับภาพยนตร์ และเจ้าของจักรวาลบุปผาแต่ผู้เดียวเช่นเดิม

ป.ล. สำหรับใครที่คิดจะเคลม กรุณาหยุด ยุทธเลิศไม่เข้าใครออกใครจริงๆ นะมึง กูขอเตือน”

ครับ..เพื่อที่จะรู้ว่าใครคิดจะเคลมปัญญา-สมองของคุณต้อม ก็เลยลองถาม AI ดู และได้คำอธิบายมาด้วยแฮะว่า..

“ภาพยนตร์เรื่อง บุปผาราตรี มาลีรัตติกาล มีการเปลี่ยนแปลงทีมงานครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในส่วนของนักแสดงและผู้กำกับ เพื่อให้ภาพยนตร์มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

เดิมทีเป็นการกำกับโดยพิง ลำพระเพลิง ร่วมกับ BeOn Cloud แต่มีการปรับเปลี่ยนโดยดึงกอล์ฟ สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์ (จาก ธี่หยด, นาคี) มารับหน้าที่เขียนบท

และมีการเสริมทีมผู้กำกับ โดยมีปอนด์ กฤษดา (จาก คินน์พอร์ช เดอะซีรีส์) และวี วิโอเลต มาร่วมงานด้วย

การปรับเปลี่ยนนี้ทำให้ต้องเลื่อนการเปิดกล้องจากเดิมออกไป เพื่อระดมสมอง ปรับบทให้เพอร์เฟกต์ และสร้างความคาดหวังให้ภาพยนตร์มีความเฮี้ยนและทันสมัยกว่าเดิม”

นี่..ถ้าเอาตาม AI ว่า ก็น่าจะเป็นทีมงานนี้กระมังที่คุณต้อมได้ส่งสารไปถึง ซึ่งก็ให้แปลกใจอยู่ว่า จะทำหนังบุปผาราตรี หรือแม้จะใช้ชื่อ “บุปผาราตรี มาลีรัตติกาล” ก็เถอะ..

ก็..น่าจะได้คุย-ปรึกษาหารือ หรือบอกกล่าวกับคุณต้อมมาก่อน อย่างน้อยก็เป็นการให้เกียรติกันและกัน แต่เมื่อไม่มีการคุยกันก็เห็นจะเป็นสิทธิโดยชอบที่คุณต้อมจะโพสต์เช่นนี้!

หรือหาก เวลานี้ทางทีมงานจะได้เปลี่ยนชื่อ  พล็อตเรื่องขึ้นใหม่แล้ว ถ้าอย่างนั้นคุณต้อมก็ไม่มีสิทธิจะไปวอแวกับเขา แต่ควรที่จะได้พัฒนาบท “บุปผาราตรี 5” ให้เสร็จสมบูรณ์เร็ววัน

ไม่ใช่ไร..ผมน่ะรอแล้วรอเล่ามาหลายโปรเจกต์แล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ดูผลงานหนังเรื่องใหม่ของคุณต้อมสักเรื่อง!

และตั้งแต่บุปผาราตรี ภาคแรก บุปผาราตรี เฟส 2 ตามมาด้วนบุปผาราตรี 3.1 และบุปผาราตรี 3.2 จนถึงบุปผาอาริกาโตะ..ผมเห็นต้องสารภาพตามตรงว่า ไม่เคยพลาดชม!

ลงมือเสียทีได้ไหม? หรือถ้าไม่มีนายทุน ผมว่าด้วยชื่อชั้นที่เป็นหนึ่งในจอมยุทธภพหนังไทย คุณต้อมหอบโปรเจกต์เดินเข้าไปคุยกับผู้บริหารเน็ตฟลิกซ์เมื่อไหร่ก็ (น่า) ได้งบทันที!

แต่ต้อง “บุปผาราตรี” นะ โปรเจกต์อื่นผมไม่มั่นใจ ยิ่งเฉพาะแนวหนังเกี่ยวกับการเมืองไทยในยุคพ่อนายกฯ เป็นใหญ่-อภิสิทธิ์ชนด้วยแล้ว คงยากที่จะได้สร้าง

ไม่เชื่อก็ลองถามคุณเด๋อ ดอกสะเดา ดูได้ กว่าจะเข็นหนัง “โอ๊กอ๊าก” ออกฉายในตอนนั้นได้ต้องฝ่าฟันอุปสรรคจนแทบท้อ ก่อนจะสรุปลงที่ชื่อ “โว้กว้าก” และเจ๊งไปเรียบร้อย!

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณต้อมจะคิดพล็อต-สร้างหนังสงครามไทย-กัมพูชาที่เพิ่งผ่านไป ผมก็ว่าดีอยู่นะ แต่ต้องกล้าทำให้ถึง ลงลึกให้รู้ไปเลยว่า..

ใคร-คนไหน ที่โทร.สั่งกองทัพให้หยุดยิงกัมพูชาในนาทีหน้าสิ่ว-หน้าขวาน?

จะได้รู้ “คนขายชาติ” อ๋อ.. ตัวนี้เอง!.

 

 

สันต์ สะตอแมน

 

จะได้รู้..คนขายชาติ?

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อย่าท้าทายกฎหมาย

ยังไม่รู้.. ว่าที่..เพจเฟซบุ๊กของ “เสก โลโซ” หรือคุณเสกสรรค์ ศุขพิมาย ร็อกเกอร์คนดัง ที่เวลานี้ยังเป็นนักโทษและได้ย้ายจากเรือนจำพิเศษมีนบุรี ไปยังเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง จ.เพชรบุรี

นางพญาหลังม็อบ?

“ปูเลิกกับพี่เด๋อตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว สาเหตุในการเลิกเป็นเพราะว่าไปเจอโลกอีกใบที่เขาซ้อนไว้ 29 ปีมาเฝ้าเขาที่ศูนย์ดูแลคนป่วย”

เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ?

“บทสรุปของการเลือกตั้งเมื่อวานนี้ เป็นข้อยืนยันอย่างชัดเจนแล้วว่า ประเทศไทยไม่ได้มีเฉพาะ กทม.อย่างเดียว ประเทศไทยมี 77 จังหวัด ทุกคนคือคนไทยทั้งหมด

คนกทม.กับตจว.ใครโง่?

“ก็คาดหวังว่าทุกคนเวลาพูดอะไรไปแล้วเราก็อยากให้ทำตามนั้น บางเรื่องอาจจะต้องใช้เวลาก็จริง แต่อย่างน้อยเวลาเข้าไปจาก 10 เรื่องทำได้สัก 7 เรื่องมันก็ยังดี แต่เรื่องไหนที่ยังทำไม่ได้ก็คงต้องสื่อสารว่าทำไม่ได้เพราะอะไรแบบไหน

กางเกงยีนส์ไม่สุภาพ?

ท่ามกลางบรรยากาศการหาเสียง.. ปรากฏไวรัลหนึ่งเกิดขึ้นบนติ๊กต๊อกแบบทำให้ผมต้องเอ๊ะ..ใครผู้ใดหนอคิด “แฟชั่น” นี้ขึ้นมา?

1 เดือนแลก 1 ปี

“เราเอาคนหาดใหญ่เท่านั้น.. คนระโนดให้ไปอยู่ระโนด แล้วพี่น้องจะเอาคนระโนดมาเป็น สส.เราเหรอ” ถ้าเป็น “ไอ้เท่ง-ไอ้ยอดทอง” หนังตะลุงพูดก็คงพอจะเข้าใจ-ทำใจได้ว่า “นายหนัง” ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้เกิดความแตกแยกหรือด้อยค่าชาวอำเภอระโนด..