
ไปลา-มาไหว้ถือเป็นสมบัติของผู้ดี!
ห้วงนี้จึงได้เห็นบรรดา (สส.) “ผู้ดี” จากหลายพรรคการเมืองออกมาโพสต์บอกลาต้นสังกัดของตัวเองด้วยยกเหตุผลต่างๆ นานากันแทบไม่เว้นวัน
ซึ่งฟังแล้วก็มีทั้งน่าเชื่อถือ-น่ารับฟัง กับทั้งได้เห็นนิสัย-สันดานของการเอาตัวรอดเป็นยอดคน เพราะเหตุผลลึกๆ แท้จริงของบางคนก็คือ..
ทิ้งบ่อน้ำเก่า (เริ่มแห้งขอด) ไปอยู่ “บ่อน้ำใหม่” ที่ทุนเติบเท่านั้นเอง!
ไม่เชื่อก็คอยดูหลังยุบสภา พรรคการเมืองใหม่อย่าง “พรรคโอกาสใหม่” จะใช่ “บ่อน้ำใหม่” หรือไม่ ได้รู้กัน!
เอ้า..แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นอกจากจะไม่ทิ้งพรรค (พลังประชารัฐ) ไม่ทิ้งพวกแล้ว ยังคงเป็นผู้หลัก-ผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ เป็นสุภาพบุรุษเยี่ยงชายชาติทหารมิเปลี่ยนแปลง
วันวาน..ได้เปิดใจ.. “ขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจ ตามที่มีกระแสข่าวถึงการต่อรองและแย่งชิงตำแหน่ง รมว.กลาโหม โดยมีผมเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ทำให้สับสนวุ่นวายนั้น
ผมมีความตั้งใจที่จะสนับสนุนให้รัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรีได้ทำงานเพื่อแก้ปัญหาบ้านเมืองได้อย่างเต็มที่ภายในระยะเวลา 4 เดือนก่อนยุบสภา
โดยไม่ต้องกังวลต่อการต่อรองหรือเรียกร้องใดๆ
พร้อมทั้งขอประกาศเจตนารมณ์ของตัวเองที่จะไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาล รวมถึงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตามที่เป็นข่าว
การตัดสินใจในครั้งนี้ เพื่อเปิดทางให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เร่งสรรหาบุคคลที่เหมาะสมที่จะแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และทะนุบำรุงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
ที่สามารถทำงานได้จริงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการต่อรองใดๆ โดยเอาประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง”
นี่..หากว่าที่รัฐมนตรีที่สังคมตั้งข้อระแวงสงสัยในเรื่อง “จริยธรรม” กับพฤติกรรมส่วนตัวจะได้คิดเอาเป็นแบบอย่าง แล้วยอมสละสิทธิ์ไม่รับตำแหน่งใดๆ เสียก็จะเป็นเรื่องที่ดี!
ไม่ได้ดีแต่เฉพาะกับรัฐบาลคุณอนุทินที่จะได้ไม่ต้องมีประเด็น “คุณสมบัติทางกฎหมาย” ของรัฐมนตรีให้ถูกฟ้องร้อง-ตีความ..
หากแต่ยังจะดีกับประเทศชาติและประชาชนที่รัฐบาลจะได้เดินหน้าทำงานด้วยความราบรื่นลื่นไหล เพื่อเร่งสร้างความมั่นคง-มั่งคั่ง หลังจากที่ “ติดหล่ม” อยู่กับปัญหานานัปการ!
แค่ 4 เดือนเองน่า จะกระสันกับตำแหน่ง-หัวโขนอะไรกันนักหนา ลองเอาอย่างที่ พล.อ.ประวิตรว่า..
“ผมยินดีที่จะสนับสนุนอยู่เบื้องหลังและพร้อมใช้ความรู้ ประสบการณ์และเครือข่ายระหว่างประเทศด้านความมั่นคงของผมที่มี
ถ้าสามารถจะเป็นประโยชน์ได้ไม่ว่าในด้านใดก็ตาม และต้องการที่จะเห็นประเทศชาติของเราเดินหน้าสู่การแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังโดยเร็ว”
หันมาอยู่เบื้องหลัง คอยสนับสนุน-ผลักดันให้รัฐมนตรีพรรคตัวเองได้ทำงานโชว์ความสามารถสร้างเครดิตต่อยอดไปถึงการเลือกตั้งคราวหน้าจะไม่ดีกว่าหรือ?
อีกอย่าง ยังจะเป็นการช่วยประคับประคองรัฐบาลไม่ให้ต้อง “สะดุดขาตัวเอง” ..ล้มเสียก่อนไม่ทันได้ออกเดิน!
ครับ..ลำพังจิ้งจกทักคนยังเชื่อ แล้วนี่มี “กัลยาณมิตร” มากหน้าได้เตือนด้วยความห่วงใย-บริสุทธิ์ใจและปรารถนาดี คุณอนุทินจะไม่เก็บมาคิด-มาตรึกตรอง..
ในการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่ส่อจะติดบ่วง “จริยธรรม” เชียวหรือ?
แต่นั่นแหละ ถ้าว่าที่รัฐมนตรีที่กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ได้คิดจะ“เอาประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง” เสียอย่างแล้ว
ก็..เห็นจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณอนุทินจะทำตามอย่างที่กัลยาณมิตรแนะนำได้ หรือว่ารายชื่อที่แพร่งพรายออกมาเป็นเพียงโผลับลวงพราง
ของจริง..ทุกตำแหน่ง-ทุกรัฐมนตรีล้วนสะอาดสะอ้านไร้มลทิน ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้กองเชียร์ก็จะได้หมดความกังวล ส่วนผมอย่างไรเสียก็มั่นใจ..
“ครูใหญ่” ไม่ปล่อยผ่านแน่..ถ้าไม่ชัวร์!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”
ชุดไทยพระราชนิยม
ต้องบอกว่า..สะอาดตา-สบายใจที่ได้เห็น.. ผมหมายถึง “ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด” และจอดิจิทัลที่มีสาวงามสวม “ชุดไทย” เป็นนางแบบของกระทรวงวัฒนธรรมที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ในขณะนี้น่ะ!

