
“โดยประสบการณ์..
ติดคุกแล้ว ถ้าไม่รีบวางอดีตลงให้เร็วจะทำให้ทุรนทุรายกับการติดคุกอย่างที่สุด สิ่งสำคัญต้องลืมอดีตความยิ่งใหญ่ของตัวเองแม้เป็นอดีตนายกฯ ก็ตาม
พอไปติดคุก ถ้าคิดถึงอดีตของตัวเอง เคยเป็นนายกฯ มีบริวารมากมาย จะทำให้ตัวเองนอนไม่หลับ คิดแต่ว่าคนที่ยิ่งใหญ่จะมาอยู่ในห้องขังแคบๆ ถูกจำกัดเสรีภาพได้อย่างไร
หรือคิดว่าอนาคตจะกลับไปเป็นอะไร ก็จะยิ่งทุกข์ทรมาน เพราะร่างกายคนจะแพ้ที่ใจ ถ้าตรอมใจก็จะไปดื้อๆ เลย
ผมเคยเปรียบว่า คุกคือสุสานคนเป็น ต้องข้ามพ้นการแพ้จิตใจให้ได้”
นี่..เป็นคำกล่าวของคุณตู่-จตุพร พรหมพันธุ์ อดีตผู้เคยผ่านการเข้าคุกมาแล้ว 5 ครั้ง และอนาคตก็ยังไม่แน่ว่าจะต้องเข้าอีกกี่รอบ ซึ่งก็คงไม่ได้ต้องการจะชี้แนะ-ชี้นำอะไร
แต่หาก “นายทักษิณ” ที่ลูกสาวพูดเป็นบันทึกไว้เองว่า.. “เป็นประวัติศาสตร์อีกเรื่องหนึ่งที่มีนายกรัฐมนตรีคนแรกถูกจำคุก” จะได้นำไปปฏิบัติในแดนขัง
ก็น่าจะได้ประโยชน์อยู่บ้าง อย่างน้อยก็ช่วยให้ไม่ตรอมใจไปดื้อๆ แต่หากไม่อาจตัดความเจ้าคิด-เจ้าแค้นออกไปได้ ก็จะทุรนทุรายอยู่ใน “สุสานคนเป็น” ไปจนครบโทษนู้นแหละ!
เออ..แต่การครบโทษก็ดูจะไม่ใช่แค่ 1 ปีเสียแล้วกระมัง เพราะได้ยินกูรูทางกฎหมายหลายท่านตั้งข้อสังเกต อย่างคุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ได้โพสต์..
“ประเด็นสำคัญมาก ที่ศาลท่านชี้ชัดว่า นายทักษิณทราบข้อเท็จจริงหรือรับรู้เหตุการณ์ว่าตนเองไม่ได้ป่วยฉุกเฉิน ไม่จำเป็นต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ
และมีส่วนตัดสินใจในกระบวนการรักษาของแพทย์ เพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์จากการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ
โดยไม่ต้องกลับไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จนได้รับการปล่อยตัว และศาลท่านยังชี้ว่า ไม่อาจอ้างได้ว่าเป็นการดำเนินการของแพทย์และเจ้าหน้าที่
มิได้เกิดจากการกระทำของตัวนายทักษิณ เพื่อถือเอาประโยชน์จากระยะเวลาที่พักอยู่โรงพยาบาลตำรวจมาหักวันคุมขังโทษตามคำพิพากษา
พฤติกรรมของนายทักษิณเช่นนี้ จึงอาจตีความได้ว่า นายทักษิณมีส่วนสนับสนุน เจ้าหน้าที่ให้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามความผิดอาญามาตรา 157
ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของ ป.ป.ช. ส่วนนายทักษิณถ้าหากมีพฤติกรรมเป็นผู้สนับสนุน ย่อมมีความผิดในฐานะผู้สนับสนุนตามความผิด อาญามาตรา 86 อีกคดีหนึ่งหรือไม่ ซึ่งต้องรับโทษ 2 ใน 3”
ครับ..ฟัง (อ่าน) อย่างนี้แล้วก็ให้หวาดเสียวใจแทน เพราะนี่ไม่ใช่แผน “ผมถูกหลอกมาฆ่า” หากแต่ผลเกิดจากตัวนายทักษิณเองที่พยายามจะสร้างประวัติศาสตร์..
ถูกศาลตัดสินจำคุก แต่ไม่ต้องนอนอยู่หลังกำแพงคุกแม้แต่สักนาทีเดียว!
กลับต้องกลายมาเขียนประวัติศาสตร์อย่างที่ลูกสาว-แพทองธารว่า.. “เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ถูกจำคุก” ให้ลูกหลาน-วงศ์ตระกูลจดจำแทน!
พูดถึงลูกหลาน วันวานเห็นคุณพินทองทา หรือ “เอม” บุตรสาว (อีกคน) ของนายทักษิณ โผล่ออกมาโพสต์..
“ไม่ว่าใครจะเรียกท่านว่าอะไร (มียศหรือไม่มี หรือชื่อร้ายกาจแค่ไหน) คุณพ่อก็เป็นวีรบุรุษที่สุดยอดในใจพวกเรา
ทุกเรื่องราวใดๆ ในโลกนี้ ที่หลายๆ คนมักมั่นใจว่าตัวรู้ทุกเรื่องทุกมุมละเอียด…อยากบอกว่ามันไม่มีทางครบทุกเรื่องทุกมุม อย่างที่เราเชื่อหรอกค่ะ…
...เราเองย่อมเข้าใจที่มาที่ไปของเรื่องราวทั้งหมดของเรา ครอบครัวเรา
และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ลูกสาวคนนี้ประทับใจ ภาคภูมิใจในความกล้าหาญ ความมุ่งมั่นและความเสียสละของผู้นำท่านนี้…คุณพ่อ"
ใครว่า.. “ชินวัตร” หมดตัวเล่นแล้ว..
คิดผิด..คิดใหม่ได้!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”
ชุดไทยพระราชนิยม
ต้องบอกว่า..สะอาดตา-สบายใจที่ได้เห็น.. ผมหมายถึง “ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด” และจอดิจิทัลที่มีสาวงามสวม “ชุดไทย” เป็นนางแบบของกระทรวงวัฒนธรรมที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ในขณะนี้น่ะ!

