'กองทุนหทัยทิพย์'

วันนี้ “ไม่คุย”

เพราะมีข่าวสารที่สร้างความอบอุ่นหัวใจต่อประชาชนชาวไทยทั้งมวลมาให้ท่านได้อ่านกันแทน

ข่าวสารแรก จากเพจ “ทีมงานกองทัพบก” ดังนี้ครับ

..................................................

ทีมโฆษกกองทัพบก

 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

พระราชทานปูนซีเมนต์แก่ “กองกำลังสุรนารี” เพื่อใช้ในการปรับปรุงที่พักกำลังพลและสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติงานบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

ด้วยความห่วงใยต่อความเป็นอยู่และสวัสดิภาพของเหล่าทหารที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดน

“สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”

ได้พระราชทานปูนซีเมนต์ จำนวน 1,920 กระสอบ เพื่อสนับสนุนภารกิจของหน่วยกำลังพลในพื้นที่ 3 แห่ง ได้แก่

หน่วยเฉพาะกิจที่ 1 อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์

กองบังคับการกองกำลังสุรนารี จังหวัดสุรินทร์

พระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ นับเป็นขวัญและกำลังใจ ซึ่งจะสถิตอยู่ในดวงใจของเหล่าทหารหาญและประชาชนตราบนานเท่านาน

ขอจงทรงพระเจริญ

#RTA #กองทัพบก

#มูลนิธิชัยพัฒนา #กรมสมเด็จพระเทพฯ #เหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทยกัมพูชา

.................................................................

ข่าวสารที่ ๒ จากเพจ วัดป่าบ้านตาด “วัดเกษรศีลคุณ” ดังนี้

วัดป่าบ้านตาด "วัดเกษรศีลคุณ"

"ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์พระราชทานเงิน ๑ ล้านตั้งต้นสร้างกำแพงกั้นแนวชายแดนไทย-กัมพูชา"

"สมเด็จพระสังฆราช" ประทานสมทบ ๑ แสนบาท

ท่านใดต้องการร่วมบุญให้แก่ประเทศ เพื่อความสงบสุขของประเทศไทย บัญชีอยู่ตอนท้ายครับ

#ทรงพระเจริญ

“ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี”

 เสด็จไปทรงเปิดโครงการ “กองทุนหทัยทิพย์”

ภายใต้ “มูลนิธิจุฬาภรณ์” ณ “ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์" เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

การนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ “รองศาสตราจารย์ ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล” รองประธาน "สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์" ฝ่ายบริหารและอาคารสถานที่

กราบทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดตั้ง “กองทุนหทัยทิพย์” ซึ่ง “ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ  เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี” มีพระดำริให้จัดตั้งขึ้น

พร้อมทรงรับเป็น "ประธานกรรมการบริหารกองทุน" ด้วยทรงยึดมั่นในพระปณิธานในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข

เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่ยั่งยืนแก่ประเทศชาติและประชาชนในทุกสถานการณ์

ทั้งนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบัน มีความน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งในความปลอดภัยในกำลังพลแนวหน้าและประชาชนที่อยู่บริเวณชายแดน

จึงเห็นควรสนับสนุนการสร้าง “กำแพง” และ “บังเกอร์” ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นอันดับต้น

โดยพิจารณาจากจุดที่มีความเป็นไปได้และมีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน

โดยจะดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการโดยเร็วที่สุด

โอกาสนี้ มีพระดำรัสเปิด “กองทุนหทัยทิพย์” ความว่า

“ข้าพเจ้ามีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้มาทำพิธีเปิด 'กองทุนหทัยทิพย์' ในวันนี้

การจัดตั้ง 'กองทุนหทัยทิพย์' เป็นความตั้งใจของข้าพเจ้า ที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐและเอกชน

ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤตความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนและประเทศชาติ

อันเกิดจากปัญหาความไม่สงบ หรือเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดภยันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน และอธิปไตยของชาติ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

'กองทุนหทัยทิพย์' จึงถือกำเนิดขึ้นจากความตั้งใจของข้าพเจ้า ที่จะรวมพลังของทุกฝ่ายให้การบรรเทาทุกข์และสร้างความสงบสุขแก่ปวงชนชาวไทย

ข้าพเจ้าขอมอบเงินส่วนตัวจำนวน 1,000,000 บาท สมทบ 'กองทุนหทัยทิพย์'

เพื่อเป็นเงินทุนตั้งต้นในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในกิจกรรมหรือโครงการสาธารณประโยชน์ต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนฯ

สร้างความปลอดภัยและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้สามารถดำรงชีวิตต่อไปอย่างปกติสุข

ส่วนตัวของข้าพเจ้า จะพยายามแสวงหาเงินมาสมทบทุนกองทุนนี้เพิ่มเติมอีกจำนวน 20 ล้านบาท ในอนาคตอันใกล้

เพื่อให้กองทุนสามารถเริ่มดำเนินกิจการต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าหวังว่า จะได้รับความร่วมมือร่วมใจจากพวกเราชาวไทยทุกคนช่วยให้ 'กองทุนหทัยทิพย์' สามารถดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ต่อไปด้วยความเรียบร้อย

สร้างความมั่นคงและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะในบริเวณชายแดนสืบไป”

การนี้ “ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี”

พระราชทานเงินเพื่อเป็น “ทุนตั้งต้นกองทุน” ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในกิจกรรมและโครงการสาธารณประโยชน์ ด้านต่างๆ ภายใต้การบริหารจัดการของคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ

โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือ

เพื่อให้การสนับสนุนภาครัฐ เอกชน และประชาชนในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาอันเกิดจากสถานการณ์ความไม่สงบ ความขัดแย้ง ภัยพิบัติต่างๆ

หรือเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดภยันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย

จากนั้น พระราชทานพระวโรกาสให้คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จากสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คณะกรรมการมูลนิธิจุฬาภรณ์ คณะกรรมการบริหารกองทุนหทัยทิพย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ร่วมเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระกุศลสมทบทุน “กองทุนหทัยทิพย์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “สมเด็จพระสังฆราช” ประทานทรัพย์จำนวน 100,000 บาท สมทบกองทุน และ

“สมเด็จพระมหาวีรวงศ์” สมทบเงิน 100,000 บาท สมทบกองทุนด้วยเช่นกัน

“กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ จึงถือกำเนิดขึ้นจากพระกรุณาธิคุณและพระปณิธานอันแน่วแน่ของ

“ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี”

ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุน ที่ทรงมุ่งหวังสร้างความเจริญมั่นคง และความผาสุกร่มเย็นมาสู่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

แม้ในห้วงเวลาที่ประเทศกำลังประสบปัญหาวิกฤตชายแดน พระองค์ยังทรงทุ่มเทอุทิศกำลังพระวรกายและพระสติปัญญาอย่างเต็มที่

เพื่อทรงแสวงหาแนวทางในการพระราชทานความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม

ดังพระประสงค์ในการจัดตั้ง “กองทุนหทัยทิพย์” ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนภาครัฐ

เพื่อบรรเทาความทุกข์ยาก และความเดือดร้อนของเหล่าทหารที่ปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่

ให้สามารถดำเนินชีวิตและก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยในเร็ววัน

“คณะกรรมการบริหารกองทุนหทัยทิพย์” ขอเชิญพี่น้องประชาชนจากทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงพลังปกป้องอธิปไตยของชาติ

เพื่อการบรรเทาทุกข์และสร้างประโยชน์สุขสู่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน

โดยบริจาคเงินสมทบ “กองทุนหทัยทิพย์” ได้ที่ “ธนาคารกรุงเทพ” สาขาหลักสี่พลาซ่า ชื่อบัญชี "เงินกองทุนหทัยทิพย์" เลขที่ 229-4-29977-7

หรือสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ “สำนักงานกองทุนหทัยทิพย์” โทรศัพท์ 0-2553-8618-19 ในวันและเวลาราชการ

..................................................

ก็คงไม่มีความจำเป็นที่ผมต้องพูดอะไรเพิ่มเติมนะครับ

เพราะเมื่อ ทุกท่านอ่าน สามารถรับรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณ และน้ำพระราชหฤทัย เพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน และเพื่อพสกนิกร ของทั้ง ๒ พระองค์ได้ด้วยหัวใจเต็มตื้นอยู่แล้ว

ท่านที่บริจาคเงินเข้า “กองทุนหหัยทิพย์” นี้ ใช้ลดหย่อนภาษีได้ ๒ เท่า สามารถสแกนผ่าน QR Code ระบบ e-Donation ได้

หากท่านต้องการสอบถามเพิ่มเติม โทรศัพท์สอบถามได้ ตามเบอร์ที่บอกไว้ข้างต้นนะครับ.

-เปลว สีเงิน

๒๗ กันยายน ๒๕๖๘

 

วันเสาร์ที่ปลายซอย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ส้มเสี้ยม' จะจบยังไง?

ช่วงนี้ ชาวบ้านมี ๒ อารมณ์ คือ ถ้าไม่เครียด ก็รำคาญ! จากเรื่องที่พรรค “แพ้แล้วพาล” ใช้บริการเด็กแก๊ง “วอนนอนคุก” ปลุกม็อบ ให้นับคะแนนใหม่ ไปจนถึงให้เลือกตั้งใหม่ทั้งหมด

หนู ‘เปล่าปลุก’ ม็อบ

วู้ยยยย...คุณธีระ ก็! ไม่น่าจะต้องออกเนื้อ-ออกตัวว่า “พรรคแพ้เลือกตั้งแล้วตีรง-ตีรวน” อะไรนั่น ให้หมูหมากาไก่มันเขินเลย ชาวบ้าน-ร้านตลาด ที่เคยขี้รดผ้าอ้อมมาก่อน ย่อมเข้าใจ เด็กที่มันเหลิงและหลงตัวจนเป็นสันดาน

กรรม “ไล่ล่า” พรรคส้ม

ก่อนคุยกัน..... สรุปผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ “ล่าสุด” ตอน ๖ โมงเย็น วันที่ ๙ กุมภา.๖๙ กันก่อน

'รัฐบาลภูมิใจไทย'

ก่อนเปิดหีบ ๕ โมงเย็น ฝนซัดกระหน่ำลงมา “ล้างแผ่นดิน” เป็นนิมิตหมายมงคลว่า ผลการเลือกตั้ง ๘ กุมภา.๖๙ จะได้รัฐบาล “รื้อ-ล้าง-สร้างใหม่” ระบบบริหารราชการงานเมือง โดยไม่แคร์หน้าอินทร์-หน้าพรหม-ยม-ยักษ์ ที่ไหน