
สองวันก่อน...มีโอกาสแวะเข้าไปดู เฟซบุ๊ก ของคุณ ทนง ขันทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศของบ้านเรา ที่มีผู้สนใจ ติดตาม หรือมีบรรดา แฟนคลับ เป็นจำนวนมิใช่น้อย เลยได้เห็นเรื่องที่ท่านหยิบมา โพสต์ ไว้เล่นๆ หรือไม่น่าจะถึงกับถือเป็นจริง-เป็นจังอะไรมากมาย นั่นคือเรื่องของอดีต หมอดูตาบอด ชาวบัลแกเรีย ที่เสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว รู้จักกันในนาม Baba Vanga ซึ่งได้ทำนายทายทักเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ว่าภายในปีนี้ หรือปี ค.ศ.2026 นี่แหละ จะมี เอเลียน หรือพวก มนุษย์ต่างดาว ขี่ยานอวกาศเข้ามายังโลก และจะเป็นผู้ที่มีอำนาจ บทบาท ในการยุติ สงครามโลกครั้งที่ 3 ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะฉิบหาย วายวอด กันไปทั้งโลก...
จริง-ไม่จริง...ก็คงไม่ต้องเสียเวลาคิดมากและคิดเล็ก-คิดน้อย เพราะขึ้นชื่อว่า หมอดู ทั้งหลาย มักมีอันต้องเคียงคู่ไปกับ หมอเดา อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แม้แต่หมอดูที่มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลกอย่าง Baba Vanga ก็เถอะ หนีไม่พ้นต้องพืดผิด-พืดถืก ทายผิด-ทายถูก ตรงมั่ง-ไม่ตรงมั่ง จนต้องจัดอยู่ในประเภท หมอเดา ไปตามมี-ตามเกิด แต่ก็นั่นแหละ...แม้โอกาสที่จะมี มนุษย์ต่างดาว หรือ เอเลียน โผล่เข้ามาในโลก มันออกจะลำบาก ยากส์ส์ส์ที่จะเป็นไปได้ แต่การ ฝัน ว่าใครคนใด-คนหนึ่ง ที่มีอำนาจ บทบาท พอจะช่วยให้ความเลวร้ายระดับโลก หรือระดับ สงครามโลกครั้งที่ 3 มันเกิดการสิ้นสุด ยุติ ไม่ถึงกับต้องฉิบหาย วายวอด ไปทั่วทั้งโลก ย่อมเป็นสิ่งน่าฝัน น่านอนหลับกลางวัน แบบไม่อยากจะตื่นขึ้นมาในโลกแห่งความเป็นจริงอีกต่อไป...
ด้วยเหตุเพราะโลกแห่งความจริงนั้น...อะไรต่อมิอะไรมันออกจะโหดเหี้ยม โหดร้าย เลวทราม เลวร้าย หนักยิ่งเข้าไปทุกที โดยเฉพาะเมื่อ วงรอบแห่งกาลเวลา กำลังฉุดคร่าใครต่อใครให้ต้องจมดิ่งไปสู่ความเสื่อมโทรม ทรุดโทรม ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น หรืออย่างที่พระฤาษี ไวยสัมปายนะ ท่านได้บรรยายให้เจ้าชาย ยุธิษฐิระ พอหลับตานึกภาพถึงห้วงเวลาที่เรียกว่า กลียุค ในคัมภีร์โบร่ำโบราณของชาวอินตะระเดียเขานั่นแหละ ถึงขั้นมือขวาก็พร้อมจะหลอกลวงมือซ้าย และมือซ้ายก็พร้อมจะหลอกลวงมือขวา ผู้มีวัย มีประสบการณ์ หรือบรรดา คนรุ่นเก่า ก็พร้อมที่จะทรยศต่อเด็กๆ ผู้ไร้ประสบการณ์ ขณะที่เด็กๆ ผู้หลงใหลในตัวเอง หรือ คนรุ่นใหม่ ทั้งหลาย ก็พร้อมเสมอที่จะทรยศต่อผู้อาวุโส ความโลภ ความโง่ จะแพร่สะพัดไปทั่วทั้งโลก บาปจะเพิ่มพูนไปตามความร่ำรวย มั่งคั่ง คุณธรรมจะสูญหายและยุติการงอกเงย การเจริญเติบโตอีกต่อไป ฯลฯ...
คือถึงแม้คนโบร่ำโบราณท่านจะยังไม่รู้จัก เอเลียน ไม่รู้จักยานอวกาศ หรือ มนุษย์ต่างดาว แต่ท่านก็อดไม่ได้ที่จะ ฝัน กันแบบอุตลุด ชุลมุนชุลเกมาโดยตลอด มันเลยถึงได้เกิด พระกัลกี บุรุษขี่ม้าขาวผู้ที่จะเสด็จลงมาจากสวรรค์ พร้อมพระแสงดาบอันคมกริบอยู่ในมือ เกิด พระเมซซิอาห์ ผู้ที่จะมาปรากฏตัวในช่วงวันสิ้นโลก สิ้นยุค หรือ วันพิพากษา จนส่งผลให้บรรดาพวกชาวคริสต์ชักสะพานแหงนถ่อรอคอยมานานนับพันๆ ปีเข้าไปแล้ว หรือเกิด พระมะห์ดี ผู้เร้นกายไปจากโลก ตั้งแต่ยุคที่ศาสนาอิสลามยังไม่แพร่กระจายมากมายเช่นทุกวันนี้ ที่จะกลับมาประหัตประหารความชั่วร้าย เลวทราม และบรรดาคนชั่วทั้งหลาย นำมาซึ่งสันติภาพ สันติธรรม ไม่ต่างไปจากพระกัลกี หรือพระเมซซิอาห์ นั่นเอง...
มีแต่ ศาสนาพุทธ ของหมู่เฮาเท่านั้น...ที่ไม่ได้ ฝัน ถึงบุคคลใด-บุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่อาศัย ตรรกะ หรืออาศัยหลักเหตุ-หลักผล ถึงช่วงจังหวะที่เกิดความเลวร้ายแบบสุดๆ ชนิดความเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นครูบาอาจารย์ ฯลฯ ไม่หลงเหลือใดๆ อีกต่อไป มนุษย์กับเดียรัจฉานไม่ต่างอะไรไปจากกัน และต่างมี ศาสตรา หรือมีอาวุธอยู่ในมือคนละด้าม สองด้าม จนนำไปสู่การพร่าผลาญ การสังหารซึ่งกันและกัน ในช่วงจังหวะที่เรียกว่า สัตถันตรกัป นั่นแล และด้วยความเลวร้ายแบบสุดๆ เช่นนี้...จึงทำให้บรรดา ผู้เหลือรอด ผู้ที่หลบไปแอบ ไปซ่อน อยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้ ป่าดงพงชัฏ เลยเกิด จิตสำนึก หรือลึกลงไปถึง จิตไร้สำนึก ขึ้นมาในทันที-ทันใด ว่าเป็นเพราะ... การสมาทานในอกุศลธรรม นั่นเอง ที่ทำให้เกิด ความสิ้นญาติครั้งใหญ่ ดังนั้น... “อย่ากระนั้นเลย เราควรบำเพ็ญกุศลธรรม เริ่มด้วยการงดเว้นปาณาติบาตรเป็นเบื้องแรก...”
หรือพูดง่ายๆ ว่า...ด้วยความเลวร้ายแบบสุดๆ นั่นเอง ที่ได้กลายเป็นแรงกระตุ้นให้เกิด จิตสำนึก หรือ จิตไร้สำนึก ใหม่ๆ อุบัติขึ้นมาในหมู่มวลมนุษย์ทั้งหลาย จนค่อยๆ ยกระดับและพัฒนาไปสู่สันติภาพ สันติธรรม โดยไม่ต้องมี เอเลียน หรือ มนุษย์ต่างดาว รายใดขี่ยานอวกาศมาช่วย หรือไม่ต้องมีแม้แต่ พระกัลกี, พระเมซซิอาห์, พระมะห์ดี ออกมาปรากฏตัวเอาเลยก็ยังได้ เพียงแต่ก่อนที่จะเกิด จิตสำนึก หรือ จิตไร้สำนึก เช่นนี้ อุบัติขึ้นมาในหมู่มวลมนุษย์แต่ละคน แต่ละราย อาจต้องรอไปจนกว่า ความเลวร้ายแบบสุดๆ มันจะอุบัติขึ้นมาเสียก่อน แบบเดียวกับอาจต้องรอไปจนกว่าพวก เด็กวานนี้ ค่อยๆ เติบโตขึ้นมาเป็นรัฐมนตรี เป็นรัฐบาลในวันหน้า ถึงอาจพอช่วยให้บรรดา ปวงชนชาวไทย เกิด จิตสำนึก จิตไร้สำนึก ใหม่ๆ ว่าควรจะนำพาชาติบ้านเมือง นำพา ประเทศไทย ไปสู่หนทางแบบไหนถึงจะเหมาะจะควร หรือถึงจะเป็นไปตาม ครรลอง-คลองธรรม ได้อย่างแท้จริง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บทเรียนสีกากี
คำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รองสารวัตร (รองสว.) ถึง ผบ.หมู่ ประจำปี 2568 เริ่มทยอยออกมาผ่านเว็บไซต์กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยคำสั่งจะมีผลตั้งแต่วันที่
เมื่อเด็กวานนี้...กำลังเป็นรัฐมนตรีในวันหน้า!!!
เพิ่งผ่านพ้น วันเด็ก ปีนี้มา 1 วัน คือวันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ.2569 อาทิตย์นี้...เลยคงต้องขออนุญาตไปว่ากันถึงเรื่องเด็กๆ อันเป็นเรื่องที่ออกจะน่าห่วงและน่าสงสารเอามากๆ เพราะอย่างที่ หมอ หรือ นายแพทย์ ท่านหนึ่ง
2 พลอากาศเอก 'หย่อนไข่'
ดูท่าชีวิตที่ 10 ในแวดวงสีกากีของ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.จะริบหรี่ลงเรื่อยๆ ล่าสุดศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.),
ปีใหม่...ที่อาจหนักหนา-สาหัสกว่าปีที่แล้ว!!!
เท่าที่ฟังๆ จากบรรดาพวก กูรู-กูรู้ ทั้งหลาย...ท่าทาง เศรษฐกิจไทย ปีนี้ หรือปีใหม่ น่าจะหนักหนา-สาหัสมิใช่น้อย เผลอๆ อาจลากยาวไปถึงปีโน้น หรือปี พ.ศ.2570 โน่นเลย
มาแต่ไก่โห่!
ประเดิมสัปดาห์แรกปี 2569 แวดวง “สีกากี” เริ่มต้นกันที่สารเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ส่งความสุขและความปรารถนาดีไปยัง
พรปีใหม่ 2569
จะปีนั้น-ปีนี้...ใช่ปีใหม่ แค่ เวลา เลื่อนไหลไปตามวิถี ไม่ว่า ใหม่ หรือ เก่า ก็เท่านี้ เท่าที่ สิ่งนี้-สิ่งนี้ ...จะเป็นไป

